หลายคนอาจจะเข้าใจว่าธุรกิจที่เชื่อมโยงกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจะมีแต่ธุรกิจขนาดใหญ่เท่านั้น แต่ที่จริงแล้วธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กก็สามารถได้รับประโยชน์จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้เช่นเดียวกัน เพราะในปัจจุบัน ตลาดหลักทรัพย์ฯ มีแพลตฟอร์มที่เรียกว่า LiVE Platform ที่ให้ความรู้และช่วยยกระดับพัฒนาธุรกิจ SME ให้แข็งแรงและเติบโต เพื่อก้าวสู่การเป็นบริษัทจดทะเบียนได้ในอนาคต
ล่าสุด LiVE Platform โดย บริษัท ไลฟ์ฟินคอร์ป จำกัด ภายใต้กลุ่มตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรจากภาครัฐและเอกชน อาทิ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, SME D Bank, บสย., สวทช., สสว., บพข., NIA, depa, TEDFund, AIS, Humanica, สมาคมการค้าสตาร์ทอัพไทย, สมาคมเทคโนโลยีเพื่อการตลาดประเทศไทย, สมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย และสมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย จัดงานสัมมนาใหญ่แห่งปี “SME ต้องรอด 2025: ปลดล็อกศักยภาพธุรกิจไทย พลิกเกม สร้างโอกาสเติบโต” โดยมีการแบ่งปันองค์ความรู้และกลยุทธ์ที่ใช้ได้จริงจากผู้เชี่ยวชาญชั้นนำของประเทศ โดยมีผู้ประกอบการ SMEs, Startups และผู้บริหารองค์กร เข้าร่วมกว่า 1,000 คน ในวันที่ 31 สิงหาคม 2568 ณ อาคารตลาดหลักทรัพย์ฯ
คุณอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ระบุว่าอยากให้ SME ไทยเป็นผู้นำของเศรษฐกิจไทยมากขึ้น โดยจากการพูดคุยกับนักลงทุนต่างประเทศในงาน Thailand Focus 2025 ที่ผ่านมา ได้รับการพูดถึงกลุ่มอุตสาหกรรมในประเทศไทยค่อนข้างเป็นธุรกิจเก่าในช่วง 30-50 ปีที่ผ่านมา แต่เมื่อเทียบกับสหรัฐฯ ที่มีบริษัทใหม่ ๆ เติบโตขึ้นมามากว่า 90% ดังนั้น SME จึงมีความสำคัญที่สุดในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย จึงเป็นภารกิจของตลาดหลักทรัพย์ฯ ในการจัดงานครั้งนี้ เพื่อให้ความรู้ สร้างโอกาส ให้ธุรกิจ SME ต่อยอดได้ในอนาคต
“ผมอยากเห็นบริษัท SME ไทยเติบโตขึ้นเป็นบริษัทที่อยู่ใน SET 50 และ SET 100 ในอนาคต งานในวันนี้จึงเตรียมวิทยากร 21 ท่าน 14 เวที และอยากให้ SME ใช้ต่อยอดได้จริง” นายอัสสเดชกล่าว
คุณประพันธ์ เจริญประวัติ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ และไลฟ์เอ็กซ์เช้นจ์ ระบุว่าอยากให้ SME ไทยสมัครเข้ามาใน LiVE Platform เพราะเราทำหน้าที่สนับสนุนระบบนิเวศให้แก่ผู้ประกอบการ SMEs และ Startups ในประเทศไทย ครอบคลุมตั้งแต่การพัฒนาศักยภาพผ่านหลักสูตรและสัมมนาเชิงลึก เชื่อมโยงการเข้าถึงแหล่งเงินทุนหลากหลายรูปแบบ ทั้งสินเชื่อและตลาดทุน การนำเสนอนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่จำเป็นต่อการปรับตัว รวมถึงการให้คำปรึกษาเพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเติบโตในทุกมิติ โดยมีเป้าหมายหลักในการปลดล็อกศักยภาพ สร้างภูมิคุ้มกันให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว
“ที่ผ่านมา LiVE Platform ประสบความสำเร็จในการยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการไทยอย่างต่อเนื่อง โดยบ่มเพาะและพัฒนาผู้ประกอบการผ่าน LiVE Academy แล้วกว่า 3,500 บริษัท ให้มีความพร้อมทั้งด้านการเงิน การตลาด และการบริหารจัดการธุรกิจ ช่วยส่งเสริมผู้ประกอบการให้สามารถระดมทุนผ่านตลาดหลักทรัพย์ไลฟ์เอ็กซ์เช้นจ์ (LiVEx) ได้สำเร็จ 7 บริษัท มูลค่าระดมทุนรวมกว่า 287.5 ล้านบาท โดยมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market cap) อยู่ที่ 4,737.82 ล้านบาท (ข้อมูล ณ วันที่ 29 สิงหาคม 2568) สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการสร้างระบบนิเวศที่แข็งแกร่ง ช่วยให้ SMEs และ Startups เข้าถึงองค์ความรู้ แหล่งเงินทุน และโอกาสทางธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมเติบโตอย่างยั่งยืนและรับมือกับความท้าทายรอบด้าน” นายประพันธ์กล่าว
สำหรับงาน “SME ต้องรอด 2025” ในครั้งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นของ LiVE Platform และพันธมิตรในการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้มีความพร้อมและเติบโตอย่างยั่งยืน สัมมนาจัดเต็ม 4 เวที จาก 21 วิทยากร และกว่า 30 บูธพันธมิตร โดยผู้ร่วมงานจะได้อัปเดตเทรนด์เศรษฐกิจ ผู้บริโภค เทคโนโลยี และการใช้ AI พร้อมเรียนรู้เทคนิคการบริหารคน การบริหารทุน และการเข้าถึงแหล่งเงินทุน นอกจากนี้ ยังมี SMEs จาก สวทช. มา Pitching การต่อยอดธุรกิจ และ Pitching Showcase จากผู้ประกอบการที่มานำเสนอธุรกิจเพื่อสร้างแรงบันดาลใจและโอกาสใหม่
สำหรับผู้ที่สนใจสามารถศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับโครงการและบริการต่าง ๆ ของ LiVE Platform ได้ที่เว็บไซต์ www.live-platforms.com และศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับ LiVEx ซึ่งเป็นตลาดหลักทรัพย์กระดานที่ 3 ที่ออกแบบมาเพื่อธุรกิจ SMEs และ Startups ได้ที่ www.live-platforms.com/live-exchange