Logo site Amarintv 34HD
อมรินทร์ทีวี ร่วมกับ คอนโดพร้อมอยู่จาก Grand Unity จัดแคมเปญ “อมรินทร์ทีวี 12 ปี มีเปย์ ดูทั้งวัน แจกทุกวัน”Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
AI เขย่าอันดับตลาดหุ้น ไต้หวัน-เกาหลีขึ้นแถวหน้าโลก กูรูเตือนเสี่ยงสูง
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

AI เขย่าอันดับตลาดหุ้น ไต้หวัน-เกาหลีขึ้นแถวหน้าโลก กูรูเตือนเสี่ยงสูง

20 พ.ค. 69
19:15 น.
แชร์

กระแสปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเขย่าลำดับชั้นของตลาดหุ้นโลกครั้งใหญ่ ตลาดไต้หวันและเกาหลีใต้ทะยานขึ้นแซงหน้าตลาดหุ้นตะวันตกหลายตลาดที่เคยครองอันดับมานาน

ข้อมูลจาก HSBC ซึ่งติดตามมูลค่าตลาดหุ้นทั่วโลกระบุว่า ปัจจุบันตลาดหุ้นไต้หวันมีขนาดใหญ่แซงแคนาดาขึ้นมาเป็นตลาดหุ้นใหญ่อันดับ 6 ของโลกแล้ว ขณะที่เกาหลีใต้ก็แซงสหราชอาณาจักรขึ้นมาอยู่อันดับ 8

การเปลี่ยนแปลงนี้แสดงให้เห็นว่า ยุค AI กำลังทำให้อำนาจของตลาดทุนโลกเคลื่อนไปสู่ประเทศที่อยู่ใจกลางห่วงโซ่อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และชิป AI

ในปี 2004 ตลาดหุ้นไต้หวันเคยมีขนาดเพียง 500,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อยู่ในอันดับ 12 ของโลก ส่วนเกาหลีใต้อยู่อันดับ 13 ด้วยมูลค่าประมาณ 400,000 ล้านดอลลาร์ แต่วันนี้ มูลค่าตลาดหุ้นไต้หวันพุ่งขึ้นสู่ระดับ 4.7 ล้านล้านดอลลาร์ ขณะที่เกาหลีใต้มีมูลค่าประมาณ 4.4 ล้านล้านดอลลาร์

สำหรับตลาดหุ้น 5 อันดับแรกของโลกในปัจจุบัน ได้แก่ สหรัฐฯ จีน ญี่ปุ่น ฮ่องกง และอินเดีย

แม้การสลับอันดับของตลาดหุ้นโลกจะไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะก่อนหน้านี้จีนก็เคยก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในตลาดหุ้นชั้นนำช่วงปลายทศวรรษ 2000 ขณะที่อินเดียก็เคยแซงฮ่องกงในช่วงปลายปี 2023 ก่อนจะหล่นกลับลงมาอีกครั้ง

แต่สิ่งที่ทำให้การพุ่งขึ้นของไต้หวันและเกาหลีใต้น่าสนใจมากกว่าปกติ คือ ความรวดเร็ว และการที่แรงขับเคลื่อนกระจุกตัวอยู่ในหุ้นไม่กี่ตัว

บิลลี เหลียง (Billy Leung) นักกลยุทธ์การลงทุนระดับโลกของ Global X ETFs แสดงความเห็นว่า การเปลี่ยนแปลงอันดับตลาดหุ้นโลกมักเกิดในทุกวัฏจักรเศรษฐกิจอยู่แล้ว แต่โดยปกติจะเกิดจากเศรษฐกิจภายในประเทศเติบโตแรง มีการเสนอขาย IPO ขนาดใหญ่ หรือตลาดทำผลงานเหนือกว่าตลาดโลกต่อเนื่องหลายปี

แต่รอบนี้ เขามองว่ามันแตกต่างออกไป เพราะแรงขับเคลื่อนหลักมาจากหุ้นที่เกี่ยวกับ AI เพียงไม่กี่บริษัท ตัวอย่างชัดที่สุดคือ TSMC หรือไต้หวันเซมิคอนดักเตอร์ (Taiwan Semiconductor Manufacturing Company) ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่าคิดเป็นมากกว่า 40% ของตลาดหุ้นไต้หวันทั้งหมด ส่วนในเกาหลีใต้ ซัมซุง (Samsung Electronics) และเอสเค ไฮนิกซ์ (SK Hynix) สองบริษัทมีน้ำหนักรวมกันสูงถึง 42.2% ของดัชนี Kospi ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์

จูน ชัว (June Chua) หัวหน้าฝ่ายหุ้นเอเชียของ Manulife Investment Management กล่าวว่า ดัชนีหุ้นของทั้งสองประเทศแทบจะกลายเป็นตัวแทนของอุตสาหกรรม AI และเซมิคอนดักเตอร์ไปแล้ว

ด้าน ทิม โม (Tim Moe) หัวหน้านักกลยุทธ์หุ้นเอเชียแปซิฟิกของ Goldman Sachs ก็เห็นด้วย เขากล่าวว่า ตัวขับเคลื่อนสำคัญ คือ เทรนด์ฮาร์ดแวร์ AI โดยการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค Agentic AI หรือ AI ที่สามารถตัดสินใจและทำงานได้ซับซ้อนขึ้น กำลังทำให้ความต้องการใช้โทเคนและพลังประมวลผลเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล ส่งผลให้ชิปขาดแคลน และทำให้ผู้ผลิตชิปมีอำนาจต่อรองด้านราคาสูงมาก

อย่างไรก็ตาม ความร้อนแรงนี้ก็ทำให้ตลาดมีความเปราะบางมากขึ้นเช่นกัน เพราะการปรับขึ้นของตลาดที่ขับเคลื่อนด้วย AI มาพร้อมความผันผวนเป็นระยะ ๆ เพราะเงินของนักลงทุนกำลังกระจุกอยู่ในหุ้นขนาดใหญ่เพียงไม่กี่ตัว

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หุ้นเกาหลีใต้ร่วงลงหลังนักลงทุนต่างชาติเทขายเป็นมูลค่าประมาณ 13,000 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้ดัชนีตลาดแกว่งตัวรุนแรง ขณะเดียวกัน หุ้น Samsung ซึ่งเป็นหุ้นใหญ่ของตลาด ก็ผันผวนหนักจากความกังวลเรื่องการเจรจากับแรงงาน

รามัน อัย์ลูร์ สุบรามาเนียน (Raman Aylur Subramanian) หัวหน้าฝ่ายวิจัยดัชนีระดับภูมิภาคของ MSCI มองว่า การปรับราคาหุ้นจากกระแส AI ในปี 2026 ยังต้องเผชิญแรงกระแทกจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์และทิศทางดอกเบี้ยโลก ทำให้ไตรมาสแรกของปีนี้เป็นช่วงเวลาที่ปั่นป่วนมากเป็นพิเศษสำหรับตลาดโลกและพอร์ตการลงทุนแบบหลายสินทรัพย์

ฮาราลด์ ฟาน เดอ ลินเดอ (Herald van der Linde) หัวหน้ากลยุทธ์หุ้นเอเชียแปซิฟิกของ HSBC เตือนว่า ปัจจุบันหลายพอร์ตลงทุนในเอเชียเริ่มเผชิญ “ความเสี่ยงจากการกระจุกตัว” หรือการมีสัดส่วนลงทุนในหุ้นไม่กี่ตัวมากเกินไป ซึ่งอาจจำกัดโอกาสที่ตลาดจะปรับขึ้นต่อในอนาคต

สถานการณ์ที่กำลังดำเนินอยู่นี้ทำให้นักลงทุนเริ่มเปรียบเทียบตลาดหุ้นไต้หวันและเกาหลีใต้กับบางประเทศที่ดัชนีตลาดถูกครอบงำโดยบริษัทขนาดใหญ่เพียงรายเดียวหรือไม่กี่ราย อย่างเช่น ตลาดซาอุดีอาระเบียที่พึ่งพาซาอุดีอารัมโก (Saudi Aramco) หรือตลาดเดนมาร์กที่ดัชนีถูกขับเคลื่อนโดยโนโว นอร์ดิสก์ (Novo Nordisk)

โดยสิ่งที่เกิดขึ้นกับสองตลาดนี้ คือ ตลาดหุ้นเดนมาร์กเคยเผชิญแรงกดดันเมื่อนักลงทุนมีความกังวลว่า ดีมานด์ยาลดน้ำหนักของ Novo Nordisk เริ่มชะลอตัว ส่วนตลาดหุ้นซาอุดีอาระเบียก็อ่อนตัวลงตามราคาน้ำมันที่ลดลง เพราะพึ่งพา Saudi Aramco สูงมาก แต่หลังจากราคาน้ำมันฟื้น ตลาดหุ้นซาอุฯ ก็เริ่มกลับมาฟื้นตัวได้บางส่วน

อ้างอิง : CNBC

แชร์
AI เขย่าอันดับตลาดหุ้น ไต้หวัน-เกาหลีขึ้นแถวหน้าโลก กูรูเตือนเสี่ยงสูง