Logo site Amarintv 34HD
logo duooneLogo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
ตรวจผลงานนายกฯ เยือนออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ คุยอะไร ดึงอะไรมาได้จริงบ้าง
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

ตรวจผลงานนายกฯ เยือนออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ คุยอะไร ดึงอะไรมาได้จริงบ้าง

24 ส.ค. 69
13:02 น.
แชร์

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี นำคณะภาครัฐและเอกชนไทยเดินทางเยือนออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ระหว่างวันที่ 18-21 สิงหาคม 2569 โดยมีการหารือกับผู้นำและคณะรัฐมนตรีของทั้งสองประเทศ เพื่อพูดคุยถึงทิศทางความร่วมมือระหว่างกันในหลายด้าน ทั้งเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน นวัตกรรม และความสัมพันธ์ในระดับภูมิภาค

ขณะเดียวกัน คณะรัฐบาลไทยได้เข้าพบผู้บริหารบริษัทในหลายธุรกิจ ตั้งแต่เทคโนโลยีและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ การเกษตรและผลไม้ ไปจนถึงธุรกิจท่องเที่ยวและแหล่งท่องเที่ยว พร้อมนำเสนอศักยภาพของประเทศไทยในฐานะฐานการลงทุน ฐานการผลิต และจุดเชื่อมต่อไปยังตลาดในภูมิภาค

น่าสนใจว่าจากการหารือกับทั้งรัฐบาลและภาคธุรกิจตลอด 4 วันในสองประเทศ ไทยได้อะไรกลับมาบ้าง อะไรเป็นเพียงข้อเสนอของไทย หรือความสนใจของภาคธุรกิจออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ และอะไรเกิดขึ้นเป็นข้อตกลงหรือความร่วมมือที่ชัดเจนแล้วบ้าง SPOTLIGHT ชวนตรวจผลงานการเยือนออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ของรัฐบาลพร้อมกัน

รัฐบาลไทย-ออสเตรเลียลงนามขยายความร่วมมือเศรษฐกิจ

นายกรัฐมนตรีได้หารือกับนายแอนโทนี แอลบาเนซี (Anthony Albanese) นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย ที่กรุงแคนเบอร์รา โดยทั้งสองฝ่ายหารือครอบคลุมการเมืองและความมั่นคง เศรษฐกิจ การค้าและนวัตกรรม ความสัมพันธ์ระหว่างประชาชน รวมถึงความร่วมมือระดับภูมิภาค

ในด้านเศรษฐกิจ ทั้งสองฝ่ายเห็นความสำคัญของการเพิ่มความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจ ขยายการค้าและการลงทุนสองทาง และส่งเสริมความร่วมมือในอุตสาหกรรมและนวัตกรรมที่มีศักยภาพ

หนึ่งในเอกสารที่ทั้งสองฝ่ายจัดทำคือ Leaders’ Statement on Deepening Economic Engagement หรือแถลงการณ์ผู้นำว่าด้วยการยกระดับความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจ ซึ่งมุ่งใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรีไทย–ออสเตรเลีย หรือ TAFTA ให้เต็มศักยภาพ และขยายการค้าและการลงทุนในสาขาสำคัญ

นอกจากนี้ ยังมีหนังสือแสดงเจตจำนงระหว่างสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กับองค์การวิจัยวิทยาศาสตร์และอุตสาหกรรมแห่งออสเตรเลีย (Commonwealth Scientific and Industrial Research Organisation: CSIRO) เพื่อพัฒนาความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ การวิจัย และนวัตกรรม รวมถึงแถลงการณ์ร่วมว่าด้วยอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งเป็นเอกสารความร่วมมือระหว่างหน่วยงานและรัฐบาลของทั้งสองประเทศ

ชวน Canva ตั้งสำนักงานภูมิภาคและศูนย์วิจัยในไทย

หนึ่งในภารกิจของคณะไทยที่นครซิดนีย์ คือการพบหารือกับแคนวา (Canva) บริษัทเทคโนโลยีจากออสเตรเลีย ผู้พัฒนาแพลตฟอร์มออกแบบดิจิทัลและ visual communication ซึ่งปัจจุบันมีผู้ใช้งานมากกว่า 265 ล้านคนต่อเดือนในกว่า 190 ประเทศ

นายกรัฐมนตรีได้เชิญชวน Canva พิจารณาจัดตั้งสำนักงานภูมิภาคในประเทศไทย รวมถึงจัดตั้งศูนย์วิจัยด้าน AI-Design (AI-Design Research Center) เพื่อสนับสนุนการพัฒนาด้านการออกแบบและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของไทย

นอกจากนั้น ทั้งสองฝ่ายยังหารือถึงความร่วมมือด้านการศึกษา การพัฒนานักออกแบบไทย และการออกแบบผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก (SME) โดย Canva ตั้งเป้าเพิ่มจำนวนนักออกแบบไทย หรือ Canva Creators จาก 190 คน เป็น 1,000 คนภายในปี 2571 รวมถึงพัฒนาทักษะด้าน AI และช่วยเหลือ SME ไทยด้านภาพลักษณ์ผลิตภัณฑ์หรือบรรจุภัณฑ์

ที่ผ่านมา Canva มีความร่วมมือกับภาครัฐไทยอยู่แล้ว โดย Canva เปิดให้ครูและนักเรียนจากโรงเรียนรัฐและเอกชนกว่า 3.3 ล้านคนเข้าถึง Canva Education โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และตั้งเป้าขยายเป็น 6.6 ล้านคนภายในปี 2571

อย่างไรก็ตาม สำหรับการตั้งสำนักงานภูมิภาคและศูนย์วิจัยด้าน AI-Design ในประเทศไทยยังเป็นเพียงเรื่องที่นายกรัฐมนตรีเสนอให้ Canva พิจารณา ตามข้อมูลที่เปิดเผยจากการหารือครั้งนี้ ยังไม่มีการประกาศการลงทุนหรือการตอบรับข้อเสนอจากฝ่าย Canva

เปิดเวทีให้ธุรกิจไทย-ออสเตรเลียเจอกัน ชวนลงทุนไทย

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) จัดงาน “Thailand-Australia Investment & Business Partnership Reception” ให้ภาคธุรกิจของไทยและออสเตรเลียได้พบปะและหารือกัน มีผู้บริหารจากบริษัทออสเตรเลียจำนวนมากจากหลายอุตสาหกรรมเข้าร่วมงาน ทั้งการผลิตขั้นสูง เกษตรและอาหาร ดิจิทัล การศึกษา สุขภาพและการแพทย์ เหมืองแร่ พลังงานหมุนเวียน และธุรกิจบริการ ขณะที่คณะเอกชนไทยที่ร่วมเดินทางประกอบด้วยธุรกิจในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม พลังงาน อสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจบริการ

นายกรัฐมนตรีใช้เวทีนี้เชิญชวนภาคธุรกิจออสเตรเลียเข้ามาลงทุนในประเทศไทย โดยชูบทบาทของไทยในฐานะฐานการลงทุนและจุดเชื่อมต่อไปยังตลาดอาเซียนที่มีประชากรเกือบ 700 ล้านคน ซึ่งไทยมองเห็นโอกาสขยายความร่วมมือกับออสเตรเลียใน 5 สาขา ได้แก่ เกษตรและอาหาร พลังงานหมุนเวียนและระบบกักเก็บพลังงาน อุตสาหกรรมดิจิทัลและสร้างสรรค์ การผลิตขั้นสูง และการศึกษา

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีพยายามนำเสนอเพื่อดึงดูดการลงทุนว่า รัฐบาลไทยพยายามขายเงื่อนไขด้านการลงทุนของไทย ตั้งแต่ Thailand FastPass ที่ต้องการให้กระบวนการหลังได้รับอนุมัติการลงทุนเดินหน้าได้เร็วขึ้น Skill Bridge สำหรับพัฒนาทักษะแรงงานในอุตสาหกรรมอนาคต และ Utility Green Tariff ที่เพิ่มทางเลือกให้ธุรกิจเข้าถึงไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน

ด้านมุมมองจากภาคธุรกิจออสเตรเลียที่เข้าร่วมงานสะท้อนว่า การพบกับรัฐบาลไทยช่วยให้ภาคเอกชนเห็นทิศทางนโยบายและโอกาสทางธุรกิจในไทยชัดขึ้น รวมถึงเห็นช่องทางที่จุดแข็งของออสเตรเลียจะเชื่อมกับความต้องการของไทยได้

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เกิดขึ้นในเวทีนี้ยังเป็นการเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจสองฝ่ายพบปะและหารือกันเป็นหลัก ตามข้อมูลที่เปิดเผยไม่ได้ระบุว่ามีบริษัทใดประกาศตัดสินใจลงทุนจากการพบกันครั้งนี้โดยตรง

ไทย-นิวซีแลนด์ ยกระดับเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์

สำหรับการเยือนนิวซีแลนด์ นายกรัฐมนตรีไทยและนายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ได้ลงนามในปฏิญญาร่วมว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ หรือ Joint Declaration on the Strategic Partnership ซึ่งเป็นการยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ โดยการดำเนินงานจะอยู่ภายใต้แผนปฏิบัติการร่วมไทย–นิวซีแลนด์ ค.ศ. 2026-2030 ครอบคลุม 4 ด้าน ได้แก่ การเมืองและความมั่นคง เศรษฐกิจ การค้าและนวัตกรรม การศึกษา วัฒนธรรมและความสัมพันธ์ระหว่างประชาชน รวมถึงความร่วมมือระดับภูมิภาคและพหุภาคี

ในด้านเศรษฐกิจ ทั้งสองฝ่ายตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าการค้าสองฝ่ายเป็น 3 เท่า หรือ 7,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2045 (พ.ศ. 2588) พร้อมร่วมกันพัฒนาความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้นไทย–นิวซีแลนด์ (TNZCEP)

ขณะเดียวกัน ยังมีการหารือด้านการเดินทางระหว่างสองประเทศ การบินไทยมีแผนกลับมาเปิดเที่ยวบินตรงกรุงเทพฯ–โอ๊คแลนด์อีกครั้งในเดือนมีนาคม 2570 โดยนายกรัฐมนตรีระบุว่า จะพยายามเร่งให้เปิดบริการเร็วกว่ากำหนด

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีไทยยังขอรับการสนับสนุนจากนิวซีแลนด์ต่อกระบวนการเข้าเป็นสมาชิก OECD ของไทย โดยนายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์แสดงความพร้อมให้การสนับสนุนไทยเต็มที่

หลังการหารือ ผู้นำทั้งสองประเทศร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามเอกสารความร่วมมือ 4 ฉบับ ครอบคลุมความร่วมมือด้านวัฒนธรรม การพัฒนาบุคลากรภาครัฐ ความร่วมมือและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างตำรวจของทั้งสองประเทศ รวมถึงบันทึกความเข้าใจระหว่าง บริษัท ชตา อินสทรูเม้นท์ จำกัด ของไทย กับ Aeroqual Limited ของนิวซีแลนด์

ชวน Skyline ขยายการลงทุนในไทย

คณะไทยได้พบหารือกับ Skyline Enterprises ผู้ดำเนินธุรกิจด้านการท่องเที่ยวและแหล่งท่องเที่ยวของนิวซีแลนด์ โดยนายกรัฐมนตรีได้เชิญชวนให้ Skyline พิจารณาขยายการลงทุนในประเทศไทยเพิ่มเติม

ปัจจุบัน Skyline มีโครงการสวนสนุกในกรุงเทพฯ ที่ได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุนจาก BOI แล้ว โดยการหารือครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีเสนอให้บริษัทพิจารณาโอกาสขยายธุรกิจไปยังพื้นที่อื่น ๆ ของไทย ซึ่งมีแหล่งท่องเที่ยวหลากหลายและมีศักยภาพสำหรับการพัฒนากิจกรรมรูปแบบใหม่

ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรีได้เชิญชวน Skyline ศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D Center) ในประเทศไทย เพื่อพัฒนาชิ้นส่วนและอุปกรณ์สำหรับเครื่องเล่นรุ่นใหม่

ฝั่งผู้บริหาร Skyline แสดงความสนใจต่อศักยภาพของตลาดและแหล่งท่องเที่ยวไทย แต่ยังไม่มีการตอบรับต่อข้อเสนอขยายการลงทุนเพิ่มเติม

ทั้งนี้ นายกฯ มอบหมายให้ BOI ประสานงานกับบริษัทต่อไป เพื่อศึกษาความเป็นไปได้และต่อยอดไปสู่การลงทุน

เสนอไทยเป็นฐานกระจายสินค้าให้ T&G

อีกบริษัทที่คณะรัฐบาลไทยพบคือ T&G Global ธุรกิจด้านพืชสวนและผลไม้จากนิวซีแลนด์ เจ้าของแบรนด์ Envy และ Jazz ซึ่ง T&G Global แสดงความสนใจในการหาฐานกระจายสินค้าเพื่อรองรับการขยายตลาดไปยังประเทศต่าง ๆ ในอาเซียนและอินเดีย

นายกรัฐมนตรีไทยเสนอให้ T&G พิจารณาใช้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางกระจายสินค้า โดยชูจุดแข็งด้านที่ตั้ง ระบบโลจิสติกส์ โครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่ง ระบบขนส่งควบคุมอุณหภูมิ (cold chain) และเครือข่ายความตกลงการค้าเสรี

การหารือยังครอบคลุมการต่อยอดธุรกิจด้านการเกษตร โดยฝ่ายไทยเสนอให้ T&G เชื่อมโยงสินค้าเกษตรและผลไม้คุณภาพของไทยเข้าสู่เครือข่ายจัดจำหน่ายของบริษัท เพื่อขยายตลาดในภูมิภาคและตลาดโลก รวมถึงนำประสบการณ์ด้านการพัฒนาผลไม้ การสร้างแบรนด์ และการทำตลาดของ T&G มาต่อยอดกับสินค้าเกษตรไทย พร้อมหารือความร่วมมือด้านเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว การจัดเก็บวัตถุดิบ และการวิจัยและพัฒนา

ทั้งนี้ เรื่องเหล่านี้ยังอยู่ในขั้นหารือ ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) จะติดตามผลกับ T&G ต่อไป

แชร์
ตรวจผลงานนายกฯ เยือนออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ คุยอะไร ดึงอะไรมาได้จริงบ้าง