
วันที่ 3 เมษายน 2569 เมื่อเวลา 12.30 น. ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจร้านค้าและร้านอาหาร ภายในเขตเทศบาลนครขอนแก่น หลังสถานการณ์ราคาวัตถุดิบประกอบอาหารหลายชนิดทยอยปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผลกระทบจากราคาไก่สด แก๊สหุงต้ม และราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นรายวัน ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ประกอบการร้านอาหารรายย่อยในพื้นที่
จากการลงพื้นที่พบว่า ร้าน ก.กุ้งข้าวมันไก่ (สามเหลี่ยม) ซึ่งตั้งอยู่ภายในชุมชนสามเหลี่ยม 3 เขตเทศบาลนครขอนแก่น บริเวณหน้าร้านติมตูน ร้านไอศกรีมชื่อดังของจังหวัดขอนแก่น ได้ติดป้ายข้อความบริเวณหน้าร้านอย่างสะดุดตาว่า “รวยไม่ไหวแล้ว เลิกขายก๋วยเตี๋ยว ขายแต่ข้าวมันไก่จ้า” ป้ายดังกล่าวสร้างความสนใจให้กับลูกค้าที่ผ่านไปมาเป็นอย่างมาก สะท้อนถึงภาวะต้นทุนที่ผู้ประกอบการกำลังเผชิญอย่างหนัก จนต้องตัดสินใจลดเมนูอาหารภายในร้านลงด้วยความจำเป็น
นางปาริชาติ มีพักตร อายุ 45 ปี เจ้าของร้าน ก.กุ้งข้าวมันไก่ (สามเหลี่ยม) เปิดเผยว่า ในช่วงนี้ต้นทุนวัตถุดิบต่าง ๆ ปรับตัวสูงขึ้นมากจนร้านรับภาระไม่ไหว เดิมทีทางร้านจำหน่ายอาหารอยู่ 2 ประเภท คือ ก๋วยเตี๋ยวไก่ และข้าวมันไก่ แต่จากภาวะต้นทุนที่พุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้จำเป็นต้องยกเลิกเมนูก๋วยเตี๋ยวไก่ทั้งหมด และคงเหลือจำหน่ายเฉพาะข้าวมันไก่เพียงอย่างเดียว เพื่อช่วยลดภาระต้นทุนของร้าน
เจ้าของร้าน ระบุว่า ต้นทุนหลักที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนคือราคาไก่สด ซึ่งขยับจากเดิมกิโลกรัมละ 80 บาท เป็นกิโลกรัมละ 90 บาท ขณะที่ราคาข้าวสารก็เริ่มทยอยปรับขึ้นมาระยะหนึ่งแล้ว ส่งผลให้ทางร้านต้องปรับราคาขายเพิ่มเมนูละ 5 บาท พร้อมติดป้ายข้อความดังกล่าวเพื่อสะท้อนความรู้สึกของผู้ค้ารายย่อยที่กำลังได้รับผลกระทบ
นางปาริชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า “ช่วงนี้ต้นทุนสูงขึ้นมาก ร้านเองก็สู้ราคาไม่ไหว ปกติขาย 2 อย่าง ก๋วยเตี๋ยวไก่และข้าวมันไก่ ตอนนี้ต้นทุนสูงมากสู้ไม่ไหวเลยขายแต่ข้าวมันไก่ ทางร้านได้แจ้งปรับราคาขึ้นเมนูละ 5 บาท ส่วนต้นทุนที่เพิ่มมีไก่สด กก.ละ 90 บาท ปรับขึ้นมาจาก กก.ละ 80 บาท ข้าวสารก็เริ่มปรับราคาขึ้นมาสักพักแล้ว ทำให้ร้านติดป้ายรวยไม่ไหวแล้ว ซึ่งคนที่รวยไม่ใช่ประชาชนอย่างเราๆ อย่างแน่นอน”
ปัจจุบันทางร้านยังคงจำหน่ายข้าวมันไก่ในราคาเริ่มต้นจานละ 50 บาท และแบบพิเศษจานละ 55 บาท โดยเจ้าของร้านยืนยันว่าจะพยายามตรึงราคาไว้ในระดับนี้ให้นานที่สุด ร้านก็ต้องปรับตัวทั้งลดเมนู ตรึงราคา หรือแบกรับกำไรที่ลดลง เพื่อให้ธุรกิจสามารถเดินหน้าต่อไปได้ท่ามกลางภาวะค่าครองชีพที่พุ่งสูงในปัจจุบัน
Advertisement