Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
คลังเคาะอุดหนุน 5 หมื่นบาท ติดโซลาร์ล้านหลัง ดึงแบงก์รัฐปล่อยกู้ดอกต่ำ
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

คลังเคาะอุดหนุน 5 หมื่นบาท ติดโซลาร์ล้านหลัง ดึงแบงก์รัฐปล่อยกู้ดอกต่ำ

7 ส.ค. 69
13:11 น.
แชร์

รัฐบาลเตรียมยกระดับนโยบายโซลาร์ภาคประชาชนจากมาตรการลดหย่อนภาษีและการรับซื้อไฟฟ้าส่วนเกิน ไปสู่การให้เงินอุดหนุนโดยตรง โดยกระทรวงการคลัง กระทรวงมหาดไทย การไฟฟ้านครหลวง หรือ กฟน. และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือ กฟภ. อยู่ระหว่างผลักดันโครงการติดตั้ง Solar Rooftop บนหลังคาบ้าน ตั้งเป้าครอบคลุม 500,000 ครัวเรือนในระยะแรก และขยายได้สูงสุดถึง 1 ล้านครัวเรือน

ข้อเสนอล่าสุดวางโครงสร้างเงินสนับสนุนไว้ 3 ส่วน ได้แก่ 1) เงินให้เปล่าจากรัฐบาลครัวเรือนละ 50,000 บาท 2) สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำหรือซอฟต์โลนจากธนาคารออมสินและธนาคารอาคารสงเคราะห์ หรือ ธอส. สำหรับค่าใช้จ่ายที่เหลือ และ 3) ระบบ Net Billing หรือ “การหักลบกลบจ่ายกระแสไฟฟ้า” ที่เปิดให้เจ้าของบ้านนำมูลค่าไฟฟ้าส่วนเกินซึ่งขายคืนแก่การไฟฟ้ามาหักกับค่าไฟที่ต้องจ่าย

ข้อมูล ณ วันที่ 7 สิงหาคม 2569 โครงการยังอยู่ระหว่างจัดทำรายละเอียดและยังไม่เปิดรับสมัครประชาชน ต้องผ่านการพิจารณาของคณะอนุกรรมการกลั่นกรอง คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ และคณะรัฐมนตรีก่อน

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง คาดว่าจะเห็นข้อสรุปภายในประมาณ 1 เดือน แต่ในวันเดียวกัน นางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ หรือ สบน. ระบุว่ายังไม่มีการเสนอรายละเอียดโครงการเข้าสู่คณะอนุกรรมการกลั่นกรองการใช้เงินกู้ และคาดว่าจะเห็นความชัดเจนของโครงการที่ผ่านการอนุมัติภายในเดือนกันยายน 2569 ส่วนจะเสนอคณะรัฐมนตรีเมื่อใด เป็นอำนาจของคณะกรรมการกลั่นกรองฯ

ดังนั้น เงิน 50,000 บาทจึงยังเป็น “ข้อเสนอเงินอุดหนุน” ไม่ใช่สิทธิที่ประชาชนสามารถลงทะเบียนรับได้แล้ว

เงินให้เปล่า 5 หมื่น บวกสินเชื่อสำหรับส่วนที่เหลือ

ตามข้อมูลที่กระทรวงการคลังเปิดเผย ระบบ Solar Rooftop สำหรับบ้านจะมีกำลังผลิตขั้นต่ำที่แนะนำประมาณ 5 กิโลวัตต์ และมีราคาประเมินเบื้องต้นในท้องตลาดราว 100,000-150,000 บาท รัฐบาลจะใช้เงินจากแผนงานที่ 2 ด้านการเปลี่ยนผ่านพลังงานภายใต้ พ.ร.ก.กู้เงิน 400,000 ล้านบาท อุดหนุนให้เปล่า 50,000 บาท ส่วนที่เหลือประมาณ 50,000-100,000 บาท เจ้าของบ้านสามารถขอสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำจากธนาคารออมสินหรือ ธอส. ได้ โดยมีรายงานว่าวงเงินสินเชื่อต่อรายอยู่ที่ประมาณ 100,000 บาท

แนวคิดสำคัญคือเปลี่ยนค่าไฟที่ลดลงให้กลายเป็นเงินผ่อนระบบโซลาร์ กระทรวงการคลังระบุว่ากลุ่มที่เหมาะสมที่สุดคือบ้านที่มีค่าไฟเฉลี่ยประมาณ 3,000-4,000 บาทต่อเดือน และยกตัวอย่างว่า หากครัวเรือนประหยัดค่าไฟได้เดือนละ 2,000 บาท อาจแบ่งจ่ายคืนธนาคาร 1,000 บาท และเหลืออีก 1,000 บาทเป็นส่วนลดค่าไฟที่ได้รับทันที ขณะที่รายได้จากการขายไฟฟ้าส่วนเกินจะช่วยลดภาระอีกทางหนึ่ง

รัฐบาลประเมินเบื้องต้นว่าระบบอาจคืนทุนภายใน 3-4 ปี และตั้งแต่ปีที่ 4-5 ครัวเรือนจะได้รับประโยชน์จากค่าไฟที่ลดลงเต็มจำนวน แต่ระยะเวลาจริงขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งราคาติดตั้ง อัตราดอกเบี้ย ปริมาณการใช้ไฟช่วงกลางวัน ทิศทางและเงาของหลังคา ประสิทธิภาพของอุปกรณ์ ตลอดจนอัตราที่การไฟฟ้ารับซื้อไฟส่วนเกิน

หากคิดจากตัวอย่างของกระทรวงการคลังเอง คือกู้ 100,000 บาทและแบ่งเงินประหยัดค่าไฟมาผ่อนเดือนละ 1,000 บาท จะใช้เวลาประมาณ 100 เดือน หรือราว 8 ปีก่อนรวมดอกเบี้ย ส่วนกรณีที่นำเงินประหยัดทั้งก้อนเดือนละ 2,000 บาทไปชำระหนี้ จะใช้เวลาประมาณ 50 เดือน หรือราว 4 ปี 2 เดือน

ดังนั้น ตัวเลขคืนทุน 3-4 ปีจะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อบ้านใช้ไฟกลางวันค่อนข้างมาก ราคาติดตั้งอยู่ปลายล่างของช่วงราคา หรือมีรายได้จากการขายไฟส่วนเกินมาช่วยอย่างเพียงพอ

เงื่อนไขสินเชื่อยังไม่ประกาศอย่างเป็นทางการ ทั้งอัตราดอกเบี้ย ระยะเวลาผ่อน หลักประกัน เกณฑ์รายได้ และวิธีจัดการกรณีค้างชำระ แม้กระทรวงการคลังระบุว่าสถาบันการเงินจะใช้เกณฑ์พิจารณาสินเชื่อรูปแบบใหม่ที่ประเมินจากพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าของครัวเรือน แต่ประชาชนยังต้องผ่านการอนุมัติสินเชื่อ ไม่ได้หมายความว่าทุกครัวเรือนที่ได้รับเงินอุดหนุนจะสามารถกู้ส่วนที่เหลือได้โดยอัตโนมัติ

Net Billing ไม่ได้หักไฟแบบหน่วยต่อหน่วย และไม่ใช่ของใหม่

กลไก Net Billing จะคิดไฟฟ้าที่เจ้าของบ้านซื้อจากระบบและไฟฟ้าส่วนเกินที่ขายเข้าสู่ระบบแยกจากกัน จากนั้นจึงนำมูลค่าไฟที่ขายได้มาหักออกจากบิล กล่าวคือ ไฟฟ้า 1 หน่วยที่ผลิตเกินและส่งกลับเข้าระบบมีมูลค่าต่ำกว่าไฟฟ้า 1 หน่วยที่ซื้อจากการไฟฟ้า จึงแตกต่างจาก Net Metering ซึ่งหักลบกันตามจำนวนหน่วยโดยตรง

อย่างไรก็ตาม Net Billing ไม่ใช่กลไกใหม่ที่เพิ่งประกาศเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ หรือ กพช. มีมติเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 เห็นชอบการรับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินจากโซลาร์รูฟท็อปภาคประชาชนในรูปแบบ Net Billing อยู่แล้ว โดยกำหนดเป้าหมายรับซื้อรวมไม่เกิน 500 เมกะวัตต์ เสนอขายได้ไม่เกิน 5 กิโลวัตต์ต่อมิเตอร์ ในอัตรา 2.20 บาทต่อหน่วย เป็นเวลา 10 ปี

ต่อมา คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน หรือ กกพ. มีมติเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2569 เห็นชอบประกาศเชิญชวนการรับซื้อไฟฟ้าฯ และ กฟน. กับ กฟภ. เปิดรับคำขอตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป จนกว่าปริมาณรับซื้อจะครบตามเป้าหมาย โดยผู้เข้าร่วมต้องจ่ายไฟเข้าระบบภายในปี 2570 และพิจารณาตามลำดับการยื่นแบบ First Come First Served

สิ่งที่ยังไม่ชัดเจนคือโครงการเงินอุดหนุนใหม่จะเชื่อมกับโครงการรับซื้อไฟเดิมอย่างไร ผู้รับเงินอุดหนุน 50,000 บาทจะต้องแย่งโควตา 500 เมกะวัตต์เดียวกันหรือไม่ รัฐจะเปิดโควตาใหม่เพิ่ม และจะยังใช้อัตรา 2.20 บาทต่อหน่วยหรือปรับใหม่

ความชัดเจนเรื่องนี้มีผลโดยตรงต่อความคุ้มค่า เพราะไฟฟ้าที่ใช้เองในช่วงกลางวันช่วยลดการซื้อไฟในราคาขายปลีก ขณะที่ไฟส่วนเกินซึ่งขายคืนมีมูลค่าต่ำกว่า บ้านที่ไม่มีคนอยู่และใช้ไฟกลางวันน้อยจึงอาจประหยัดได้น้อยกว่าบ้านที่เปิดเครื่องปรับอากาศ เครื่องจักร หรืออุปกรณ์ไฟฟ้าในช่วงที่แผงกำลังผลิตไฟ

เงินอุดหนุนอาจใช้ 25,000-50,000 ล้านบาท

หากรัฐบาลอุดหนุนครัวเรือนละ 50,000 บาทครบตามเป้าหมาย 500,000-1 ล้านครัวเรือน จะต้องใช้เงินประมาณ 25,000-50,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 12.5-25% ของวงเงิน 200,000 ล้านบาทในแผนงานเปลี่ยนผ่านพลังงานภายใต้ พ.ร.ก.กู้เงิน ซึ่งเป็นครึ่งหนึ่งของวงเงินกู้ทั้งหมด 400,000 ล้านบาท ตัวเลขดังกล่าวเป็นการคำนวณจากเป้าหมายที่ประกาศ ยังไม่ใช่วงเงินโครงการที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติ

นโยบายล่าสุดถือเป็นการขยายข้อเสนออย่างมาก เพราะเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 รัฐบาลเคยระบุแนวคิดอุดหนุนค่าติดตั้งหรือเงินดาวน์เพียง 10,000 บาทต่อครัวเรือน เป้าหมาย 400,000 ครัวเรือน คิดเป็นวงเงินประมาณ 4,000 ล้านบาท ก่อนเพิ่มเป็น 50,000 บาทและขยายเป้าหมายสูงสุดถึง 1 ล้านครัวเรือนในข้อเสนอล่าสุด

หากติดตั้งระบบราคา 100,000-150,000 บาทครบตามเป้าหมาย จะทำให้เกิดการลงทุนรวมในตลาด Solar Rooftop ประมาณ 50,000-150,000 ล้านบาท ในจำนวนนี้อาจเป็นสินเชื่อจากธนาคารรัฐราว 25,000-100,000 ล้านบาท ขึ้นอยู่กับราคาติดตั้งจริง จำนวนผู้เข้าร่วม และสัดส่วนครัวเรือนที่เลือกกู้เต็มวงเงิน

ด้านกำลังผลิต หากแต่ละบ้านติดตั้ง 5 กิโลวัตต์ครบ 500,000-1 ล้านหลัง จะมีกำลังผลิตติดตั้งรวมประมาณ 2.5-5 กิกะวัตต์ แม้กำลังผลิตดังกล่าวไม่ได้ถูกส่งเข้าสู่ระบบทั้งหมด เพราะส่วนหนึ่งจะใช้ภายในบ้าน แต่มีขนาดสูงกว่าเป้าหมายรับซื้อไฟฟ้าส่วนเกิน 500 เมกะวัตต์หลายเท่า รัฐบาลจึงต้องกำหนดให้ชัดว่าโควตารับซื้อไฟ เงื่อนไขการเชื่อมต่อ และขีดความสามารถของโครงข่ายในแต่ละพื้นที่จะรองรับผู้เข้าร่วมอย่างไร

เงินสดเข้าถึงง่ายกว่าลดหย่อนภาษี แต่ยังมีเงื่อนไขคัดคน

ปัจจุบันบุคคลธรรมดาสามารถนำค่าซื้ออุปกรณ์และค่าติดตั้ง Solar Rooftop สำหรับบ้านอยู่อาศัยมาหักลดหย่อนภาษีตามที่จ่ายจริง สูงสุด 200,000 บาท ตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร ฉบับที่ 805 พ.ศ. 2569 โดยต้องเป็นระบบ On-Grid ที่เชื่อมต่อกับ กฟน. หรือ กฟภ. มีใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์แบบเต็มรูป และใช้สิทธิได้หนึ่งระบบหนึ่งครั้ง สำหรับค่าใช้จ่ายที่จ่ายระหว่างวันที่ 3 มีนาคม 2569 ถึง 31 ธันวาคม 2571

อย่างไรก็ตาม วงเงิน 200,000 บาทดังกล่าวไม่ใช่เงินคืน 200,000 บาท แต่เป็นจำนวนค่าใช้จ่ายสูงสุดที่นำไปลดฐานภาษี ประโยชน์จริงจึงขึ้นอยู่กับฐานรายได้และอัตราภาษีของแต่ละคน ผู้ที่ไม่มีภาระภาษีเงินได้แทบไม่ได้ประโยชน์จากมาตรการนี้ ต่างจากเงินให้เปล่า 50,000 บาทที่ช่วยลดต้นทุนติดตั้งโดยตรง

นอกจากนี้ ผู้ที่จะได้ประโยชน์จากโครงการใหม่ยังต้องมีบ้านและหลังคาที่เหมาะสม สามารถเชื่อมต่อระบบไฟฟ้า และผ่านเกณฑ์สินเชื่อสำหรับเงินลงทุนที่เหลือ ครัวเรือนเช่าบ้าน ผู้มีรายได้ไม่แน่นอน บ้านที่มีค่าไฟต่ำ หรือบ้านที่ใช้ไฟส่วนใหญ่ในเวลากลางคืนอาจได้รับประโยชน์จำกัด แม้จะมีเงินอุดหนุนเท่ากัน

โครงสร้างพื้นฐานเริ่มขยับแล้ว แต่ตัวเงินยังไม่ถึงมือประชาชน

แม้เงินอุดหนุนยังไม่ผ่านการอนุมัติ แต่กลไกรองรับเริ่มเดินหน้าแล้ว โดยเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 รัฐบาลแถลงว่า กฟน. และ กฟภ. เปิดรับขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการติดตั้งและอุปกรณ์ เช่น แผงโซลาร์เซลล์และอินเวอร์เตอร์ ตั้งแต่วันที่ 3 สิงหาคม ถึง 30 กันยายน 2569 โดยอุปกรณ์ต้องได้รับการรับรองมาตรฐานสากล เช่น IEC และมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม หรือ มอก. พร้อมกำหนดให้ระบบมีอายุการใช้งานไม่น้อยกว่า 20 ปี

กฟน. และ กฟภ. จะทำหน้าที่เป็น One Stop Service ตรวจสอบมาตรฐานอุปกรณ์ ความปลอดภัยของการติดตั้ง การเชื่อมต่อโครงข่าย และการบริการหลังการขาย ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI ได้รับมอบหมายให้หารือกับผู้ผลิตและผู้ติดตั้ง โดยเน้นผู้ประกอบการไทยที่มีโรงงานได้มาตรฐานในประเทศ เพื่อกดราคาติดตั้งและให้เม็ดเงินหมุนเวียนอยู่ในห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศ

ก่อนเปิดโครงการจริง ยังต้องติดตามหลักเกณฑ์สำคัญ ได้แก่ คุณสมบัติผู้รับเงิน วิธีจัดสรรสิทธิเมื่อมีผู้สมัครเกินโควตา อัตราและเงื่อนไขสินเชื่อ ความสัมพันธ์กับโควตารับซื้อไฟ 500 เมกะวัตต์และอัตรา 2.20 บาทต่อหน่วยที่ใช้อยู่ มาตรฐานและการรับประกันอุปกรณ์ ค่าใช้จ่ายซ่อมบำรุง ตลอดจนคำตอบว่าผู้รับเงินอุดหนุน 50,000 บาทจะสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษี Solar Rooftop ควบคู่กันได้หรือไม่

หากออกแบบองค์ประกอบเหล่านี้ได้ครบ โครงการจะเปลี่ยน Solar Rooftop จากสินค้าที่ต้องใช้เงินก้อนและเข้าถึงได้เฉพาะบางครัวเรือน ให้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานระดับบ้าน แต่ในระยะนี้ ประชาชนควรรอประกาศอย่างเป็นทางการจาก กฟน. หรือ กฟภ. และยังไม่ควรเชื่อผู้ที่อ้างว่าสามารถรับลงทะเบียนหรือรับเงินอุดหนุนล่วงหน้าได้


อ้างอิง: รัฐบาลไทย, สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน, กรมสรรพากร

แชร์
คลังเคาะอุดหนุน 5 หมื่นบาท ติดโซลาร์ล้านหลัง ดึงแบงก์รัฐปล่อยกู้ดอกต่ำ