
เวลา 09.15 น. ของเช้าวันที่ 15 มกราคม 2569 เกิดเหตุการณ์คานปูนและเครนที่ใช้สร้างทางยกระดับ โครงการก่อสร้าง ทางหลวงพิเศษหมายเลข 82 ถล่มลงมา ทำให้คนงานเสียชีวิต 6 ราย บาดเจ็บ 9 ราย คานปูนหล่นทับรถยนต์ 2 คัน มีผู้เสียชีวิตอีก 2 ราย
ก่อนหน้าเพียง 1 วัน วันที่ 14 มกราคม 2569 เกิดเหตุเครนยกสะพานรถไฟความเร็วสูงถล่มทับรถไฟขบวน 21 กรุงเทพอภิวัฒน์-อุบลราชธานี มีผู้เสียชีวิตแล้ว 22 ราย บาดเจ็บ 77 ราย
ทั้งสองเหตุสลดที่เกิดขึ้นไล่เลี่ยกันดำเนินการโดยบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน)
เหตุคานปูน-เครนถล่มวันที่ 15 สำนักข่าว MGR Online รายงานว่า โครงการมอเตอร์เวย์ M82 สัญญาช่วงที่ 7 ช่วงกม.ที่ 29+772 - กม.ที่ 31+207 ระยะทาง 1.435 กม. วงเงิน 1,868 ล้านบาท มี บมจ.อิตาเลียนไทยฯ เป็นผู้รับจ้าง
จากข้อมูลของสำนักข่าวมติชนออนไลน์ จุดเกิดเหตุเครนยกรถไฟถล่มการก่อสร้างอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) บริษัทดังกล่าวดูแลสัญญาระยะที่ 3-4 (37.45 กิโลเมตร) ภายใต้โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร-นครราชสีมา ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยและจีน มีวงเงิน 9,848 ล้านบาท
ไม่ใช่ครั้งแรกที่บริษัท อิตาเลียนไทยฯ มีส่วนเกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุที่คร่าชีวิตคน ตามการรวบรวมข้อมูลของสำนักข่าวช่อง 7 มีเหตุการณ์สลดอีกหลายครั้งในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา
อุบัติเหตุแต่ละครั้งตามมาด้วยการแสดงความเสียใจ และกล่าวว่า จะแสดงความรับผิดชอบ แต่บริษัทผู้รับเหมารายใหญ่รายนี้ก็ยังเดินหน้ารับผิดชอบก่อสร้างถนนหนทาง อาคารใหญ่ ในประเทศไทยต่อไปได้
อย่างไรก็ตาม ปัญหาผู้รับเหมาทำผิดซ้ำซากเป็นปัญหาที่สังคมไทยตระหนักรู้แล้ว และพยายามหาทางแก้ไขด้วย “สมุดพกผู้รับเหมา” ซึ่งเพิ่งประกาศใช้-เผยแพร่ในเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเพียงวันเดียวก่อนเกิดเหตุสลดที่โคราช คือวันที่ 13 มกราคม 2569
“สมุดพกผู้รับเหมา” เป็นระบบให้อำนาจในการ “ลดชั้น-ให้คะแนน-ระงับ” การยื่นประมูลงานของผู้รับเหมา ป้องกันการดำเนินงานที่ไม่ได้มาตรฐานและนำไปสู่ความสูญเสีย เพื่อป้องกันการทำผิดซ้ำซากของผู้รับเหมา
หนึ่งในกลไกของ "สมุดพกผู้รับเหมา" ที่มีการพูดถึงมากคือ กฎกระทรวง กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับผู้มีสิทธิขอขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2569 ที่ได้ประกาศใช้-เผยแพร่ในเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2569
อย่างไรก็ตามนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่ามาตราการ "สมุดพกผู้รับเหมา" ยังจำเป็นต้องออกประกาศรับรองเพิ่มเติม เพื่อกำหนดรายละเอียดการบังคับใช้ คาดว่าจะแล้วเสร็จช่วงปลายเดือนนี้
กฎเกณฑ์ในการ "ลดชั้น" ดังกล่าว เป็นการเพิ่มเติมจากพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐที่มีอยู่เดิม ที่กฎหมายกำหนดหลักเกณฑ์ไว้ทั้งหมด 5-6 กรณี หากผู้ประกอบการเข้าข่ายตามเงื่อนไขดังกล่าว ก็สามารถถูกขึ้นบัญชีแบล็กลิสต์ได้ทันที
ในกฎกระทรวงฉบับใหม่ปี 2569 หมวด 3 การกำหนดประเภทชั้น การเลื่อนชั้น การปรับลดระดับชั้น และการกลับคืนระดับชั้นของผู้ประกอบการ ระบุไว้ว่า
“ข้อ ๗ การกำหนดประเภทชั้น การเลื่อนชั้น การปรับลดระดับชั้น และการกลับคืนระดับชั้นของผู้ประกอบการ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไชที่คณะกรรมการราคากลางประกาศกำหนดตามมาตรา ๕๑ วรรคสาม หรือมาตรา ๕๒ วรรคสอง แล้วแต่กรณี”
กฎกระทรวงระบุไว้อีกว่า หากผู้ประกอบการถูกยื่นระงับข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานรัฐตามมาตรา 106 วรรค 3 ให้กรมบัญชีกลางปรับลดระดับชั้นของผู้ประกอบการรายนั้น เมื่อครบกำหนดเวลา ผู้ประกอบการก็สามารถยื่นคำร้องกลับระดับชั้นเดิมได้
อ้างอิงตามกฎกระทรวง กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับผู้ที่มีสิทธิขอขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการ พ.ศ. 2560 หมวด 3 กำหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ประกอบการ มีรายละเอียดดังนี้:
ในกฎกระทรวงฯ ฉบับที่ 2 ปี 2569 ที่เพิ่งประกาศ ข้อ 8 ภายใต้บังคับข้อ 6 วรรคสอง ได้เข้ามาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการ “เพิกถอน-ลดชั้น” ผู้ประกอบการที่ได้ขึ้นทะเบียนไปแล้ว ใีกำหนดตามกรณีต่อไปนี้:
นอกจากนี้ ตามประกาศกฎกระทรวง ผู้ประกอบการที่ถูกเพิกถอนรายชื่อจากทะเบียนผู้ประกอบการ-ลดชั้น สามารถขอขึ้นทะเบียนใหม่ได้ในกรณีต่อไปนี้:
อย่างไรก็ตาม หลังอุบัติเหตุสลด 2 ครั้งที่เกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้ กรุงเทพธุรกิจรายงานคำตอบจากกรมบัญชีกลางที่กล่าวว่า กรมบัญชีกลางสั่งระงับ-เพิกถอนผู้รับเหมาออกจากบัญชีเองไม่ได้ แต่ต้องให้ “หน่วยงานคู่สัญญา” แจ้งเรื่องมา
วันที่ 15 มกราคม 2569 นางแพทตริเซีย มงคลวนิช อธิบดีกรมบัญชีกลางชี้แจงว่า ตามพ.ร.บ. การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ขอบเขตอำนาจของกรมบัญชีกลางคือการประกาศรายชื่อผู้ทิ้งงานได้ภายใต้ 6 เงื่อนไข แต่ในทางปฏิบัติ กรมบัญชีกลางไม่สามารถ “แบล็กลิสต์” เองได้โดยพลการ
เธอกล่าวว่า ขั้นตอนที่ถูกต้องคือ หน่วยงานเจ้าของโครงการที่เป็นคู่สัญญาต้องเป็นผู้พิจารณาและเสนอเรื่องมายังกระทรวงการคลัง
อย่างไรก็ตาม กฎกระทรวงฉบับใหม่เกี่ยวกับหลักเกณฑ์ผู้ประกอบการที่บังคับใช้เป็นครั้งแรกเมื่อวานนี้ (14 มกราคม 69) จะเริ่มบังคับใช้กับโครงการที่เริ่มสัญญาใหม่ ไม่มีผลบังคับใช้ย้อนหลัง แต่หากใช้ได้คู่สัญญา อย่างการรถไฟแห่งประเทศไทย เป็นผู้ที่ต้องดำเนินการยื่นเรื่องต่อกรมบัญชีกลาง
นอกจากข้อกำหนดสมุดพกผู้รับเหมาตามที่ได้กล่าวไป ยังมีกฎหมายอีกข้อที่เกี่ยวข้องคือ ระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุภาครัฐ ฉบับที่…พ.ศ… ปัจจุบันคณะกรรมการกฤษฎีกาอยู่ระหว่างการตรวจร่างฯ ตามขั้นตอน
การดำเนินการตรวจสอบ ลงโทษผู้รับเหมาที่กระทำผิดซ้ำ เป็นกระบวนการที่ทำได้จริงหรือไม่ มีประสิทธิภาพแค่ไหน เป็นกระบวนการที่เราต้องติดตามต่อไป พร้อมกับแนวทางในการเยียวยาผู้บาดเจ็บและครอบครัวผู้เสียชีวิตที่สำคัญไม่น้อยไปกว่ากัน