
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีเอ็มบีธนชาต (ttb) เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 31.64 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าเมื่อเทียบกับราคาปิดตลาดเมื่อวาน ที่ 31.47 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
ดอลลาร์ปรับตัวแข็งค่าลงเทียบสกุลเงินหลัก นักลงทุนรายงานการประชุมนโยบายการเงินของเฟดประจำวันที่ 9-10 ธ.ค. ซึ่งมีกำหนดเปิดเผยในวันนี้ตามเวลาสหรัฐฯ เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟดในปี 2569 ขณะที่นักลงทุนคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้งในปี 2569
ทองคำปิดร่วงลงกว่า 200 ดอลลาร์ เนื่องจากนักลงทุนเทขายทำกำไรหลังจากราคาทองคำพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ก่อนหน้านี้ คาดว่าราคาทองคำยังคงมีแนวโน้มที่สดใส เนื่องจากสถานการณ์ตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์จะยังคงเป็นปัจจัยหนุนแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างรัสเซียและยูเครนที่ยังคงยืดเยื้อ
เงินบาทอ่อนค่าสุดในภูมิภาค ปัจจัยจากราคาทองคำในตลาดโลกร่วงลงแรง ทำเงินบาทอ่อนค่าเร็ว ยังไม่มีตัวเลขเศรษฐกิจที่ต้องติดตาม ช่วงตลาดค่อนข้างเบาบางเนื่องจากช่วงสิ้นปี ทั้งนี้ยังคงต้องจับตาราคาทองในตลาดโลก ซึ่งมีผลต่อค่าเงินบาท
สถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ นักลงทุนต่างชาติขายทธิหุ้นไทย 608.82 ล้านบาท และขายสุทธิพันธบัตรไทย 1439.19 ล้านบาท
*แนะนำ ทยอยซื้อที่ 31.45/ขาย 31.75
*แนะนำ ซื้อ 37.00/ขาย 37.50
* แนะนำ ซื้อ 0.2005/ ขาย 0.2045
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีเอ็มบีธนชาต (ttb) เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 31.12 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าจากราคาปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ที่ระดับ 31.05 บาท/ดอลลาร์
ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบแคบ ๆ ท่ามกลางธุรกรรมที่เบาบาง โดยมีแนวรับที่แข็งแกร่งที่ระดับ 31.00 บาทต่อดอลลาร์ จากการที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ออกมาตรการดูแลค่าเงินบาทในวันทำการสุดท้ายของสัปดาห์ที่ผ่านมา
ธปท. กำหนดให้ธนาคารพาณิชย์รายงานธุรกรรมเงินนำเข้าจากต่างประเทศตั้งแต่ 200,000 ดอลลาร์ขึ้นไปทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล เพื่อให้สามารถตรวจสอบเอกสารการนำเงินเข้าประเทศเพื่อให้เห็นชัดว่าเงินมาจากไหนและมีวัตถุประสงค์อะไร โดยจับตาเป็นพิเศษในเงินลงทุนต่างประเทศในธุรกิจ “อสังหาฯ-สินทรัพย์ดิจิทัล" ตั้งแต่ 29 ธ.ค 68 เป็นต้นไป
ในส่วนของราคาทองคำ แม้ว่า ธปท.มีความสงสัยกระแสเงินทุนของทองคำ ซึ่งพบว่าแรงกดดันสำคัญมาจากการขายทองคำผ่าน application ซื้อขายทองคำเป็นเงินบาท แต่จุดนี้ยังไม่มีหน่วยงานไหนควบคุมดูแลใกล้ชิด ตลาดจึงต้องจับตาดูมาตรการต่อเนื่องในกรณีดังกล่าวจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป
สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาทวันนี้ คาดว่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวแคบ ๆ โดยธุรกรรมยังคงเบาบาง เนื่องจากบริษัทส่วนใหญ่เริ่มชะลอการทำธุรกรรมเพื่อเตียมปิดบัญชีช่วงปลายปีแล้ว โดยคาดกรอบการเคลื่อนไหวที่ 31.05-31.25 บาทต่อดอลลาร์ฯ
สถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทย 1,124 ล้านบาท และขายสุทธิพันธบัตรไทย 29 ล้านบาท
*แนะนำ ทยอยขายที่ระดับ 31.25
* แนะนำ ทยอยขายที่ระดับ 36.80
* แนะนำ ทยอยขาย 0.2000
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีเอ็มบีธนชาต (ttb) เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 31.10 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าจากราคาปิดตลาดเมื่อวานที่ระดับ 31.04 บาท/ดอลลาร์
ค่าเงินบาทยังคงอยู่ในทิศทางที่แข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์ โดยได้แรงหนุนจากการปรับตัวสูงขึ้นของราคาทองคำโลกจากแรงซื้อในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย และความคาดหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเดินหน้าปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีหน้า นอกจากนี้ราคาทองคำยังได้ปัจจัยบวกจากการซื้อทองคำของธนาคารกลางต่าง ๆ รวมทั้งการไหลเข้าของเงินลงทุนเข้าสู่กองทุน ETF ทองคำ
เงินดอลลาร์เคลื่อนไหวในช่วงแคบๆ เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ท่ามกลางการซื้อขายที่ซบเซา ก่อนที่ตลาดจะปิดทำการในวันพฤหัสบดีที่ 25 ธ.ค.นี้เนื่องในวันคริสต์มาส
เมื่อวานนี้กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก ลดลง 10,000 ราย สู่ระดับ 214,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว และต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 232,000 ราย
สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ เมื่อวานนี้นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทย 1,341.57 ล้านบาท และขายสุทธิพันธบัตรไทย 2,382 ล้านบาท
*แนะนำ ทยอยซื้อที่ 30.90/ขาย 31.20
* แนะนำ ซื้อ 36.40 /ขาย 36.90
* แนะนำ ซื้อ 0.1970 / ขาย 0.2020
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีเอ็มบีธนชาต (ttb) เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาดที่ระดับ 31.07 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ใกล้เคียงเมื่อเทียบกับราคาปิดเมื่อวานที่ 31.09 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
เงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบแคบโดยมีธุรกรรมเบาบาง เนื่องจากตลาดปริวรรตเงินตราของสหรัฐและหลายตลาดของต่างประเทศหยุดในช่วงเทศกาลคริสต์มาส
ปัจจัยที่ยังคงต้องติดตาม คือราคาทองตลาดโลก ซึ่งหากราคาทองคำไม่ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาก ก็คาดว่าค่าเงินบาท ช่วงสิ้นปีจะยังอยู่ในระดับนี้
สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ เมื่อวานนี้นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทย 787 ล้านบาท และขายสุทธิพันธบัตรไทย 73 ล้านบาท
*แนะนำ ทยอยซื้อที่ 30.90/ขาย 31.20
* แนะนำ ซื้อ 36.40 /ขาย 36.90
* แนะนำ ซื้อ 0.1970 / ขาย 0.2020
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีเอ็มบีธนชาต (ttb) เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาดที่ระดับ 31.10 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าเมื่อเทียบกับราคาปิดเมื่อวานที่ 31.12 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
ดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก เนื่องจากตลาดยังคงคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีโอกาสที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีกในปีหน้า แม้สหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ที่ขยายตัวแข็งแกร่งเกินคาดในไตรมาส 3/2568
กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยตัวเลขประมาณการครั้งที่ 2 สำหรับผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 3/2568 โดยระบุว่า เศรษฐกิจสหรัฐขยายตัว 4.3% ในไตรมาสดังกล่าว สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 3.2% โดยได้แรงหนุนจากการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่แข็งแกร่ง ทั้งนี้ ผู้บริโภคมีการใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 3.5% ในไตรมาส 3 หลังจากเพิ่มขึ้น 2.5% ในไตรมาส 2
สถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ เมื่อวานนี้นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทย 1,856 ล้านบาท และซื้อสุทธิพันธบัตรไทย 293 ล้านบาท
*แนะนำ ทยอยซื้อที่ 30.90/ขาย 31.30
*แนะนำ ซื้อ 36.50/ขาย 36.90
* แนะนำ ซื้อ 0.1980/ ขาย 0.2020
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีเอ็มบีธนชาต (ttb) เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาดที่ระดับ 31.14 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ใกล้เคียงกับราคาปิดเมื่อวานที่ 31.17 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
ดอลลาร์อ่อนค่าเทียบสกุลเงินหลัก หลังสหรัฐเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อที่ต่ำกว่าคาด ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในปีหน้า(2569) โดย CPI ทั่วไป (Headline CPI) และ CPI พื้นฐาน (Core CPI) เมื่อเทียบรายปีออกมาต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ทั้งสองดัชนี โดยนักลงทุนให้น้ำหนักต่อคาดการณ์ที่ว่า เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยสองครั้งในปี 2569
ตลาดยังรอดูตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯในเดือนธันวา เพื่อยืนยันทิศทางการปรับลดดอกเบี้ยของ Fed ขณะที่ค่าเงินในภูมิภาค (โดยเฉพาะ JPY) ยังผันผวนสูงจากการดำเนินมาตรการต่างๆ และความเสี่ยงจากการเข้าแทรกแทรงมากกว่าปัจจัยพื้นฐานเศรษฐกิจระยะสั้น
สถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ เมื่อวานนี้นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทย 757 ล้านบาท และขายสุทธิพันธบัตรไทย 672 ล้านบาท
*แนะนำ ทยอยซื้อที่ 31.00/ขาย 31.30
*แนะนำ ซื้อ 36.50/ขาย 36.90
* แนะนำ ซื้อ 0.1980/ ขาย 0.2020
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีเอ็มบีธนชาต (ttb) เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 31.42 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าเล็กน้อย เมื่อเทียบกับราคาปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ ที่ 31.47 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
ดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันศุกร์ (19 ธ.ค.) ขณะที่เงินเยนอ่อนค่าอย่างรุนแรงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐและสกุลเงินหลักอื่น ๆ หลังธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสู่ระดับสูงสุดในรอบ 30 ปี แต่ไม่ได้ให้ความชัดเจนเกี่ยวกับทิศทางการปรับขึ้นดอกเบี้ยในอนาคต
การอ่อนค่าของเงินเยนยิ่งรุนแรงขึ้นหลังการแถลงข่าวภายหลังการประชุมของคาซูโอะ อูเอดะ ผู้ว่าการ BOJ ซึ่งยังคงกล่าวอย่างคลุมเครือเกี่ยวกับช่วงเวลาและจังหวะของการปรับขึ้นดอกเบี้ยในอนาคต โดยระบุเพียงว่ายังเปิดโอกาสสำหรับการคุมเข้มนโยบายเพิ่มเติม
ซัตสึกิ คาตายามะ รัฐมนตรีคลังญี่ปุ่น เตือนเมื่อวันศุกร์ว่า ญี่ปุ่นจะดำเนินมาตรการที่เหมาะสมเพื่อรับมือกับความผันผวนที่มากเกินไปในตลาดอัตราแลกเปลี่ยน พร้อมระบุว่าจะตอบสนองอย่างเหมาะสมต่อการเคลื่อนไหวที่รุนแรง รวมถึงการเคลื่อนไหวที่เกิดจากนักเก็งกำไร
สถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ เมื่อวันศุกร์ นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทย 83.6 ล้านบาท และขายสุทธิพันธบัตรไทย 1,220 ล้านบาท
*แนะนำ ทยอยซื้อที่ 31.30/ขาย 31.60
*แนะนำ ซื้อ 36.60/ขาย 37.00
* แนะนำ ซื้อ 0.2000/ ขาย 0.2040
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีเอ็มบีธนชาต (ttb) เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 31.44 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าเล็กน้อย เมื่อเทียบกับราคาปิดตลาดเมื่อวาน ที่ 31.47 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
ดอลลาร์อ่อนค่าลงเทียบสกุลเงินหลัก หลังสหรัฐเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อที่ต่ำกว่าคาด ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) Fed Watch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 58% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเดือนมี.ค.จากเดิมที่ให้น้ำหนักเพียง 32.9% และคาดว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งที่ 2 ในเดือนก.ค. เร็วกว่าเดิมที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในเดือนก.ย. ซึ่งจะทำให้อัตราดอกเบี้ยของเฟดอยู่ที่ระดับ 3.00-3.25% ในช่วงสิ้นปี 2569
กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค ปรับตัวขึ้น 2.7% ในเดือนพ.ย. เมื่อเทียบรายปี ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 3.1% จากระดับ 3.0% ในเดือนก.ย. ส่วนดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 2.6% ในเดือนพ.ย. เมื่อเทียบรายปี ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 3.0% จากระดับ 3.0% ในเดือนก.ย.
ตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก ลดลง 13,000 ราย สู่ระดับ 224,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว แต่สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 200,000 ราย
ยูโรอ่อนค่าลง หลังจากธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยเงินฝากอยู่ที่ระดับ 2.00% ขณะที่อัตราดอกเบี้ยเงินกู้อยู่ที่ระดับ 2.40% ส่วนอัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์อยู่ที่ระดับ 2.15%
ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) มีมติด้วยคะแนนเสียง 5-4 ในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% สู่ระดับ 3.75% เป็นการปรับลดอัตราดอกเบี้ยดังกล่าวถือเป็นครั้งที่ 4 ในปีนี้
สถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ เมื่อวานนี้นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทย 1,600.49 ล้านบาท และซื้อสุทธิพันธบัตรไทย 676.52 ล้านบาท
*แนะนำ ทยอยซื้อที่ 31.30/ขาย 31.60
*แนะนำ ซื้อ 36.55/ขาย 37.05
* แนะนำ ซื้อ 0.2000/ ขาย 0.2035
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีเอ็มบีธนชาต (ttb) เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 31.49 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าจากราคาปิดตลาดเมื่อวานที่ระดับ 31.52 บาท/ดอลลาร์
เงินดอลลาร์เคลื่อนไหวในช่วงแคบๆ เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก โดยนักลงทุนจับตาการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางชั้นนำของโลกถึง 3 แห่ง ซึ่งเป็นการประชุมนโยบายการเงินครั้งสุดท้ายของปี 2568 โดยธนาคารกลางยุโรป (ECB) และธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) จะจัดการประชุมตรงกันในวันที่ 18 ธ.ค.นี้ ขณะที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะจัดการประชุมในวันที่ 19 ธ.ค.
เมื่อวานนี้ กนง. มีมติเป็นเอกฉันท์ ให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% มาที่ 1.25% จากเดิม 1.50% ต่อปี โดยให้มีผลทันที โดยเห็นว่านโยบายการเงินสามารถผ่อนคลายเพิ่มเติมได้ภายใต้เศรษฐกิจที่มีแนวโน้มชะลอตัวชัดเจน และมีความเสี่ยงมากขึ้น เพื่อให้ภาวะการเงินสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ
ทั้งนี้ กนง.ได้ยกระดับติดตามการเคลื่อนไหวของเงินบาทอย่างใกล้ชิด รวมถึงพิจารณาแนวทางดำเนินการกับธุรกรรมที่สร้างแรงกดดันต่อค่าเงินบาทอย่างมีนัยสำคัญโดยขณะนี้ค่าเงินบาทแข็งค่าในกลุ่มนำสกุลภูมิภาค ตามการปรับคาดการณ์แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ และการปรับตัวสูงขึ้นของราคาทองคำโลกเหนือระดับ 4,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์
คืนนี้รอการประกาศตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ
ลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ เมื่อวานนี้นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทย 1,166.92 ล้านบาท และขายสุทธิพันธบัตรไทย 2,933 ล้านบาท
*แนะนำ ทยอยซื้อที่ 31.40/ขาย 31.70
* แนะนำ ซื้อ 36.70 /ขาย 37.20
* แนะนำ ซื้อ 0.2000 / ขาย 0.2050
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีเอ็มบีธนชาต (ttb) เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 31.48 บาท/ดอลลาร์ ใกล้เคียงกับราคาปิดตลาดเมื่อวานที่ระดับ 31.52 บาท/ดอลลาร์
ดอลลาร์อ่อนค่าเล็กน้อย เทียบสกุลเงินหลัก หลังตัวเลขตลาดแรงงานออกมาในทิศทางไม่สอดคล้องกันในทุกมิติ โดยตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนเพิ่ม 16,250 ตำแหน่ง,ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรออกมาที่ระดับ 64,000 ดีกว่าที่ตลาดคาดขณะที่อัตราการว่างงานกลับเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 4.6% และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาด
นักลงทุนยังคงมองว่าการฟื้นต้วของตัวเลขการจ้างงานไม่แข็งแรงพอจะเปลี่ยนมุมมองของตลาดต่อการคาดการการปรับลดดอกเบี้ยของเฟด
ตลาดรอดูตัวเลขเงินเฟ้อ (CPI) เดือนพ.ย. ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางการปรับลดอัตราดอกเบี้ยรอบถัดไป ซึ่ง Fed ยังคงย้ำใช้แนวทาง data-dependent (แรงงาน + เงินเฟ้อ) ขณะที่ยังคงต้องติดตามการแต่งตั้งผู้ว่าการ Fed คนถัดไป ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงด้านนโยบาย
สถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ เมื่อวานนี้นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทย 344 ล้านบาท และขายสุทธิพันธบัตรไทย 2,739 ล้านบาท.
*แนะนำ ทยอยซื้อที่ระดับ 31.40 / ขายที่ระดับ 31.70
* แนะนำ ทยอยซื้อที่ระดับ 36.90 / ขายที่ระดับ 37.30
* แนะนำ ทยอยซื้อที่ระดับ 0.2020
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีเอ็มบีธนชาต (ttb) เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 31.49 บาท/ดอลลาร์ ใกล้เคียงกับราคาปิดตลาด เมื่อวานที่ระดับ 31.45 บาท/ดอลลาร์
ดอลลาร์อ่อนค่าเทียบสกุลเงินหลัก นักลงทุนรอผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางชั้นนำของโลกถึง 3 แห่งในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ECB และ BOE ในวันที่ 18 ธ.ค. ขณะที่ BOJ จะจัดการประชุมในวันที่ 19 ธ.ค และจับตาตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ตัวเลขยอดค้าปลีกและการจ้างงานนอกภาคเกษตรในคืนวันนี้ รวมทั้งดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ในวันพฤหัสบดี โดยตัวเลขเงินเฟ้อหรือ CPI ประจำเดือนพ.ย. ซึ่งเดิมมีกำหนดเผยแพร่ในวันที่ 10 ธ.ค. จะถูกเลื่อนออกไปเป็นวันที่ 18 ธ.ค.
เมื่อวานนี้ นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 3,058 ล้านบาท และซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทย 1,093 ล้านบาท
*แนะนำ ซื้อ 31.40 / ขาย 31.70
* แนะนำ ซื้อ 36.90 / ขาย 37.30
* แนะนำ ซื้อ 0.2020 / ขาย 0.2050
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีเอ็มบีธนชาต (ttb) เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 31.60 บาท/ดอลลาร์ ใกล้เคียงกับราคาปิดตลาด เมื่อวันศุกร์ที่ระดับ 31.58 บาท/ดอลลาร์
สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐเคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ ท่ามกลางความคาดหวังว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีกในปีหน้า โดยมีสัญญาณความอ่อนแอของตลาดแรงงานสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นที่สำคัญ
ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญในสัปดาห์นี้ได้แก่ ยอดค้าปลีกเดือนต.ค. ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร อัตราการว่างงาน ดัชนีราคาผู้บริโภค ยอดขายบ้านมือสองเดือนพ.ย. ดัชนี PMI และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเบื้องต้นสำหรับเดือนธ.ค. รวมถึงตัวเลขการจ้างงานของภาคเอกชนและจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์
นอกจากนี้ ตลาดยังรอติดตามผลการประชุมธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) และธนาคารกลางยุโรป (ECB) ในวันที่ 18 ธ.ค., และ ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) วันที่ 18-19 ธ.ค., ตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนพ.ย. ของยูโรโซน และข้อมูลเศรษฐกิจเดือนพ.ย. ของจีน อาทิ การผลิตภาคอุตสาหกรรม ยอดค้าปลีก การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรและอัตราการว่างงาน
ส่วนปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อค่าเงินที่ต้องติดตาม ได้แก่ ผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) วันที่ 17 ธ.ค. ทิศทางฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ ทิศทางค่าเงินเอเชียและราคาทองคำในตลาดโลก ปัจจัยการเมืองในประเทศ รวมถึงสถานการณ์ระหว่างไทย-กัมพูชา
เมื่อวันศุกที่ผ่านมา นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 2,339 ล้านบาท และขายสุทธิในตลาดหุ้นไทย 1,279 ล้านบาท
*แนะนำ ซื้อ 31.50 / ขาย 31.70
* แนะนำ ซื้อ 36.85 / ขาย 37.35
* แนะนำ ซื้อ 0.2005 / ขาย 0.2045
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีเอ็มบีธนชาต (ttb) เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 31.65 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นจากราคาปิดตลาดเมื่อวานที่ระดับ 31.78 บาท/ดอลลาร์
ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวผันผวน แต่โดยรวมอยู่ในทิศทางแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ หลังตลาดประเมินถ้อยแถลงของประธานเฟด Jerome Powell ว่า เฟดมีแนวโน้มเดินหน้าลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมและอาจลดดอกเบี้ยได้มากกว่าที่เฟดระบุไว้ใน Dot Plot ล่าสุด ส่งผลให้โดยรวมดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ปรับตัวลงสู่โซน 98 จุด
ในส่วนของราคาทองคำ มุมมองของผู้เล่นในตลาดที่ยังคงเชื่อว่า เฟดจะสามารถเดินหน้าลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมได้ในปี 2026 ทำให้ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีส่วนสำคัญทำให้ค่าเงินบาทอาจทดสอบระดับ 31.50 บาทต่อดอลลาร์ได้เร็ว ๆ นี้.
ในช่วงนี้ตลาดรอผลการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) รวมถึง ธนาคารแห่งประเทศไทยในสัปดาห์หน้าก่อนที่จะปรับเปลี่ยนสถานะถือครองเงินบาทที่ชัดเจนอย่างมีนัยสำคัญได้ต่อไป.
สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาทวันนี้ คาดว่าเงินบาทจะเคลื่อนตามราคาทองคำ และเม็ดเงินลงทุนของต่างชาติทั้งในตลาดพันธบัตรและตลาดหุ้นไทย โดยคาดกรอบการเคลื่อนไหวที่ 31.50-31.80 บาทต่อดอลลาร์ฯ
สถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ เมื่อวานนี้นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทย 889 ล้านบาท และซื้อสุทธิพันธบัตรไทย 2,345 ล้านบาท.
*แนะนำ ทยอยขายที่ระดับ 31.80
* แนะนำ ทยอยขายที่ระดับ 37.40
* แนะนำ ทยอยขาย 0.2050
่ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีเอ็มบีธนชาต (ttb) เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 31.75 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับราคาปิดตลาดเมื่อวันอังคารที่ระดับ 31.85 บาท/ดอลลาร์
ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันพุธ (10 ธ.ค.) หลังจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ประกาศลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ตามคาด และส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีกในปีหน้า
คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของเฟดมีมติ 9 ต่อ 3 ในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น 0.25% สู่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมเมื่อวันพุธตามคาด ซึ่งเป็นการปรับลดดอกเบี้ย 3 ครั้งติดต่อกัน
สถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ เมื่อวันอังคารนักลงทุนต่างชาติ ซื้อสุทธิหุ้นไทย 911 ล้านบาท และซื้อสุทธิพันธบัตรไทย 237 ล้านบาท
*แนะนำ ทยอยซื้อที่ระดับ 31.70 ขายที่ระดับ 31.90
* แนะนำ ซื้อที่ 37.00 ทยอยขายที่ระดับ 37.30
* แนะนำ ซื้อที่ระดับ 0.2050 ขายที่ระดับ 0.2070
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีเอ็มบีธนชาต (ttb) เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 31.92 บาท/ดอลลาร์ ใกล้เคียงกับราคาปิดตลาด เมื่อวานที่ระดับ 31.90 บาท/ดอลลาร์
สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐเคลื่อนไหวในกรอบแคบ ๆ ขณะที่นักลงทุนรอติดตามผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ซึ่งคาดการณ์กันอย่างกว้างขวางว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย
ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 90% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมครั้งนี้ หลังจากที่สหรัฐฯ เปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ที่สอดคล้องกับการคาดการณ์ อย่างไรก็ดี นักลงทุนระมัดระวังการซื้อขายและรอดูแถลงการณ์หลังการประชุมเพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยในอนาคต
นอกจากนี้นักลงทุนยังรอดูถ้อยแถลงของนายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด หลังเสร็จสิ้นการประชุม เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ภาวะเศรษฐกิจสหรัฐ และทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟดในปีหน้า รวมทั้งจับตารายงานคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Dot Plot) ของเจ้าหน้าที่เฟด และตัวเลขประมาณการเศรษฐกิจสหรัฐ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) อัตราว่างงาน และอัตราเงินเฟ้อ
สถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ เมื่อวานนี้ซื้อสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 103 ล้านบาท และซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทย 1,024 ล้านบาท
*แนะนำ ซื้อ 31.82 / ขาย 32.02
* แนะนำ ซื้อ 36.85 / ขาย 37.35
* แนะนำ ซื้อ 0.2025 / ขาย 0.2065
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีเอ็มบีธนชาต (ttb) เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 32.03 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับราคาปิดตลาดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ระดับ 31.96 บาท/ดอลลาร์
ดอลลาร์สหรัฐทรงตัวเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันศุกร์ (5 ธ.ค.) ขณะที่นักลงทุนรอติดตามผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในสัปดาห์หน้า
ตัวเลขตลาดแรงงานที่อ่อนแอลงได้ช่วยเสริมความคาดหวังเกี่ยวกับโอกาส 90% ที่เฟดจะลดดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์หน้าและอาจลดอีกสองครั้งในปีหน้า
สถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทย 1,428 ล้านบาท และขายสุทธิพันธบัตรไทย 1,181 ล้านบาท
*แนะนำ ทยอยซื้อที่ระดับ 31.90 ขายที่ระดับ 32.00
* แนะนำ ซื้อที่ 37.00 ทยอยขายที่ระดับ 37.30
* แนะนำ ซื้อที่ระดับ 0.2050 ขายที่ระดับ 0.2060
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีเอ็มบีธนชาต (ttb) เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 31.88 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าจากราคาปิดตลาดเมื่อวานที่ระดับ 31.92 บาท/ดอลลาร์
ดอลลาร์อ่อนค่าเทียบสกุลเงินหลัก หลังการเปิดเผยการจ้างงานภาคเอกชนสหรัฐที่อ่อนแอซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)
ตัวเขการจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐลดลง 32,000 ตำแหน่งในเดือนพ.ย. ต่ำกว่าที่คาดการณ์ว่าเพิ่มขึ้น 40,000 ตำแหน่ง หลังจากเพิ่มขึ้น 47,000 ตำแหน่งในเดือน ต.ค.
ตลาดคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 9-10 ธ.ค.โดยล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 89.2% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมวันที่ 10 ธ.ค. และให้น้ำหนัก 10.8% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.75-4.00%
จับตาดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ที่จะมีการเปิดเผยในวันนี้โดยดัชนี PCE เป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญ เนื่องจากสามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของผู้บริโภค และครอบคลุมราคาสินค้าและบริการในวงกว้างมากกว่าดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI)
สถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ เมื่อวานนี้นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทย 228 ล้านบาท และขายสุทธิพันธบัตรไทย 922 ล้านบาท
*แนะนำ ทยอยซื้อที่ 31.70/ขาย 32.10
* แนะนำ ซื้อ 37.00 /ขาย 37.50
* แนะนำ ซื้อ 0.2030 / ขาย 0.2080
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีเอ็มบีธนชาต (ttb) เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 32.01 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าจากราคาปิดตลาดเมื่อวานที่ระดับ 32.03 บาท/ดอลลาร์
เงินบาทแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์ จากการคาดการณ์ถึงแนวโน้มที่ธนาคารกลางสหรัฐจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์หน้า นอกจากนี้เงินบาทยังแข็งค่าจากแรงเทขายเงินดอลลาร์จากผู้ส่งออก และจากการปรับตัวสูงขึ้นของราคาทองคำโลก ที่เหนือระดับ 4,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์
เงินดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบสกุลเงินหลัก โดยได้รับแรงกดดันการกระแสคาดการณ์ที่ว่า เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 9-10 ธ.ค. หลังจากเจ้าหน้าที่เฟดหลายรายส่งสัญญาณสนับสนุนการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม โดยล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนักมากถึง 89.2% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมครั้งนี้ ซึ่งจะเป็นการปรับลดดอกเบี้ยครั้งที่ 3 ติดต่อกัน
นอกจากนี้ นักลงทุนรอดูตัวเลขดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ที่จะมีการเปิดเผยในวันศุกร์ ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญ เนื่องจากสามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของผู้บริโภค และครอบคลุมราคาสินค้าและบริการได้ดีกว่าดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI)
สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ เมื่อวานนี้นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทย 735 ล้านบาท และขายสุทธิพันธบัตรไทย 2,205 ล้านบาท
*แนะนำ ทยอยซื้อที่ 31.90/ขาย 32.20
* แนะนำ ซื้อ 37.00 /ขาย 37.50
* แนะนำ ซื้อ 0.2030 / ขาย 0.2080
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีเอ็มบีธนชาต (ttb) เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 32.02 บาท/ดอลลาร์ ใกล้เคียงกับราคาปิดตลาด เมื่อวานที่ระดับ 31.99 บาท/ดอลลาร์
สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐเคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ ขณะที่ตลาดยังคงได้แรงหนุนจากความคาดหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 9-10 ธ.ค.หลังจากเจ้าหน้าที่เฟดหลายคนได้แสดงความเห็นสนับสนุนการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม ซึ่งรวมถึงคริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ ผู้ว่าการเฟด และจอห์น วิลเลียมส์ ประธานเฟดสาขานิวยอร์ก นอกจากนี้ การอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ยังเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยหนุนราคาทองคำ
ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 87.6% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมครั้งนี้ ซึ่งจะเป็นการปรับลดดอกเบี้ยครั้งที่ 3 ติดต่อกัน
นอกจากนี้ นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึงตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนประจำเดือนพ.ย.จาก ADP ซึ่งจะมีการเปิดเผยในวันพุธ และดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ประจำเดือนก.ย. ซึ่งจะเปิดเผยในวันศุกร์นี้
สถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ เมื่อวานนี้ซื้อสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 1,560 ล้านบาท และซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทย 1,239 ล้านบาท
*แนะนำ ซื้อ 31.90 / ขาย 32.15
* แนะนำ ซื้อ 36.95 / ขาย 37.45
* แนะนำ ซื้อ 0.2040 / ขาย 0.2080
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีเอ็มบีธนชาต (ttb) เปิดเผยว่าค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 32.10 บาท/ดอลลาร์สหรัฐปรับตัวแข็งค่า เมื่อเทียบกับราคาปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ที่ 32.22 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก และปรับตัวย่ำแย่ที่สุดในรอบสัปดาห์นี้นับตั้งแต่ปลายเดือนก.ค. หลังนักลงทุนเพิ่มน้ำหนักคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนธ.ค.นี้ นักลงทุนประเมินว่าข้อมูลตลาดแรงงานที่อ่อนแอจะผลักดันให้เฟดเดินหน้าลดดอกเบี้ยเพิ่มเติม แม้เจ้าหน้าที่เฟดหลายรายยังแสดงความกังวลต่อภาวะเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับสูง
นักวิเคราะห์รายหนึ่งระบุว่า ข้อมูลเศรษฐกิจที่ประกาศหลังจากการปิดหน่วยงานรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ตลอด 43 วันนั้น มีแนวโน้มอ่อนแอโดยรวม และเป็นไปในทิศทางที่สนับสนุนการปรับลดอัตราดอกเบี้ย รัฐบาลกลางสหรัฐฯ เริ่มเผยแพร่ข้อมูลเศรษฐกิจที่ตกค้างหลังจากกลับมาเปิดทำการอีกครั้ง
FedWatch ของซีเอ็มอี กรุ๊ปบ่งชี้ว่า นักลงทุนประเมินโอกาส 87% ที่เฟดจะลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 9-10 ธ.ค.นี้ เพิ่มขึ้นจาก 71% เมื่อสัปดาห์ก่อน โดยเจ้าหน้าที่เฟดจะเข้าสู่ช่วงงดให้ความเห็นก่อนการประชุมตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมานี้
สถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ เมื่อวันศุกร์นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทย 1,170.89 ล้านบาท และซื้อสุทธิพันธบัตรไทย 10,413.84 ล้านบาท
USD/THB 31.95-32.25
*แนะนำ ทยอยซื้อที่ 31.95/ขาย 32.25
EUR/THB 36.85 - 37.33
*แนะนำ ซื้อ 36.85/ขาย 37.33
JPY/THB 0.2040 - 0.2080
* แนะนำ ซื้อ 0.2040/ ขาย 0.2080
GBP/THB 42.15- 42.55
AUD/THB 20.75 - 21.15