
ปัญหาผู้รับเหมาทิ้งงาน ก่อสร้างล่าช้า หรือก่อสร้างไม่ได้มาตรฐาน เป็นหนึ่งในปัญหาที่ภาครัฐเผชิญมานาน และเป็นปัญหาที่กระทบประชาชนตามไปด้วย เพราะนอกจากจะทำให้ประชาชนต้องรอใช้โครงสร้างพื้นฐานนานกว่ากำหนดแล้ว การที่รัฐต้องใช้งบประมาณเพิ่มเพื่อแก้ไขงานหรือจัดหาผู้รับเหมารายใหม่ ท้ายที่สุดคือเงินจากภาษีของประชาชน และในบางกรณี ความบกพร่องของงานก่อสร้างยังอาจกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนด้วย
ด้วยเหตุนี้ ภาครัฐจึงเริ่มนำระบบ ‘สมุดพกผู้รับเหมา’ มาใช้เป็นเครื่องมือประเมินและคัดกรองผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่รับงานรัฐตั้งแต่ต้นปี 2569 เพื่อยกระดับมาตรฐานการคัดกรองผู้รับเหมาที่เข้ามารับงานภาครัฐ หลังจากที่เป็นแนวคิดมาหลายปี
และล่าสุด กรมบัญชีกลางได้ออกระเบียบ ประกาศ และแนวทางปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นกฎเกณฑ์ในการบังคับใช้สมุดพกผู้รับเหมาอย่างเป็นทางการ ทั้งการประเมินผล คะแนนความเสียหาย และมาตรการลงโทษ หากผู้ประกอบการผิดสัญญา งานไม่ได้มาตรฐาน หรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง อาจถูกตัดคะแนน ระงับสิทธิรับงาน ปรับลดระดับชั้น หรือถึงขั้นเพิกถอนรายชื่อออกจากทะเบียน
แพตริเซีย มงคลวนิช อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 ว่า กระทรวงการคลัง โดยกรมบัญชีกลาง ได้ออก “ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2569” เพื่อยกระดับคุณภาพและศักยภาพของผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่รับงานภาครัฐ พร้อมกำหนดมาตรการลงโทษผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามสัญญา ไม่เป็นไปตามหลักวิชาช่าง หรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงจนก่อให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตหรือทรัพย์สินของประชาชนและหน่วยงานของรัฐ
สาระสำคัญของระเบียบดังกล่าว สรุปให้เข้าใจง่ายได้ดังนี้
ระเบียบฉบับนี้บังคับใช้กับ
โดยมีผลกับโครงการที่เผยแพร่ประกาศและเอกสารเชิญชวน รวมถึงลงนามในสัญญาตั้งแต่วันที่ 10 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป
เกณฑ์ใหม่นี้จะประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้รับเหมาใน 2 ช่วง คือ ช่วงระหว่างการปฏิบัติงานตามสัญญา และช่วงรับประกันความชำรุดบกพร่อง พร้อมกำหนด ‘คะแนนความเสียหาย’ สำหรับแต่ละกรณี เช่น ถูกบอกเลิกสัญญาตามมาตรา 103 วรรคหนึ่ง (2) คะแนนความเสียหาย 60 คะแนน หรือปฏิบัติงานไม่เป็นไปตามมาตรฐานของหลักวิชาช่าง หรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต คะแนนความเสียหาย 60 คะแนน ขณะที่กรณีทำให้เกิดอันตรายสาหัส ได้รับคะแนนความเสียหาย 30 คะแนน
คะแนนความเสียหายจะถูกสะสมเพื่อนำมาใช้ประเมินผู้ประกอบการ หากคะแนนถึงเกณฑ์การระงับการยื่นข้อเสนอและระงับการลงนามในสัญญา จะถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือระงับการลงนามในสัญญากับหน่วยงานของรัฐในโครงการถัดไป โดยกำหนดโทษสูงสุด 720 วัน และหากผู้ประกอบการเคยถูกระงับไปแล้วภายในระยะเวลาไม่เกิน 2 ปี ก่อนมีคะแนนความเสียหายเพิ่มขึ้น จำนวนวันที่ถูกระงับไปแล้วจะถูกหักออกจากจำนวนวันที่ถูกระงับในครั้งใหม่
ผู้ประกอบการที่มีคะแนนความเสียหายสะสมตั้งแต่ 120 คะแนนขึ้นไป จะถูกปรับลดระดับชั้นครั้งละ 1 ระดับ ตามระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งมีโทษสูงสุด 1,440 วัน เมื่อครบระยะเวลาปรับลดแล้วสามารถยื่นขอกลับคืนระดับชั้นเดิมได้ แต่ต้องผ่านหลักเกณฑ์การขึ้นทะเบียนตามปกติ
ส่วนการเพิกถอนรายชื่อออกจากทะเบียน ผู้ประกอบการที่ถูกปรับลดระดับชั้นลงจนอยู่ระดับต่ำสุด หรือกรณีร้ายแรงเนื่องจากปฏิบัติงานไม่เป็นไปตามมาตรฐานวิชาช่าง ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง จนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย จะถูกเพิกถอนชื่อออกจากทะเบียน แต่สามารถขอขึ้นทะเบียนใหม่ได้เมื่อพ้น 2 ปี
ผู้ประกอบการสามารถอุทธรณ์ผลการประเมินต่อหน่วยงานของรัฐได้ภายใน 7 วันทำการ นับจากวันที่ได้รับแจ้งผลคะแนนผ่านระบบ e-GP ทั้งนี้ กรมบัญชีกลางจะลบคะแนนความเสียหายเมื่อครบ 2 ปี นับจากวันที่ประกาศเผยแพร่คะแนน แต่หากศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่าไม่ใช่ความผิดของผู้ประกอบการ หน่วยงานของรัฐจะต้องลบคะแนนความเสียหายทันที
เพื่อให้การดำเนินการของหน่วยงานรัฐมีความชัดเจนและเป็นไปในแนวทางเดียวกัน กรมบัญชีกลางยังได้ออกแนวทางปฏิบัติและประกาศที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
อธิบดีกรมบัญชีกลางกล่าวเพิ่มเติมว่า ระเบียบกระทรวงการคลังฯ ฉบับนี้จะช่วยจัดระดับชั้นผู้ประกอบการ ทำให้หน่วยงานรัฐสามารถคัดเลือกผู้ประกอบการที่พร้อมปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดปัญหาที่เกิดจากการเสนอราคาต่ำสุดเพื่อให้ชนะการเสนอราคาแต่ไม่มีศักยภาพในการปฏิบัติงาน และยังช่วยลดความเสี่ยงในการทิ้งงาน เนื่องจากผู้ประกอบการจะถูกประเมินผลและให้คะแนนความเสียหายหากไม่ปฏิบัติตามสัญญา อีกทั้งยังกำหนดมาตรการลงโทษเพื่อไม่ให้หน่วยงานของรัฐเกิดความเสียหายจากผู้ประกอบการรายเดิม ๆ ที่เคยทำพลาด