Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
เจาะแผน 3 ปี ‘อินเตอร์ ฟาร์มา’ ตั้งเป้ารายได้โตปีละ 10% สู่ 2,910 ล้าน
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

เจาะแผน 3 ปี ‘อินเตอร์ ฟาร์มา’ ตั้งเป้ารายได้โตปีละ 10% สู่ 2,910 ล้าน

23 ก.ค. 69
09:41 น.
แชร์

เมื่อเทรนด์การดูแลสุขภาพและสังคมผู้สูงอายุกลายเป็นเมกะเทรนด์ของโลก ขณะที่คนรุ่นใหม่ยอมจ่ายมากขึ้นทั้งเพื่อดูแลตัวเองและสัตว์เลี้ยง เป็นจังหวะให้ผู้ประกอบการในธุรกิจสุขภาพต่างเร่งวางหมากรับโอกาสครั้งใหม่ หนึ่งในนั้นคือ บริษัท อินเตอร์ ฟาร์มา จำกัด (มหาชน) หรือ IP ผู้พัฒนาและจำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพสำหรับคนและสัตว์เลี้ยง ที่ประกาศเป้าหมายผลักดันรายได้แตะ 2,910 ล้านบาทภายในปี 2571 พร้อมเดินหน้าสร้างการเติบโตผ่านนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง

อินเตอร์ ฟาร์มา เป็นหนึ่งในผู้ประกอบธุรกิจด้านสุขภาพที่ดำเนินธุรกิจครอบคลุมตั้งแต่การพัฒนา คิดค้น และจำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพสำหรับคน ผลิตภัณฑ์สุขภาพสำหรับสัตว์เลี้ยงและปศุสัตว์ ไปจนถึงธุรกิจร้านขายยา โรงพยาบาล และเครื่องมือแพทย์ โดยมีพอร์ตธุรกิจทั้งกลุ่มผลิตภัณฑ์ยา ผลิตภัณฑ์ด้าน wellness และ anti-aging นวัตกรรมความงาม ไปจนถึงผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยงและปศุสัตว์

หลังจากปี 2568 มีรายได้ 2,214 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 122 ล้านบาท IP ได้ประกาศเป้าหมายระยะ 3 ปี ผ่านแผนการเพิ่มมูลค่าบริษัท (JUMP+ Plan) โดยตั้งเป้าผลักดันรายได้เพิ่มเป็น 2,910 ล้านบาทในปี 2571 พร้อมรักษาอัตราการเติบโตเฉลี่ย 10% ต่อปี ส่วนกำไรสุทธิ ตั้งเป้าเพิ่มขึ้นเป็น 241 ล้านบาทในปี 2571 จาก 122 ล้านบาทในปี 2568

SPOTLIGHT ชวนมาคลี่ดูรายละเอียดในแผน JUMP+ ของอินเตอร์ ฟาร์มา ว่าบริษัทนี้ตั้งเป้าการเติบโตและวางแผนสร้างการเติบโตเอาไว้อย่างไร

4 แผนงานขับเคลื่อนธุรกิจสู่เป้ารายได้โตปีละ 10%

เพื่อผลักดันรายได้และกำไรสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ อินเตอร์ ฟาร์มา วาง 4 แผนงานสำคัญที่จะใช้ขับเคลื่อนการเติบโต ครอบคลุมตั้งแต่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การขยายช่องทางจำหน่าย และการปรับโครงสร้างพอร์ตสินค้า เพื่อให้การเติบโตของรายได้เกิดขึ้นควบคู่กับการเพิ่มความสามารถในการทำกำไร

แผนงานที่ 1 คือ การเร่งพัฒนาและเปิดตัวผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงในกลุ่มเป้าหมายหลัก ควบคู่กับการลงทุนในอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องจักร การขยายคลังสินค้า รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภค เพื่อรองรับการผลิตสินค้าใหม่และการขยายกำลังการผลิต โดยในปี 2569 บริษัทตั้งเป้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ทั้งภายใต้แบรนด์ของบริษัทและสำหรับลูกค้า OEM พร้อมเริ่มรับรู้รายได้จากผลิตภัณฑ์ใหม่บางส่วนภายในปี

หลังจากนั้น ในปี 2570 มีแผนเสริมพอร์ตผลิตภัณฑ์ในกลุ่มที่มีศักยภาพทำกำไรสูง ก่อนที่ในปี 2571 ผลิตภัณฑ์และโครงการนวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นในช่วงปี 2569-2570 จะเริ่มสร้างรายได้เต็มปี ซึ่งบริษัทคาดว่าจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการเติบโตในระยะถัดไป

แผนงานที่ 2 คือ การยกระดับประสิทธิภาพการผลิตและการบริหารต้นทุนเชิงระบบภายใต้แนวคิด Operational Excellence เพื่อให้การเติบโตของรายได้เกิดขึ้นควบคู่กับการรักษาความสามารถในการทำกำไร โดยในปี 2569 บริษัทตั้งเป้าลดต้นทุนต่อหน่วยอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมเพิ่มอัตราการใช้กำลังการผลิตให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

จากนั้นในปี 2570 บริษัทตั้งเป้าลดต้นทุนต่อหน่วยต่อเนื่องจากการเกิด Economies of Scale หรือการที่ต้นทุนเฉลี่ยต่อหน่วยลดลงเมื่อปริมาณการผลิตเพิ่มขึ้น ก่อนพัฒนาโครงสร้างต้นทุนให้อยู่ในระดับที่สามารถแข่งขันได้ภายในปี 2571

แผนงานที่ 3 คือ การขยายช่องทางจำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยในปี 2569 บริษัทตั้งเป้าเพิ่มฐานลูกค้าในช่องทางที่มีศักยภาพสูง พร้อมเพิ่มสัดส่วนรายได้จากช่องทางที่เติบโตเร็ว ก่อนผลักดันให้รายได้จากช่องทางหลักเติบโตในอัตราเร่งในปี 2570 ผ่านการเพิ่มยอดขายต่อจุดจำหน่ายและการบริหารต้นทุนต่อช่องทางให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น จากนั้นในปี 2571 บริษัทตั้งเป้าขยายตลาดต่างประเทศและสร้างพันธมิตรเชิงกลยุทธ์เพิ่มเติม

แผนงานที่ 4 คือ การปรับโครงสร้างพอร์ตผลิตภัณฑ์ เพื่อเพิ่มสัดส่วนสินค้าที่ให้อัตรากำไร (margin) สูง โดยในปี 2569 ตั้งเป้าเพิ่มยอดขายในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีศักยภาพทำกำไรสูง ก่อนเพิ่มสัดส่วนรายได้จากผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงอย่างมีนัยสำคัญในปี 2570 จากนั้น เป้าหมายในปี 2571 คือ การสร้างความสามารถในการแข่งขันด้านกำไรในระยะยาว

ยกระดับธรรมาภิบาล มุ่งสู่มาตรฐาน CAC

นอกจากแผนธุรกิจแล้ว โครงการ JUMP+ ยังกำหนดให้บริษัทจดทะเบียนจัดทำแผนด้านธรรมาภิบาลควบคู่กัน เพื่อยกระดับการกำกับดูแลกิจการและสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ลงทุน โดยอินเตอร์ ฟาร์มา กำหนดแผนยกระดับการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชัน ผ่านการทบทวน ติดตาม และประเมินผลการปฏิบัติตามนโยบายภายในอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง พร้อมปลูกฝังวัฒนธรรมองค์กรที่ยึดหลักความซื่อสัตย์ให้แก่พนักงาน พร้อมทั้งแสวงหาการรับรองมาตรฐานระดับประเทศ (CAC) และระดับสากล (ISO)

ปัจจุบัน บริษัทได้จัดทำนโยบายและแนวปฏิบัติด้านการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชัน รวมถึงกำหนดกระบวนการติดตามและรายงานผลต่อคณะกรรมการบริษัทเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยในกรณีที่พบการทำผิด มีการระบุแนวทางแก้ไขและมาตรการป้องกันการเกิดซ้ำอย่างชัดเจน พร้อมทบทวนนโยบายเป็นประจำอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

ในช่วง 3 ปีข้างหน้า อินเตอร์ ฟาร์มา ตั้งเป้าประกาศเจตนารมณ์เข้าร่วมโครงการแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (CAC) ภายในปี 2569 ก่อนเดินหน้ายื่นขอการรับรองในปี 2570 และได้รับการรับรองภายในปี 2571 นอกจากนี้ ยังมีแผนจัดทำระบบ E-Learning และแบบทดสอบออนไลน์ด้านการกำกับดูแลกิจการ เพื่อส่งเสริมความรู้และสร้างความเข้าใจให้กับพนักงานทั่วทั้งองค์กร

เดินหน้าจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจก

อีกหนึ่งองค์ประกอบของแผน JUMP+ คือ การจัดทำแผนด้านสภาพภูมิอากาศ ซึ่งอินเตอร์ ฟาร์มา เลือกเริ่มต้นจากแผนการจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจก เพื่อยกระดับการบริหารจัดการข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมให้มีความเป็นระบบและน่าเชื่อถือ โดยครอบคลุมการรวบรวมข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมหลักขององค์กร พร้อมวางแนวทางให้มีการทวนสอบข้อมูลโดยหน่วยงานภายนอกที่ได้รับการรับรองจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) รวมถึงเผยแพร่ข้อมูลต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างโปร่งใส

อินเตอร์ ฟาร์มาตั้งเป้าจัดทำรายงาน ทวนสอบ และเปิดเผยข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในขอบเขต 1 และ 2 ให้แล้วเสร็จภายในปี 2571 ควบคู่กับการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยมองว่าแนวทางดังกล่าวไม่เพียงช่วยลดผลกระทบจากการดำเนินธุรกิจ แต่ยังช่วยเตรียมความพร้อมต่อข้อกำหนดด้านสภาพภูมิอากาศที่อาจเข้มงวดขึ้นในอนาคต

นักวิเคราะห์มองเป้าโต 10% เป็นไปได้ แต่ต้องผ่านหลายความท้าทาย

ณัฐวุฒิ วงศ์เยาวรักษ์ นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก มองว่า แผนงานทั้ง 4 ในแผนธุรกิจของอินเตอร์ ฟาร์มา มีความสมเหตุสมผลทั้งในแง่เป้าหมายและแนวทางดำเนินงาน สอดคล้องกับเป้าหมายรายได้ 2,910 ล้านบาทในปี 2571 หรือเติบโตเฉลี่ยปีละ 10% โดยบริษัทเลือกขับเคลื่อนการเติบโตผ่านกลยุทธ์ Innovation Lead Growth ควบคู่กับการลงทุนเพิ่มศักยภาพการผลิต การบริหารต้นทุน และการขยายตลาด

ในมุมของผลิตภัณฑ์ นักวิเคราะห์มองว่า การเร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงจะช่วยสร้างความแตกต่างให้กับบริษัท โดยเฉพาะโครงการการรักษาโรคพาร์กินสันด้วย Gene Therapy และการพัฒนากลุ่มยาหยอดตาแบบครบวงจรเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ ขณะที่การยกระดับประสิทธิภาพการผลิตและการบริหารต้นทุน จะช่วยสร้างสมดุลระหว่างผลิตภัณฑ์ที่สร้างกระแสเงินสดอย่างต่อเนื่องกับกลุ่มนวัตกรรมใหม่ พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพของซัพพลายเชนและรักษาอัตราการทำกำไรในระยะยาว

ด้านการขยายตลาด นักวิเคราะห์ระบุว่า บริษัทตั้งเป้าขยายช่องทางจำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศ CLMV จีน ยุโรป และสหรัฐอเมริกา ขณะที่ในประเทศจะเน้นเพิ่มประสิทธิภาพช่องทางจำหน่ายผ่านโรงพยาบาล ร้านขายยา และแพลตฟอร์มออนไลน์ ส่วนการปรับโครงสร้างพอร์ตผลิตภัณฑ์ จะมุ่งเพิ่มสัดส่วนสินค้าที่มีมาร์จิ้นสูง โดยเฉพาะธุรกิจสัตว์เลี้ยงที่ได้รับแรงหนุนจากกระแส Pet Humanization และความต้องการผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพเชิงป้องกันและชะลอวัยที่เพิ่มขึ้น

นักวิเคราะห์ยังมองว่า แผนงานทั้ง 4 แผนงานสอดคล้องกับวิสัยทัศน์และพันธกิจของบริษัทที่มุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพสำหรับคนและสัตว์เลี้ยงอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งประเมินว่า อินเตอร์ ฟาร์มา มีความพร้อมรองรับการดำเนินแผน จากประสบการณ์ของทีมผู้บริหาร ฐานการผลิตที่มีอยู่ รวมถึงฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง โดย ณ สิ้นปี 2568 บริษัทมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) เพียง 0.41 เท่า และมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานเพียงพอสำหรับการลงทุนตามแผน

อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ ความเสี่ยงจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ซึ่งต้องใช้เวลาและผ่านขั้นตอนการอนุมัติของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การแข่งขันในอุตสาหกรรมยาและอาหารเสริม ต้นทุนวัตถุดิบนำเข้า และค่าขนส่งที่อาจผันผวน ซึ่งอาจส่งผลต่อการดำเนินงานและการบรรลุเป้าหมายที่บริษัทวางไว้

แต่ถึงแม้เกิดกรณีที่อินเตอร์ฟาร์มาไม่สามารถดำเนินการตามแผนได้และส่งผลให้การเติบโตของบริษัทไม่เป็นไปตามเป้ารายได้ปี 2571 ที่ 2,910 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตปีละ 10% ต่อปี นักวิเคราะห์ของโกลเบล็กยังเชื่อว่า บริษัทยังคงรักษาการเติบได้ที่ระดับ 3-5% ต่อปี เนื่องจากบริษัทมีการพัฒนาอาหารเสริมใหม่ ๆ และขยายสาขา Lab Pharmacy ต่อเนื่องทุกปี นอกจากนี้ บริษัทยังมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) ที่ต่ำเพียง 0.41 เท่า ทำให้ไม่มีความกังวลเรื่องการเพิ่มทุนในอนาคต

หากใครอยากฟังกลยุทธ์และการเติบโตของ อินเตอร์ ฟาร์มา กรุ๊ป จาก ดร. ตฤณวรรธน์ ธนิตนิธิพันธ์ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินเตอร์ ฟาร์มา จำกัด (มหาชน) สามารถมาร่วมงาน “Empowering Opportunities: เปลี่ยนเกมตลาดทุนไทย สู่โอกาสการลงทุนที่ยั่งยืน” งานสัมมนาฟรีเพื่อนักลงทุนรายย่อย ในการค้นหาโอกาสการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต และการบริหารความเสี่ยงท่ามกลางความท้าทายใหม่ของตลาดทุนไทย

วันเสาร์ที่ 8 สิงหาคม 2569 | เวลา 08.30 – 12.00 น.
ณ หอประชุมศุกรีย์ แก้วเจริญ อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ลงทะเบียนฟรี! (ที่นั่งมีจำนวนจำกัด) ได้ที่: https://forms.gle/tirUfSgwNb2BF5zR9

แชร์
เจาะแผน 3 ปี ‘อินเตอร์ ฟาร์มา’ ตั้งเป้ารายได้โตปีละ 10% สู่ 2,910 ล้าน