
ท่ามกลางสมรภูมิ “สุกี้-ชาบู” มูลค่ากว่า 40,000 ล้านบาท การแข่งขันในปีที่ผ่านมาเดือดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทั้งจากผู้เล่นรายเดิมที่เร่งปรับตัว และผู้เล่นหน้าใหม่ที่ทยอยเข้ามาชิงส่วนแบ่งในตลาด
แม้กระแสร้านสุกี้-ชาบูแบรนด์ใหม่จะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า “MK” ในฐานะเจ้าเก่าระดับตำนาน ยังสามารถรักษาสถานะผู้นำตลาดสุกี้อันดับ 1 ของไทยไว้ได้ ผ่านการปรับแผนธุรกิจให้หลากหลายขึ้น และตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปมากกว่าเดิม
บทความนี้ SPOTLIGHT ชวนดูเบื้องหลังกลยุทธ์ของ MK Group ว่าแบรนด์เก่าแก่รายนี้ปรับตัวอย่างไร เพื่อให้ยังคงร่วมสมัย แข่งขันได้ และไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังในตลาดหม้อเดือดที่ร้อนแรงขึ้นทุกปี
คุณทานตะวัน ธีระโกเมน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ทิศทางธุรกิจปี 2569 ของ MK Group จะให้ความสำคัญกับการสร้างแบรนด์ภายใต้แนวคิด Find The Right STP (Segmentation – Target – Positioning) หรือการกำหนดกลุ่มลูกค้าเป้าหมายและตำแหน่งทางการตลาดให้แม่นยำมากขึ้น
แนวทางดังกล่าวมุ่งวิเคราะห์ 3 ส่วนหลัก ได้แก่ การแบ่งตลาด การทำความเข้าใจลูกค้า และการวางตำแหน่งของแต่ละแบรนด์ เพื่อให้บริษัทสามารถพัฒนาโมเดลธุรกิจร้านอาหารได้ตรงกับพฤติกรรมผู้บริโภค ทำเล และกำลังซื้อที่แตกต่างกัน ตั้งแต่แบรนด์หลักอย่าง MK ไปจนถึงแบรนด์ใหม่ เช่น Bonus Suki
ในปี 2569 MK Group วางแผนขยายพอร์ตธุรกิจร้านอาหารให้ครอบคลุมลูกค้าหลายระดับ ตั้งแต่ตลาดแมส กลุ่มที่มองหาความคุ้มค่า ตลาดพรีเมียม ไปจนถึงร้านอาหารเฉพาะทาง โดยมี Bonus Suki เป็นหนึ่งในแบรนด์เรือธงใหม่ที่บริษัทเร่งขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง เพื่อปักหมุดครอบคลุมทั่วประเทศ
ขณะเดียวกัน บริษัทยังมองหาโอกาสเติบโตในต่างประเทศ ผ่านแผนร่วมมือกับพันธมิตรในมาเลเซีย รวมถึงเตรียมเปิดตัวแบรนด์ Hikiniku To Come ในเร็ว ๆ นี้ เพื่อขยายฐานธุรกิจร้านอาหารนอกประเทศไทย
ภายใต้พอร์ตธุรกิจปัจจุบัน MK Restaurants ยังเป็นแบรนด์หลักของกลุ่ม เจาะลูกค้าทั่วไปและครอบครัวไทยที่ต้องการประสบการณ์สุกี้คุณภาพในบรรยากาศที่คุ้นเคย โดยสาขาส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในศูนย์การค้าชั้นนำทั่วประเทศ เช่น เซ็นทรัล และเดอะมอลล์ ซึ่งเป็นทำเลที่เข้าถึงฐานลูกค้าขนาดใหญ่
ขณะเดียวกัน MK Buffet ถูกวางตำแหน่งเป็นสุกี้บุฟเฟต์ราคาคุ้มค่า เริ่มต้นที่ 299 บาท ตอบโจทย์ลูกค้าที่ให้ความสำคัญทั้งคุณภาพและความคุ้มราคา โดยเลือกทำเลในไฮเปอร์มาร์เก็ต เช่น โลตัส บิ๊กซี และโฮมโปร เพื่อเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึง และขยายฐานลูกค้าให้ครอบคลุมมากขึ้น
ในกลุ่มพรีเมียม MK Premium Buffet ยกระดับบุฟเฟต์สุกี้ให้มีความหลากหลายและคุณภาพสูงขึ้น ตอบโจทย์ลูกค้าเมืองที่ต้องการทั้งความคุ้มค่า ความครบถ้วน และประสบการณ์การรับประทาน โดยกระจายสาขาในกรุงเทพฯ เป็นหลัก
ส่วน MK Paradise เป็นแบรนด์ที่สะท้อนภาพลักษณ์พรีเมียมระดับสูงสุดของกลุ่ม วางตำแหน่งเป็นสุกี้พรีเมียมในทำเลศูนย์การค้าระดับไฮเอนด์อย่างสยามพารากอน เพื่อจับกลุ่มลูกค้าที่ต้องการประสบการณ์การรับประทานที่พิเศษและมีระดับมากขึ้น
นอกจากแบรนด์สุกี้ภายใต้ชื่อ MK แล้ว กลุ่มยังขยายพอร์ตไปยังร้านอาหารรูปแบบอื่นเพื่อเพิ่มความหลากหลายของรายได้ โดย Bonus Suki เจาะกลุ่มลูกค้าที่มองหาความคุ้มค่าและตัวเลือกที่หลากหลาย ขณะที่ Hikiniku To Come เน้นกลุ่มลูกค้าเฉพาะทางที่ชื่นชอบประสบการณ์อาหารแบบสเปเชียลตี้และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
สำหรับธุรกิจอาหารญี่ปุ่น Yayoi ทำหน้าที่เป็นแบรนด์ร้านอาหารญี่ปุ่นแบบครบเซตที่เข้าถึงง่าย เหมาะกับลูกค้ากลุ่มกว้างที่ต้องการอาหารญี่ปุ่นในชีวิตประจำวัน ส่วน แหลมเจริญ ซีฟู้ด ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบอาหารทะเลคุณภาพดีในรูปแบบที่สะดวกและเหมาะกับการรับประทานทั้งแบบครอบครัวและกลุ่มเพื่อน
หนึ่งยุทธศาสตร์สำคัญของ MK Group คือการเร่งเพิ่มยอดขายจากสาขาเดิม หรือ Same Store Sales Growth ผ่านการยกระดับสาขาปัจจุบันให้ตอบโจทย์ลูกค้าหลากหลายกลุ่มมากขึ้น ทั้งร้านคอนเซปต์ใหม่อย่าง MK Paradise และ MK Original รวมถึงโมเดลบุฟเฟต์ MK บุฟเฟต์ คุ้มเกินคุ้ม 299 บาท ซึ่งช่วยสร้างการเติบโตของยอดขายในสาขาเดิมได้อย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน บริษัทยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพบริการและประสบการณ์ภายในร้าน โดยเดินหน้าแผนส่งเสริมกิจกรรมการตลาด เช่น แคมเปญพิเศษ เมนูใหม่ และกิจกรรมภายในสาขา เพื่อดึงดูดทั้งลูกค้าเดิมให้กลับมาใช้บริการซ้ำ และขยายฐานไปยังลูกค้าใหม่
นอกจากนี้ MK Group ยังเตรียมพัฒนารูปแบบสมาชิกและสิทธิพิเศษใหม่ให้ครบวงจรมากขึ้น โดยมีแผนรวมสิทธิประโยชน์ของ 3 แบรนด์ในเครือไว้ในแพลตฟอร์มเดียวภายในสิ้นปี
อีกหนึ่งทิศทางสำคัญของ MK Group คือการยกระดับแบรนด์เดิมในเครือให้มีภาพลักษณ์ที่แข็งแกร่งและทันสมัยมากขึ้น ควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพบริการ เพื่อให้สามารถตอบโจทย์พฤติกรรมและความคาดหวังของผู้บริโภคยุคใหม่ได้ดียิ่งขึ้น
ในปีนี้ MK Group ยังเตรียมยกระดับแบรนด์ แหลมเจริญ ซีฟู้ด ให้มีรูปแบบที่ทันสมัยและแตกต่างมากขึ้น
MK Group ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการวางระบบบริหารต้นทุนอย่างชาญฉลาด เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ และสร้างความยั่งยืนของธุรกิจในระยะยาว
MK Group เดินหน้าขยายแบรนด์ใหม่และเติมพอร์ตธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการขยายแบรนด์เรือธงอย่าง โบนัสสุกี้ เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าในตลาดร้านอาหาร
ขณะเดียวกัน บริษัทเตรียมเปิดตัว 2 แบรนด์ใหม่ ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนไทย เพื่อขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้น พร้อมเดินหน้าขยายสาขาแบรนด์ในเครือไปยังต่างประเทศเพิ่มเติม