
จากกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวโทษ บริษัท บิทาซซ่า จำกัด (Bitazza) บริษัท ฟรีดอมเวิร์ส จำกัด (FreedomVerse) พร้อมผู้บริหาร 2 ราย ต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) กรณีประกอบธุรกิจผู้ค้าสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาต
ต่อมา ในวันเดียวกัน Bitazza Thailand ออกประกาศชี้แจง ยืนยันการดำเนินงานภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. ตามปกติและยังคงให้บริการดำเนินการต่อเนื่อง
ก.ล.ต. ประกาศต่อสาธารณะเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2569 ว่า “สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ตรวจสอบพบว่า Bitazza ผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ประเภทนายหน้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ได้ให้บริการกับบุคคคทั่วไปในการแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลกับ Bitazza เอง อันเป็นทางค้าปกติโดยมีการเก็บค่าธรรมเนียม (เรียกว่า การให้บริการ Crypto Dust) นอกจากนี้ ยังพบอีกว่า Bitazza ได้ร่วมกับ FreedomVerse ให้บริการผลิตภัณฑ์ Freedom Card คือ การรับซื้อสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดและถูกนำไปเติมลง Freedom Card โดยมีการเก็บค่าธรรมเนียม รวมทั้งมีการเชิญชวนบุคคลเข้ามาใช้บริการผ่านบัญชี Facebook ของ Bitazza ซึ่งแสดงเจตนาให้บริการแก่ลูกค้าเป็นการทั่วไป โดยทั้งสองกรณี ไม่ปรากฏข้อมูลว่ามีการส่งคำสั่งซื้อขายไปที่ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลอื่นใด และเป็นการกระทำนอกศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล
“การให้บริการทั้งสองกรณีดังกล่าว เข้าข่ายเป็นการประกอบธุรกิจผู้ค้าสินทรัพย์ดิจิทัล ตามมาตรา 3 แห่ง พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัลฯ ซึ่ง Bitazza และ FreedomVerse ดำเนินการโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จึงเป็นการปฏิบัติฝ่าฝืนมาตรา 26 อันเป็นความผิดและมีระวางโทษตามมาตรา 66 แห่ง พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัลฯ ประกอบมาตรา 83 แห่งประมวลกฎหมายอาญา แล้วแต่กรณี
“ทั้งนี้ นายกวิน อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Bitazza และนายธนวัต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Bitazza เป็นบุคคลที่รับผิดชอบในการดำเนินการของ Bitazza ในช่วงเกิดเหตุ รวมทั้งนายกวิน และนายวี เกียรติ เควิ่น เฮง เป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงนามของ FreedomVerse และเป็นผู้ลงนามในสัญญาระหว่าง Bitazza และ FreedomVerse จึงเป็นบุคคลที่รับผิดชอบในการดำเนินการของ FreedomVerse ในช่วงเกิดเหตุ ดังนั้น บุคคลทั้ง 3 รายดังกล่าว จึงต้องรับผิดเช่นเดียวกับ Bitazza และ FreedomVerse ตามมาตรา 94 แห่ง พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัลฯ แล้วแต่กรณี
“ก.ล.ต. จึงกล่าวโทษ Bitazza FreedomVerse นายกวิน นายธนวัต และนายวี เกียรติ เควิ่น เฮง ต่อ บก.ปอศ. เพื่อพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป”
ต่อมา ในวันเดียวกัน Bitazza Thailand ออกประกาศชี้แจง ยืนยันการดำเนินงานภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. ตามปกติและยังคงให้บริการดำเนินการต่อเนื่อง โดยระบุว่า “Bitazza Thailand ยังคงเปิดให้บริการตามปกติ ภายหลังจากประกาศของสำนักงาน ก.ล.ต. เกี่ยวกับฟีเจอร์บางส่วนที่ล้าสมัยและได้ถูกยกเลิกการใช้งานตั้งแต่ช่วงปี 2567 บริษัทฯ ขอเรียนชี้แจงเรื่องตามที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ผู้ลงข่าวว่า ได้ตรวจสอบพบว่า Bitazza Thailand ผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ประเภทนายหน้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ได้ให้บริการกับบุคคลทั่วไป ในการแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลกับ Bitazza Thailand เอง อันเป็นทางค้าปกติโดยมีการเก็บค่าธรรมเนียม (เรียกว่า การให้บริการ Crypto Dust)
“นอกจากนี้ ยังรายงานว่าพบอีกว่า Bitazza Thailand ได้ร่วมกับ FreedomVerse ให้บริการผลิตภัณฑ์ Freedom Card คือ การรับซื้อสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดและถูกนำไปเติมลง Freedom Card โดยมีการเก็บค่าธรรมเนียม รวมทั้งมีการเชิญชวนบุคคลเข้ามาใช้บริการผ่านบัญชี Facebook ของ Bitazza Thailand ซึ่งแสดงเจตนาให้บริการแก่ลูกค้าเป็นการทั่วไป โดยทั้งสองกรณี ไม่ปรากฏข้อมูลว่ามีการส่งคำสั่งซื้อขายไปที่ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลอื่นใด และเป็นการกระทำนอกศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล
“ดังนี้ Bitazza Thailand ขอยืนยันว่าเป็นผู้ให้บริการนายหน้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับใบอนุญาต โดยมีบทบาทในการขับเคลื่อนนวัตกรรมและสร้างมูลค่าให้กับระบบนิเวศการซื้อขายและบริหารจัดการสินทรัพย์ดิจิทัลมาอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงเวลาที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้พัฒนาฟีเจอร์และนวัตกรรมต่าง ๆ ซึ่งบางส่วนได้มีการนำมาพิจารณาในภายหลัง
“บริษัทฯ ได้ทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดเพื่อชี้แจงประเด็นดังกล่าว โดยฟีเจอร์และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดได้ถูกพัฒนาภายใต้กฎหมายและหลักเกณฑ์ที่มีผลบังคับใช้ในช่วงเวลานั้น อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ได้ดำเนินการปิดใช้งานฟีเจอร์ดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว”
Bitazza Thailand อธิบายเกี่ยวกับฟีเจอร์ Crypto Dust ว่า บริการดังกล่าวถูกออกแบบมาเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ลูกค้าในการบริหารจัดการยอดสินทรัพย์ดิจิทัลคงเหลือ (“dust”) ในบัญชี โดยสามารถนำไปใช้เป็นส่วนลดค่าธรรมเนียมของแพลตฟอร์มเท่านั้น บริษัทฯ มิได้แสวงหากำไรจากการให้บริการในส่วนนี้ ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้เคยชี้แจงประเด็นดังกล่าวต่อสำนักงาน ก.ล.ต. แล้ว และเพื่อเป็นการบริหารและลดความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ บริษัทฯ ได้ยกเลิกการให้บริการฟีเจอร์นี้เป็นที่เรียบร้อย
นอจากนั้น Bitazza Thailand ชี้แจงเรื่อง Freedom Card ว่า ความร่วมมือกับ Freedom Card ที่เคยมีในอดีต เป็นการเชื่อมต่อกับกระเป๋าเงินบาท (Fiat Wallet) ของ Bitazza Thailand โดยลูกค้าจะต้องแปลงสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นเงินบาทผ่านแพลตฟอร์มตามปกติ ก่อนดำเนินการเติมเงินเข้าสู่บัตรผ่านผู้ให้บริการ E-money ที่ได้รับอนุญาต
“ในส่วนของบริการ Freedom Card บริษัทฯ ขอชี้แจงว่า การทำธุรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลทั้งหมดดำเนินการในฐานะนายหน้า โดยคำสั่งซื้อของลูกค้าจะถูกส่งต่อไปยังศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลภายนอก บริษัทฯ มิได้มีการดำเนินการในลักษณะของผู้ค้า (Dealer) แต่อย่างใด และได้เคยชี้แจงประเด็นดังกล่าวต่อสำนักงาน ก.ล.ต. แล้ว เพื่อเป็นการลดและบริหารความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ บริษัทฯ ได้ยกเลิกฟีเจอร์ที่เกี่ยวข้องดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว
“การดำเนินงานทั้งหมดของบริษัทฯ เป็นไปตามบทบาทของผู้ประกอบธุรกิจนายหน้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับใบอนุญาต โดยบริษัทฯ กำลังดำเนินการแก้ไขความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนหรือข้อมูลที่ไม่ถูกต้องอย่างเหมาะสมและทันท่วงที
“ในฐานะนายหน้า บริษัทฯ มีและจะยังคงส่งคำสั่งซื้อขายของลูกค้าไปยังศูนย์ซื้อขายหรือผู้ให้บริการสภาพคล่องภายนอกอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสามารถตรวจสอบและยืนยันได้โดยอิสระ อันแสดงให้เห็นถึงการดำเนินงานภายใต้ขอบเขตของใบอนุญาต และช่วยชี้แจงข้อสงสัยหรือข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้อง
“บริษัทฯ จะยังคงทำงานร่วมกับหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อแก้ไขและชี้แจงในทุกประเด็นต่อไป ในขณะเดียวกัน แพลตฟอร์มยังคงเปิดให้บริการตามปกติ โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยของสินทรัพย์ลูกค้า
“บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นปฏิบัติตามแนวทางของหน่วยงานกำกับดูแล แก้ไขความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน และรักษามาตรฐานการดำเนินงานที่สั่งสมมาอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 7 ปี
“บริการหลักทั้งหมดของแพลตฟอร์ม รวมถึงกระบวนการยืนยันตัวตน (KYC) ฟังก์ชันการซื้อขาย การฝาก-ถอนเงินบาท และฟีเจอร์อื่น ๆ ที่เปิดให้บริการในปัจจุบัน ยังคงดำเนินการได้ตามปกติ
“นอกจากนี้ ฟีเจอร์ที่เกี่ยวข้องกับการแปลงสินทรัพย์ขนาดเล็กเป็นโทเคนในระบบนิเวศ ได้ถูกปิดใช้งานแล้ว ภายหลังจากที่หน่วยงานกำกับได้แสดงความกังวลในประเด็นดังกล่าว”