
ชื่อของ อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ กลับมาอยู่ในความสนใจของสาธารณชนอีกครั้ง หลังปรากฏชื่อเป็นผู้รับจ้างในสัญญา 3-4 ของโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ช่วง “สีคิ้ว” ซึ่งเมื่อวันที่ 14 มกราคมที่ผ่านมา เพิ่งเกิดอุบัติเหตุเครนถล่มทับรถไฟขบวนที่ 21 ส่งผลให้ตู้โดยสารตกรางและเกิดเพลิงไหม้ มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 32 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกจำนวนมาก
กระแสความสนใจดังกล่าวยิ่งทวีความเข้มข้นขึ้น เมื่อในวันนี้ (วันที่ 15 มกราคม 2569) ชื่อของอิตาเลียนไทยยังปรากฏในฐานะผู้รับเหมาก่อสร้างช่วงสัญญาที่ 7 ของโครงการทางด่วนพระราม 2 เฟส 2 ช่วงบางขุนเทียน-บ้านแพ้ว มูลค่างาน 1,868 ล้านบาท ซึ่งเป็นช่วงที่เกิดเหตุเครนถล่มซ้ำบริเวณเชิงสะพานข้ามแม่น้ำท่าจีน ระหว่างกิโลเมตรที่ 29+772.000 ถึง 31+207.250 ทั้งนี้ บริษัทยังเป็นผู้รับเหมาที่ได้รับสัญญาก่อสร้างมากที่สุดในโครงการดังกล่าว โดยคว้างานไป 3 สัญญาจากทั้งหมด 17 สัญญา
อิตาเลียนไทยถือเป็นหนึ่งในผู้รับเหมารายใหญ่ของประเทศ ที่มีบทบาทสำคัญอย่างต่อเนื่องในโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ โดยเฉพาะงานโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ ภายใต้บริบทดังกล่าว บทความนี้ SPOTLIGHT จึงชวนผู้อ่านสำรวจข้อมูลเชิงลึกทั้งด้านฐานะการเงินและพอร์ตงานก่อสร้างของอิตาเลียนไทย เพื่อทำความเข้าใจว่าปัจจุบันบริษัทกำลังรับผิดชอบโครงการใดบ้าง และในปี 2568 ได้ลงนามรับงานก่อสร้างใหม่ในโครงการใดเพิ่มเติมอีกบ้าง
จากข้อมูลงบการเงินย้อนหลังของ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ภาพรวมสะท้อนโครงสร้างธุรกิจรับเหมาก่อสร้างขนาดใหญ่ที่มีสินทรัพย์และภาระหนี้อยู่ในระดับสูงต่อเนื่องตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยในปี 2564-2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้นจากราว 1.13 แสนล้านบาท เป็นกว่า 1.17 แสนล้านบาท ก่อนจะลดลงเล็กน้อยในปี 2567 และลดลงชัดเจนในงวด 9 เดือนแรกปี 2568 สู่ระดับประมาณ 9.12 หมื่นล้านบาท สะท้อนทั้งการรับรู้รายได้จากโครงการ การบริหารเงินทุนหมุนเวียน และการปรับโครงสร้างงบดุลในบางช่วงเวลา ขณะที่ฝั่งหนี้สินรวมยังคงอยู่ในระดับสูง โดยเคยแตะมากกว่า 1.10 แสนล้านบาทในปี 2567 ก่อนลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 8.2 หมื่นล้านบาท ณ สิ้นงวด 9 เดือนปี 2568
ในด้านฐานะส่วนของผู้ถือหุ้น ตัวเลขมีความผันผวนค่อนข้างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยลดลงต่อเนื่องจากระดับกว่า 1.33 หมื่นล้านบาทในปี 2564 เหลือเพียงไม่ถึง 1 พันล้านบาทในปี 2567 สะท้อนผลกระทบจากผลขาดทุนสะสมและภาระทางการเงิน อย่างไรก็ตาม งวด 9 เดือนปี 2568 ส่วนของผู้ถือหุ้นกลับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ราว 8,999 ล้านบาท ซึ่งเป็นการฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ขณะที่มูลค่าหุ้นที่เรียกชำระแล้วคงที่ตลอดช่วงเวลาที่พิจารณา สะท้อนว่าโครงสร้างทุนด้านจำนวนหุ้นยังไม่เปลี่ยนแปลง
ฝั่งผลการดำเนินงาน รายได้รวมของอิตาเลียนไทยอยู่ในระดับสูงสม่ำเสมอ สอดคล้องกับขนาดโครงการที่บริษัทรับดำเนินการ โดยรายได้เพิ่มจากประมาณ 5.97 หมื่นล้านบาทในปี 2564 เป็นกว่า 7.24 หมื่นล้านบาทในปี 2567 ก่อนทำได้ราว 4.59 หมื่นล้านบาทในงวด 9 เดือนปี 2568 อย่างไรก็ตาม ผลกำไรสุทธิในช่วงหลายปีที่ผ่านมาอยู่ในแดนลบเกือบต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2564 ถึงปี 2567 โดยปี 2567 ขาดทุนสุทธิสูงถึงราว 5,776 ล้านบาท สะท้อนต้นทุนโครงการ ภาระดอกเบี้ย และความผันผวนของธุรกิจรับเหมาขนาดใหญ่ที่ต้องพึ่งพาโครงการรัฐและเอกชนมูลค่าสูงเป็นหลัก
จุดเปลี่ยนสำคัญปรากฏในงวด 9 เดือนแรกของปี 2568 เมื่อบริษัทกลับมารายงานกำไรสุทธิประมาณ 7,394 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรต่อหุ้นพลิกกลับมาเป็นบวกที่ 1.40 บาทต่อหุ้น ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนการรับรู้รายได้และกำไรจากโครงการบางส่วน รวมถึงผลจากการบริหารต้นทุนและโครงสร้างทางการเงินที่ดีขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าว แม้กำไร (ขาดทุน) จากกิจกรรมอื่นยังติดลบเล็กน้อย แต่ภาพรวมผลประกอบการถือว่าฟื้นตัวอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับหลายปีก่อนหน้า
เมื่อพิจารณาอัตราส่วนทางการเงิน การฟื้นตัวในงวด 9 เดือนปี 2568 สะท้อนผ่าน ROA ที่เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 9.39% และ ROE ที่พุ่งขึ้นสูงกว่า 100% ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากฐานส่วนของผู้ถือหุ้นที่เคยอยู่ในระดับต่ำมากในปีก่อนหน้า รวมถึงการกลับมามีกำไรสุทธิในระดับสูง อัตรากำไรสุทธิก็ปรับขึ้นมาอยู่ที่ราว 16.1% แตกต่างอย่างมีนัยจากช่วงก่อนที่อัตรากำไรสุทธิอยู่ในแดนลบเกือบตลอด
โดยสรุป ตัวเลขทางการเงินของอิตาเลียนไทยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา สะท้อนวัฏจักรของธุรกิจรับเหมาก่อสร้างขนาดใหญ่ที่เผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนและภาระหนี้เป็นเวลานาน ก่อนจะเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจนในปี 2568 อย่างไรก็ดี ความยั่งยืนของการฟื้นตัวดังกล่าวยังขึ้นอยู่กับความต่อเนื่องของโครงการใหม่ การบริหารต้นทุน และเสถียรภาพทางการเงินในระยะถัดไป ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่นักลงทุนและผู้มีส่วนได้เสียต้องติดตามอย่างใกล้ชิดต่อจากนี้
ในปี 2568 แม้บริษัทจะเผชิญเหตุการณ์สำคัญด้านความปลอดภัยจากกรณีอุบัติเหตุโครงสร้างนั่งร้านชั่วคราวสำหรับก่อสร้างคานขวาง (Cross Beam) ถล่มลงมา ระหว่างการก่อสร้างโครงการทางพิเศษสายพระราม 3-ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอก กรุงเทพมหานครด้านทิศตะวันตก (สัญญาที่ 3) ส่งผลให้โครงสร้างทางพิเศษเฉลิมมหานครพังถล่มลงมา 1 ช่วงสะพาน เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 5 ราย และเสียชีวิตที่โรงพยาบาลอีก 1 ราย รวมถึงเหตุอาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่ ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้างอาคารสูง 30 ชั้น พังถล่มจากแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวเมื่อวันศุกร์ที่ 28 มีนาคม 2568 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต ผู้สูญหาย และผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย
ภายใต้บริบทของเหตุการณ์ดังกล่าว ในปี 2568 บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ยังคงสามารถได้รับงานใหม่เพิ่มเติมรวมทั้งสิ้น 5 โครงการ มูลค่าสัญญารวมหลายหมื่นล้านบาท
เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2568 บริษัทฯ ได้ลงนามในสัญญาก่อสร้างโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณแยกเกียกกาย ช่วงที่ 3 ซึ่งเป็นงานก่อสร้างทางยกระดับและถนนฝั่งพระนครจากแม่น้ำเจ้าพระยาถึงแยกสะพานแดง โดยมีสำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร เป็นทั้งเจ้าของโครงการและผู้ว่าจ้าง
โครงการนี้มีมูลค่าสัญญา 875,000,000.00 บาท ลักษณะงานเป็นการก่อสร้างสะพานคอนกรีตขนาด 4 ช่องจราจร ความยาวประมาณ 1.4 กิโลเมตร ครอบคลุมงานปรับปรุงถนนพื้นราบจากแม่น้ำเจ้าพระยาถึงแยกสะพานแดง พร้อมระบบระบายน้ำ งานระบบไฟฟ้าแสงสว่าง ระบบจราจรสงเคราะห์ และงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยกำหนดระยะเวลาก่อสร้าง 720 วัน
ต่อมาเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2568 บริษัทฯ ได้ลงนามในสัญญาก่อสร้างโครงการงานก่อสร้างทางวิ่งที่ 2 และทางขับของสนามบินนานาชาติอู่ตะเภา โดยมี กองทัพเรือ เป็นเจ้าของโครงการ และคณะกรรมการบริหารโครงการก่อสร้างทางวิ่งที่ 2 และทางขับ สนามบินนานาชาติอู่ตะเภา เป็นผู้ว่าจ้าง
โครงการนี้มี มูลค่าสัญญา 13,142,868,605.29 บาท รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ลักษณะงานประกอบด้วยงานโยธา งานไฟฟ้าสนามบินและระบบควบคุม งานระบบระบายน้ำ และงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง สำหรับทางวิ่งที่ 2 และทางขับของสนามบิน กำหนดระยะเวลาก่อสร้าง 1,095 วัน
เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2568 บริษัทฯ ได้ลงนามในสัญญางานก่อสร้างโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเลบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร และการก่อสร้างศูนย์สำรวจและเฝ้าระวังชายฝั่ง โดยมีสำนักการระบายน้ำเป็นเจ้าของโครงการ และกรุงเทพมหานครเป็นผู้ว่าจ้าง
โครงการนี้มีมูลค่าสัญญา 1,620,000,000 บาท รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ลักษณะงานก่อสร้างประกอบด้วยการก่อสร้างคันหินวางบนฐานรากเสาเข็ม ความยาวประมาณ 20 เมตร คันหินรวมความยาวประมาณ 5,175 เมตร รวมถึงการก่อสร้างศูนย์สำรวจและเฝ้าระวังชายฝั่ง จุดชมวิว และท่าเรือ จำนวน 1 แห่ง โดยกำหนดระยะเวลาก่อสร้าง 720 วัน
ในช่วงเดือนกันยายน 2568 บริษัทฯ ยังได้ลงนามในสัญญางานก่อสร้างที่เกี่ยวข้องร่วมกับโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณแยกเกียกกาย ช่วงที่ 3 ซึ่งเป็นงานก่อสร้างทางยกระดับและถนนฝั่งพระนครจากแม่น้ำเจ้าพระยาถึงแยกสะพานแดงของกรุงเทพมหานคร เพิ่มเติมอีก 3 สัญญา ครอบคลุมงานระบบสาธารณูปโภคหลัก ได้แก่ งานไฟฟ้า งานประปา และงานสื่อสาร
เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2568 บริษัทฯ ได้ลงนามในสัญญาก่อสร้างงานไฟฟ้า ในโครงการก่อสร้างบ่อพักและท่อร้อยสายไฟฟ้าใต้ดินร่วมกับโครงการสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณแยกเกียกกาย ช่วงที่ 3 มีการไฟฟ้านครหลวงเป็นทั้งเจ้าของโครงการและผู้ว่าจ้าง และบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้รับจ้าง
โครงการนี้มีมูลค่าสัญญา 252,140,000.00 บาท รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ลักษณะงานประกอบด้วยการก่อสร้างบ่อพักสายไฟฟ้าแรงดันสูงและแรงดันกลาง จำนวน 18 บ่อ การก่อสร้างบ่อพักสายไฟฟ้าแรงดันต่ำ จำนวน 92 บ่อ การก่อสร้างท่อร้อยสายไฟฟ้าใต้ดินด้วยวิธี Pipe Jacking ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1.50 เมตร จำนวน 24 ท่อ ความยาวรวม 358 เมตร และ Pipe Jacking ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1.80 เมตร จำนวน 30 ท่อ ความยาวรวม 543 เมตร รวมถึงงานก่อสร้างท่อร้อยสายไฟฟ้าใต้ดินด้วยวิธี Horizontal Directional Drilling ความยาวรวม 4,364 เมตร และวิธี Open Cut ความยาวรวม 127 เมตร ตลอดจนงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยกำหนดระยะเวลาก่อสร้าง 659 วัน
ต่อมาเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2568 บริษัทฯ ได้ลงนามในสัญญาก่อสร้างงานประปา ในโครงการวางท่อประปาและงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณแยกเกียกกาย ช่วงที่ 3 โดยมีการประปานครหลวงเป็นทั้งเจ้าของโครงการและผู้ว่าจ้าง
โครงการนี้มีมูลค่าสัญญา 104,740,000.00 บาท รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ลักษณะงานก่อสร้างประกอบด้วยการวางท่อประปาขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1,200 มิลลิเมตร ความยาว 1.445 กิโลเมตร การวางท่อประปาขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1,000 มิลลิเมตร ความยาว 0.520 กิโลเมตร รวมถึงงานวางท่อจ่ายน้ำขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 300 มิลลิเมตร ความยาวรวม 5.445 กิโลเมตร โดยกำหนดระยะเวลาก่อสร้างสิ้นสุดวันที่ 6 กรกฎาคม 2570
ถัดมาเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2568 บริษัทฯ ได้ลงนามในสัญญาก่อสร้างงานสื่อสาร ในโครงการวางท่อร้อยสายโทรศัพท์ใต้ดินและบ่อพัก พร้อมโครงการสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณแยกเกียกกาย ช่วงที่ 3 โดยมีบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) เป็นทั้งเจ้าของโครงการและผู้ว่าจ้าง
โครงการนี้มีมูลค่าสัญญา 9,800,000.00 บาท รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ลักษณะงานประกอบด้วยงานดันท่อลอดและวางท่อ โดยเป็นการดันท่อลอดท่อ HDPE ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 110 มิลลิเมตร จำนวน 4 ท่อ (PN10) ความยาวรวม 600 เมตร และการวางท่อ PVC ขนาด 3 นิ้ว จำนวน 4 ท่อ กลบด้วยทราย ความยาวรวม 1,760 เมตร โดยกำหนดระยะเวลาก่อสร้างสิ้นสุดวันที่ 5 สิงหาคม 2570
สุดท้าย เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2568 บริษัทฯ ได้ลงนามในสัญญาก่อสร้างโครงการอาคารโรงพยาบาลรามาธิบดีและย่านนวัตกรรมโยธี โดยมีมหาวิทยาลัยมหิดล (คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี) เป็นทั้งเจ้าของโครงการและผู้ว่าจ้าง มูลค่าสัญญา 9,999,000,000 บาท รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ลักษณะงานเป็นการก่อสร้างอาคารโรงพยาบาลสูง 25 ชั้น พร้อมชั้นใต้ดิน 2 ชั้น กำหนดระยะเวลาก่อสร้างรวมทั้งสิ้น 2,160 วัน
นอกเหนือจากงานใหม่ที่ได้รับในปี 2568 ตามรายงานประจำปี 2567 ระบุว่า อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ ยังคงมีบทบาทสำคัญและได้ลงนามเป็นผู้รับผิดชอบโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของประเทศอีกหลายโครงการ โดยเฉพาะโครงการภาครัฐด้านคมนาคมและระบบราง ได้แก่
กลุ่มงานอาคาร
ในกลุ่มงานอาคาร บริษัทมีโครงการที่ยังอยู่ระหว่างการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง หรืออาจเสร็จสิ้นงานแล้วในปี 2568 หลายโครงการ ครอบคลุมทั้งอาคารอุตสาหกรรม อาคารราชการ อาคารทางการแพทย์ และโครงการเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ เช่น
กลุ่มงานทางด่วนยกระดับ ทางหลวง ทางรถไฟ และสะพาน
ในกลุ่มงานทางด่วนยกระดับ ทางหลวง ทางรถไฟ และสะพาน บริษัทมีโครงการขนาดใหญ่ที่อยู่ระหว่างการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง หรืออาจเสร็จสิ้นงานแล้วในปี 2568 หลายโครงการ เช่น
กลุ่มงานสนามบิน
ในกลุ่มงานสนามบิน บริษัทมีโครงการก่อสร้างและปรับปรุงท่าอากาศยานที่อยู่ระหว่างการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง หรืออาจเสร็จสิ้นงานแล้วในปี 2568 เช่น
กลุ่มงานโรงงานอุตสาหกรรม
ในกลุ่มงานโรงงานอุตสาหกรรม บริษัทมีโครงการก่อสร้างและปรับปรุงโรงงานอุตสาหกรรมที่อยู่ระหว่างการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง หรืออาจเสร็จสิ้นงานแล้วในปี 2568 เช่น
กลุ่มงานเหมืองแร่
ในกลุ่มงานเหมืองแร่ บริษัทมีงานเหมืองทั้งในประเทศและต่างประเทศที่อยู่ระหว่างการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง หรืออาจเสร็จสิ้นงานแล้วในปี 2568 เช่น
กลุ่มงานอุโมงค์ วางท่อ สาธารณูปโภค และงานอื่น ๆ
ในกลุ่มงานอุโมงค์ วางท่อ สาธารณูปโภค และงานอื่น ๆ บริษัทมีโครงการที่อยู่ระหว่างการดำเนินงาน หรืออาจเสร็จสิ้นงานแล้วในปี 2568 จำนวนมาก ครอบคลุมงานระบบไฟฟ้าใต้ดิน ระบบท่อประปา งานอุโมงค์ระบายน้ำ และโครงสร้างด้านการจัดการน้ำ เช่น
กลุ่มงานท่าเรือและงานทางน้ำ
ในกลุ่มงานท่าเรือและงานทางน้ำ บริษัทมีโครงการโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งทางน้ำและการบริหารจัดการน้ำที่อยู่ระหว่างการดำเนินงาน หรืออาจเสร็จสิ้นงานแล้วในปี 2568 หลายโครงการ เช่น
กลุ่มงานก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำและเขื่อน
ในกลุ่มงานก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำและเขื่อน บริษัทมีโครงการโครงสร้างพื้นฐานด้านทรัพยากรน้ำที่อยู่ระหว่างการดำเนินงานในปัจจุบัน หรืออาจเสร็จสิ้นงานแล้วในปี 2568 หลายโครงการ เช่น
กลุ่มงานระบบขนส่งมวลชน
ในกลุ่มงานระบบขนส่งมวลชน โครงการที่บริษัทฯ ดำเนินอยู่ในปัจจุบัน หรืออาจเสร็จสิ้นงานแล้วในปี 2568 ได้แก่
กลุ่มงานสื่อสารและโทรคมนาคม
กลุ่มงานสื่อสารและโทรคมนาคม โครงการที่บริษัทฯ ดำเนินอยู่ในปัจจุบัน หรืออาจเสร็จสิ้นงานแล้วในปี 2568 เช่น