Logo site Amarintv 34HD
อมรินทร์ทีวี ร่วมกับ คอนโดพร้อมอยู่จาก Grand Unity จัดแคมเปญ “อมรินทร์ทีวี 12 ปี มีเปย์ ดูทั้งวัน แจกทุกวัน”Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
คลังชี้ ‘ขาดดุลแฝด’ เจ็บเพื่อโต โหมนำเข้าเทคฯ ปั้นอุตยุคใหม่ มูลค่าสูง
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

คลังชี้ ‘ขาดดุลแฝด’ เจ็บเพื่อโต โหมนำเข้าเทคฯ ปั้นอุตยุคใหม่ มูลค่าสูง

30 พ.ค. 69
13:58 น.
แชร์

เศรษฐกิจไทยต้องเผชิญแรงกดดันอีกครั้ง เมื่อตัวเลขล่าสุดจากธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่า ประเทศไทยมียอดขาดดุลบัญชีเดินสะพัดติดลบหนักสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 7,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้นักเศรษฐศาสตร์ชี้ไปที่ปรากฏการณ์เชิงโครงสร้างที่เรียกว่า “Twin Deficits” หรือภาวะขาดดุลแฝด ซึ่งเป็นภาวะที่ประเทศต้องแบกรับ “ขาดดุลการคลัง” จากงบประมาณรายจ่ายของภาครัฐ ควบคู่ไปกับ “ขาดดุลบัญชีเดินสะพัด” จากภาคการค้าและบริการระหว่างประเทศพร้อม ๆ กัน

เหตุการณ์เช่นนี้อาจส่งผลให้เกิดแรงสั่นสะเทือนต่อความเชื่อมั่นอย่างรุนแรง จากเดิมที่ประเทศไทยเคยถูกมองว่าเป็น “Safe Haven” หรือพื้นที่ปลอดภัยที่มีเสถียรภาพทางการเงินสูง จากการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดมาโดยตลอด การพลิกกลับมาติดลบทั้งสองด้านอย่างต่อเนื่อง ย่อมสั่นคลอนความเชื่อมั่นของทุนต่างชาติ และอาจนำไปสู่ความเสี่ยงเรื่องเงินทุนไหลออก รวมถึงความผันผวนของค่าเงินบาทในระยะยาว

แบงก์ชาติมองว่าเกิดจากปัจจัยชั่วคราวจากกลไกโลก ไม่ใช่แผลลึกเชิงโครงสร้าง

ท่ามกลางกระแสความตื่นตระหนก ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ออกมาประเมินสถานการณ์รอบนี้ว่ายังไม่น่ากังวล โดยคุณชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายองค์กรสัมพันธ์ และโฆษก ธปท. ชี้แจงว่า การขาดดุลในระดับสูงเช่นนี้เป็นเพียงเหตุการณ์ “ชั่วคราว” และจะค่อย ๆ ทยอยลดลงในช่วงปลายปี

สำหรับข้อกังวลเรื่องภาวะขาดดุลแฝดนั้น แท้จริงแล้วเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้และเคยเกิดขึ้นมาแล้วในอดีต โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง

แบงก์ชาติมองว่า ความน่ากังวลที่แท้จริงจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อภาวะขาดดุลแฝดนี้ “ลากยาวและค้างอยู่นาน” จนทำลายหรือบิดเบือนโครงสร้างเศรษฐกิจบางส่วนให้เปลี่ยนไปอย่างถาวร แต่จากข้อมูลในปัจจุบัน ปัจจัยกดดันส่วนใหญ่ยังคงมาจากราคาน้ำมันและสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งหากปัจจัยภายนอกเหล่านี้บรรเทาลง การขาดดุลก็จะทยอยปรับลดลงมาเอง ระบบเศรษฐกิจไทยจึงยังไม่ได้มีปัญหาลึกรุนแรงถึงระดับวิกฤตเชิงโครงสร้าง

คลังชี้ ‘เจ็บตัวเพื่อเปลี่ยนผ่าน’ โหมทุนไฮเทคสร้าง New S-Curve

มุมมองดังกล่าวสอดคล้องกับฝั่งนโยบายการคลัง โดย ดร.สันติธาร เสถียรไทย กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลัง ได้ชวนให้มองลึกไปถึงโครงสร้างไส้ในของตัวเลขนำเข้า เพื่อแยกแยะระหว่างวิกฤตกับการลงทุน

ดร.สันติธาร ระบุว่า อย่าเพิ่งตื่นตกใจกับตัวเลขขาดดุลบัญชีเดินสะพัดในรอบนี้ เพราะเมื่อลงลึกไปดูรายละเอียดของสินค้าที่ประเทศไทยนำเข้ามา จะพบว่าตัวเลขนำเข้าที่พุ่งสูงเกิดจากการที่ภาคอุตสาหกรรมไทยจำเป็นต้อง “โหมนำเข้า” เครื่องจักรขนาดใหญ่ เทคโนโลยีขั้นสูง ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และเซลล์แบตเตอรี่จำนวนมหาศาลจากประเทศจีนและไต้หวัน

เม็ดเงินหมื่นล้านที่ไหลออกนอกประเทศไปในตอนนี้ แท้จริงแล้วคือ “ต้นทุนที่จำเป็น” ในการเคลื่อนย้ายทุนต่างชาติเพื่อนำเข้ามาวางรากฐานและสร้างโครงสร้างพื้นฐานสำหรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) เศรษฐกิจดิจิทัล และระบบพลังงานสะอาด ซึ่งเป็นกระบวนการที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ หากไทยต้องการสลัดภาพลักษณ์โรงงานรับจ้างผลิตโมเดลเก่า (OEM) และเปลี่ยนผ่านไปสู่น่านน้ำใหม่ได้อย่างยั่งยืน

คุณสันติธาร ระบุว่า บาดแผลสำคัญในปัจจุบันคือ อุตสาหกรรมใหม่ของไทยยังคงมีสัดส่วนการสร้างมูลค่าเพิ่มภายในประเทศไม่สูงนัก เนื่องจากโครงสร้างการผลิตยังพึ่งพาการนำเข้าเทคโนโลยี ชิ้นส่วนหลัก และวัตถุดิบต้นน้ำจากต่างประเทศในสัดส่วนที่สูงมาก 

โจทย์นี้จึงเป็นความท้าทายสูงสุดที่รัฐบาลกำลังเร่งแก้ไขผ่านนโยบายการสร้างห่วงโซ่อุปทานในประเทศ (Local Supply Chain) ควบคู่กับการผลักดันให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยี (Technology Transfer) เพื่อขยับสัดส่วนการผลิตและรายได้ให้ตกอยู่กับผู้ประกอบการไทยอย่างแท้จริงในอนาคต

จับตามองอนาคตอุตสาหกรรมการผลิตไทย

เข็มทิศเศรษฐกิจหลังจากนี้พุ่งเป้าไปที่เม็ดเงินลงทุนมหาศาลจากค่ายรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และกลุ่มทุนเทคโนโลยีชั้นนำที่กำลังหลั่งไหลเข้ามา โดยสิ่งสำคัญที่ต้องจับตาคือ ทุนข้ามชาติเหล่านี้จะสามารถหลอมรวมและยกระดับอุตสาหกรรมในท้องถิ่นได้จริงหรือไม่

ตัวแปรชี้ชะตาอยู่ที่ภาครัฐว่าจะสามารถผลักดันมาตรการจูงใจทางการค้า ควบคู่ไปกับการบังคับใช้เกณฑ์สัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนในประเทศได้เข้มข้นและมีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงใด 

โจทย์หินคือ การจูงใจให้ยักษ์ใหญ่ต่างชาติยอมถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีขั้นสูง (Advanced Technology) ให้แก่ผู้ประกอบการไทยได้อย่างเป็นรูปธรรมและทันท่วงที เพราะการเดิมพันรอบนี้เป็นการเดิมพันครั้งสำคัญของซัพพลายเออร์ไทยกลุ่มดั้งเดิม โดยเฉพาะกลุ่มยานยนต์สันดาปและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เกรดรองลงมา ที่กำลังยืนอยู่บนปากเหวของการถูกกลืนหายไปจากห่วงโซ่อุปทาน 

ผู้ประกอบการในกลุ่มนี้จำนวนมากยังติดกับดักเรื่องเวลา เงินทุน และเทคโนโลยีที่ไม่เพียงพอจะพาตัวเองชุบตัวเข้าสู่ระบบนิเวศ EV ได้ทันเวลา ความเปราะบางที่เกิดขึ้นในขณะนี้จึงพร้อมจะเปลี่ยนเป็นวิกฤตการสูญเสียคำสั่งซื้อ การลดกำลังการผลิต ไปจนถึงขั้นปิดตัวลง ซึ่งจะสั่นคลอนไปถึงรากฐานของห่วงโซ่อุปทานยานยนต์ไทยที่เคยแข็งแกร่ง

อ้างอิง : ธนาคารแห่งประเทศไทย, The Standard, Thaipost

แชร์
คลังชี้ ‘ขาดดุลแฝด’ เจ็บเพื่อโต โหมนำเข้าเทคฯ ปั้นอุตยุคใหม่ มูลค่าสูง