ธุรกิจการตลาด

ล้มดีล TRUE-DTAC ไม่จริง! กสทช. ปฏิเสธข่าวลือ อนุคว่ำดีล 3:1

22 ก.ค. 65
ล้มดีล TRUE-DTAC ไม่จริง! กสทช. ปฏิเสธข่าวลือ อนุคว่ำดีล 3:1
ไฮไลท์ Highlight
  “ความกังวลว่ารวมกันแล้วลูกค้าเกิน 50% ซึ่งไม่จริง เนื่องจากแต่ละปีมีลูกค้าข้ามค่ายกว่า 30% เมื่อรวมแล้วการทับซ้อนจะหายไป จำนวนลูกค้าจะลดลงและน่าจะใกล้เคียงกับเอไอเอสที่มีอยู่กว่า 40%”

กสทช. โต้ข่าว อนุกรรมการทั้ง 4 ชุด โหวตค้านดีลควบรวมทรู-ดีแทค 3:1 เป็นข่าวเท็จ ต้องพิจารณารอบด้านทั้งผลดีและผลเสียก่อนเสนอบอร์ดอนุมัติต้น ส.ค. นี้

 

true-1

 

จากที่ก่อนหน้านี้ มีกระแสข่าวว่า คณะอนุกรรมการเพื่อศึกษาและวิเคราะห์การรวมธุรกิจระหว่าง “บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) หรือ TRUE” และ “บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเช็ส คอมมูนิเคชั่นจำกัด (มหาชน) หรือ DTAC” ได้มีมติส่วนใหญ่ 3:1 ไม่เห็นด้วยกับการควบรวมธุรกิจดังกล่าวนั้น

ล่าสุด นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติหรือ กสทช. ได้ออกมาปฏิเสธกระแสดังกล่าวแล้วว่า ไม่เป็นความจริง โดยขณะนี้กสทช. ยังอยู่ในระหว่างรวบรวมข้อมูล และยังต้องพิจารณาข้อมูลทั้งผลดีและผลเสียอย่างรอบด้าน ก่อนเสนอคณะกรรมการกสทช. เพื่อพิจารณาในช่วงต้นเดือนส.ค. ที่จะถึงนี้

 

คณะอนุกรรมการฯ ดังกล่าวประกอบด้วยอนุกรรมการจำนวน 4 ชุด คือ อนุกรรมการด้านคุ้มครองผู้บริโภคและสิทธิพลเมือง อนุกรรมการด้านกฎหมาย อนุกรรมการด้านเทคโนโลยี และอนุกรรมการด้านเศรษฐศาสตร์ โดยกรอบเวลาเดิมที่วางไว้นั้น ต้องแล้วเสร็จภายใน 60 วันหลังจากคณะกรรมการมีมติไปเมื่อวันที่ 10 พ.ค.2565

 

school_partners1


ด้านนายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ และ ประธานกรรมการ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวภายในงาน แถลงร่วมกับ บริษัทเทเลนอร์ กรุ๊ป ย้ำว่า ตาม พ.ร.บ. ปี 61 การควบรวมธุรกิจดังกล่าว สามารถกระทำได้โดยไม่ต้องขออนุมัติ และไม่ขัดต่อกฎหมาย
 
แต่ กสทช. มีอำนาจในการสร้างเงี่อนไขที่จะช่วยลดผลกระทบทางลบ และเพิ่มผลกระทบทางบวก ซึ่งทางทั้งสองฝ่ายพร้อมทำงานร่วมกันกับกสทช. เพื่อผลลัพธ์ที่เกิดประโยชน์สูงสุด โดยหวังให้มีกันทำงานร่วมกันระหว่างทุกฝ่ายเพื่อพัฒนาให้อุตสาหกรรมและประเทศชาติดีขึ้นกว่าเดิม ไม่อยากให้กังวลเรื่องราคา เพราะมีกสทช.คอยควบคุมอยู่แล้ว

 

นายศุภชัย กล่าวว่า “อยากให้ดำเนินการไปตามครรลองของกฎหมาย กรอบเวลา และเงื่อนไขต่างๆ ที่กฎหมายที่ได้ร่างไว้ เข้าใจว่าเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านและต้องให้เวลา ซึ่งเราเองก็ยอมรับว่ามีความกดดัน เมื่อรวมกันแล้วสัดส่วนการถือหุ้นก็จะใกล้เคียงกันที่ราวๆ 30% ส่วนว่าจะเท่าไรบ้างต้องรอดูตอนกระบวนการเทนเดอร์หุ้น”

 

“ความกังวลว่ารวมกันแล้วลูกค้าเกิน 50% ซึ่งไม่จริง เนื่องจากแต่ละปีมีลูกค้าข้ามค่ายกว่า 30% เมื่อรวมแล้วการทับซ้อนจะหายไป จำนวนลูกค้าจะลดลงและน่าจะใกล้เคียงกับเอไอเอสที่มีอยู่กว่า 40%”

Relate Post

Spotlight