
ในปีที่ผ่านมาหลายๆคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ‘เศรษฐกิจซบเซา’ แต่เชื่อหรือไม่ว่าภาพรวมอุตสาหกรรมร้านอาหารไทยมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปี 2569 คาดว่ามูลค่าตลาดจะอยู่ที่ประมาณ 660,000 ล้านบาท เติบโต 4.6% ส่วนตลาดร้านอาหารที่แข่งขันเดือดที่สุดคือประเภทสุกี้–ชาบู โดยคาดว่าปี 2569มูลค่าตลาดอาจพุ่งไปแตะถึง 35,000–40,000 ล้านบาท และเติบโตในอัตรา 5–8% ต่อปี
แต่ความน่าสนใจท่ามกลางเศรษฐกิจซบเซา และความดุเดือดของร้านอาหาร ส่งผลให้แบรนด์ที่สามารถมอบ “ความคุ้มค่า” ควบคู่กับประสบการณ์ที่แตกต่าง จะยังคงได้เปรียบในการแข่งขัน โดยเฉพาะกลุ่มร้านอาหารที่เข้าถึงง่าย เพราะพฤติกรรมของผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน โดยมีการใช้จ่ายอย่างรอบคอบมากขึ้น
ทำให้ ลัคกี้ สุกี้ และ ลัคกี้ บาร์บีคิว ประกาศกลยุทธ์เชิงรุกปี 2569 เสริมความแข็งแกร่งรอบด้านยกระดับประสบการณ์ผู้บริโภค และการพัฒนาคอนเซ็ปต์ร้านรูปแบบใหม่ ตั้งเป้ายอดขายรวมมากกว่า 3,500 ล้านบาทตอกย้ำจุดยืนแบรนด์ที่เข้าใจผู้บริโภคไทยอย่างลึกซึ้ง พร้อมชู “Value for Money” เป็นหัวใจสำคัญ ท่ามกลางการแข่งขันในตลาดร้านอาหารที่ทวีความเข้มข้นมากขึ้น
สำหรับผลการดำเนินงาน ปี 2568 บริษัทฯ มีรายได้ประมาณ 2.15 พันล้านบาท เติบโตกว่า 110% จากปี 2567 ที่มีรายได้มากกว่า 1,000 ล้านบาท สะท้อนการเติบโตอย่างก้าวกระโดด จากกลยุทธ์การขยายสาขาในทำเลที่มีศักยภาพ การบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการพัฒนาเมนูและโปรโมชั่นที่สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง
สำหรับปี 2569 บริษัทฯ ตั้งเป้ายอดขายรวมมากกว่า 3,500 ล้านบาท โดยปัจจุบันมีร้านอาหารในเครือรวม 45 สาขา แบ่งเป็น ลัคกี้ สุกี้ 33 สาขา และ ลัคกี้ บาร์บีคิว 12 สาขา พร้อมแผนขยายสาขาเพิ่มเติมอีกประมาณ 25–30 สาขา ครอบคลุมทั้งกรุงเทพฯ และหัวเมืองหลักในต่างจังหวัด โดยยังคงให้ความสำคัญกับทำเล Community Mall ซึ่งสามารถสร้างทราฟฟิกลูกค้าได้อย่างสม่ำเสมอ
โดยการขยายธุรกิจในปี 2569 จะดำเนินภายใต้ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (CRG) เพื่อเสริมความแข็งแกร่งในทุกมิติ ทั้งการคัดเลือกทำเล ระบบบริหารจัดการ มาตรฐานการดำเนินงาน และการขยายสาขาอย่างมีประสิทธิภาพ โดยยังคงยึดแนวคิด “เติบโตอย่างยั่งยืน มากกว่าการขยายอย่างรวดเร็ว” เป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจ
สำหรับภาพรวมการแข่งขันในตลาดสุกี้ยังคงรุนแรง ทั้งจากจำนวนผู้เล่นทั้งรายเดิมและรายใหม่ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันผู้บริโภคมีการตัดสินใจอย่างรอบคอบมากขึ้น โดยไม่ได้พิจารณา “ราคา” เป็นปัจจัยเดียว แต่ให้ความสำคัญกับความคุ้มค่า ประสบการณ์ และความหลากหลายของเมนูมากขึ้น
และในวันที่ผู้บริโภคให้ความสนใจในเรื่องประสบการณ์ ในปี 2569 ‘ลัคกี้’ จึง เปิดตัวร้านคอนเซ็ปต์ใหม่ ลัคกี้ มาร์เช่ (Lucky Marché) ร้านรูปแบบใหม่ที่ต่อยอดแบรนด์ให้ก้าวไกลกว่าร้านสุกี้แบบเดิม เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ต้องการความหลากหลาย ความสนุก และอิสระในการเลือก เหมือนการเดินตลาดคุณภาพ (Marché) ภายใต้ Food Market Experience ที่รวมสุกี้ วัตถุดิบและเมนูพิเศษไว้ในพื้นที่เดียว
ซึ่งความแตกต่างของ ลัคกี้ มาร์เช่ ไม่ได้อยู่เพียงการออกแบบร้าน แต่คือประสบการณ์ของลูกค้า ตั้งแต่การเลือกอาหารอย่างอิสระ โซนเมนูและวัตถุดิบที่หลากหลาย ไปจนถึงการออกแบบ Flow ร้านที่ช่วยลดเวลารอ เพิ่มความสะดวกและคล่องตัว
ในด้านเมนู คอนเซ็ปต์ใหม่นี้เพิ่มทางเลือกมากขึ้น เช่น เครื่องดื่มสลัชชี่จาก 3 เป็น 6 รายการ ของทานเล่นจาก 6 เป็น 9 รายการ พร้อมเตรียมเปิดตัวเมนูพิเศษเฉพาะสาขาในอนาคต โดยยังคงฐานลูกค้าหลักเดิม ควบคู่กับการขยายการเข้าถึงกลุ่มวัยรุ่นและคนรุ่นใหม่
ส่วนแผนในอนาคต ลัคกี้ มาร์เช่ จะทำหน้าที่เป็นโมเดลร้านรูปแบบใหม่ที่ยังไม่มีใครทำในตลาดปัจจุบัน โดยการขยายสาขาจะพิจารณาจากความเหมาะสมของพื้นที่และพฤติกรรมผู้บริโภคเป็นหลัก เน้นทำเล Community Mall ที่มีพื้นที่กระชับ เพื่อให้ลูกค้าเดินเลือกอาหารได้อย่างสะดวก