
คุณหมอเรืองยศ อ่อนสอาด ทันตแพทย์ผู้มากประสบการณ์ด้านการจัดฟันใส เผยนิสัยทำร้ายฟันที่คนไทยทำทุกวัน ผ่านรายการ On the way With Chom ชี้การเคี้ยวน้ำแข็ง นอนกรน เคี้ยวข้าวข้างเดียว ระวังหน้าเบี้ยวไม่รู้ตัว! ฟันผุอาจอันตรายถึงชีวิต เชื้อลามเข้ากระแสเลือด เสี่ยงโรคหัวใจ สมองเสื่อม!
การจัดฟันมีประโยชน์มากกว่าแค่เรื่องของความสวยงาม
การจัดฟันนอกจากเรื่องของความสวยงาม คือคนที่จัดฟันออกมาดี อันดับ 1 เลยก็คือ ฟันต้องเรียงดี ถ้าฟันเรียงดี หมายถึงว่าการทำความสะอาดก็ง่าย การเกิดฟันผุ การเกิดโรคเหงือก หรือการเกิดโรคฟันต่าง ๆ ความผิดปกติในช่องปากก็จะแทบไม่เกิดขึ้นแล้ว และในข้อที่ 2 คือเรื่องของการบดเคี้ยว ความสมดุลกับเรื่องการบดเคี้ยวเป็นเรื่องใหญ่ เพราะว่าเกี่ยวกับเรื่องของข้อต่อขากรรไกรที่ต้องทำงานสมดุลกัน การเคี้ยวเป็นการกระตุ้นสมองด้วย เพราะว่าคนที่บดเคี้ยวได้ไม่ดี สมองก็ได้รับการกระตุ้นที่น้อยลง และนอกจากนั้นถ้าฟันเรียงตรงอยู่ในกึ่งกลางกระดูก นั่นคือความแข็งแรง เมื่อกระดูกถูกต้อง เราเอาฟันไปวางไว้ที่ตำแหน่งกึ่งกลางของกระดูก ความแข็งแรงก็ย่อมสูง เพราะฉะนั้นถ้าจัดออกมาได้ดีแล้ว กึ่งกลางดีแล้ว การบดเคี้ยวดีแล้ว ฟันก็ต้องอยู่กับที่ ต้องไม่มีการเลื่อนหรือคืนกลับ นี่คือเหตุผลของการจัดฟันที่ไม่ใช่แค่เรื่องของความสวยงาม แต่มันเป็นการลงทุนกับชีวิตในระยะยาว
“การจัดฟัน” ทำให้ดูดีได้จริงไหม ?
มีหลายคนมาปรึกษาจะจัดฟัน แต่ก็อยากทำศัลยกรรมร่วมด้วย ผมจะถามกลับไปว่า ตอนนี้รอยยิ้มของคุณสมดุลแล้วหรือยัง เพราะว่าจริง ๆ แล้ว ในศาสตร์ของเรื่อง เอสเทติก นอร์ม (Aesthetic Norm) เราสามารถที่จะมองให้เป็นระบบในเรื่องของโครงสร้างของใบหน้ากับริมฝีปาก และก็ความอูม หรือการเรียงตัวของฟัน หรือองศาของฟันอะไรต่าง ๆ ให้สมดุลกับเรื่องของคางกับใบหน้า ทำให้เป็นระบบเดียวกัน ซึ่งถ้าเกิดว่าเราทำให้เป็นระบบเดียวกัน ผลที่ออกมาส่วนใหญ่ คำว่า "นอร์ม" คือเราเอาค่าของคนที่สวยงามมาอยู่แล้ว เอามาเป็นเกณฑ์ ถ้าเราทำอะไรก็แล้วแต่ให้มันมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่เข้าใกล้ในเส้นหรือองศาพวกนั้น ทำให้ผลออกมาได้ดูดี เหมือนหน้าตาออกมาก็อาจจะดูสวยขึ้น ดูละมุนขึ้น อะไรทำนองลักษณะนี้
ถ้าถามว่าจัดฟันแล้วหน้าเปลี่ยนไหม เปลี่ยนจริง แต่ว่าก็ไม่ใช่ทุกคนเปลี่ยน และก็ไม่ใช่ว่าเปลี่ยนจนเป็นคนละคน ในลักษณะของใบหน้าเราจะแบ่งเป็น 3 ส่วน ในส่วนกลางกับส่วนล่าง จริง ๆ หมอฟันก็จะเกี่ยวข้องที่เค้าเรียกว่า แมกซิลโลเฟเชียล (Maxillofacial) คือกระดูกขากรรไกรและใบหน้า เพราะฉะนั้นจะเป็น 2 ใน 3 ของใบหน้าเลยนะ ซึ่งจริง ๆ ถามว่ากรอบหน้าเกี่ยวข้องไหม ? เกี่ยวข้องอย่างยิ่งเลย ในส่วนกลางกับส่วนล่าง โดยเฉพาะส่วนล่างส่วนคาง กรอบหน้ามันเป็นการเคลื่อนที่ที่ใหญ่ที่สุดของใบหน้า นี่คืออันดับ 1 เลย แต่รู้ไหมว่าการเคลื่อนที่ นอกจากทำการเคลื่อนที่ของขอบหน้าแล้ว มันจะมีการเคลื่อนที่ของริมฝีปากกับรอยยิ้ม เมื่อไหร่มีการเคลื่อนที่มีการยิ้มเราก็จะมองเห็นฟัน นั่นก็คือจุดหนึ่ง
เริ่มจัดฟันได้ตั้งแต่อายุเท่าไหร่และอายุเท่าไหร่ที่แบบเหมาะที่สุด ?
อายุที่เหมาะสมในการจัดฟัน ไม่ควรเกินอายุ 13 ช่วงของการจัดฟันที่จะควบคุมฟันได้ดี ก็คือจะช่วงการเจริญเติบโตสูงสุดของขากรรไกรกับใบหน้า คือช่วงอายุประมาณตั้งแต่ 6-7 ขวบ ไปจนถึงประมาณ 13 ปี แต่ไม่ใช่ว่าอายุมากกว่า 13 จะจัดไม่ได้ เพราะยังมีช่วงการเจริญเติบโตอยู่บ้าง แต่หลังจากอายุ 20 ไปแล้ว หมดการเจริญเติบโตก็จะจัดอีกแบบหนึ่ง พูดง่าย ๆ ในตอนช่วงเด็ก บางทีเราเห็นว่าฟันล่างคร่อมฟันบน เมื่อฟันล่างคร่อมฟันบนตั้งแต่เด็ก ไม่ว่าจะเป็นฟันน้ำนมก็แล้วแต่ การกระตุ้นการเคี้ยว จะทำให้กระตุ้นขากรรไกรล่างออกไปเรื่อย ๆ แต่ถ้าเราควบคุมโดยการที่ทำให้ฟันบนมาคร่อมฟันล่าง มันจะถูกยับยั้งกันเองโดยอัตโนมัติ เพราะฉะนั้นพูดง่าย ๆ ถ้าเราเห็นตั้งแต่แรก เราป้องกันตั้งแต่แรกก็จะเป็นเรื่องดี เด็กบางคนฟันน้ำนมหมดตั้งแต่อายุ 11 ปี เราก็เริ่มทำตั้งแต่ตอนนั้น 11-13 ปี เป็นช่วงดีที่สุด เพราะเป็นช่วงที่ฟันน้ำนมมันเริ่มหมด
จัดฟันทำให้ดูเด็กลงได้ไหม ?
เนื้อเยื่อของใบหน้ามันมีการหย่อนคล้อย โดยเฉพาะริมฝีปาก คนอายุมากขึ้น เวลาพูดเราจะเห็นฟันล่างมากขึ้น แต่ฟันหน้าบนบางทีจะมองเห็นน้อยลงเพราะมันร่วงลงมา อันนี้มันเป็นเรื่องของวัยที่เกิดขึ้น คราวนี้การหย่อนคล้อยตรงนี้ ถ้าถามว่าเปลี่ยนสภาพของฟันให้มันมองเห็นมากขึ้น ส่วนไหนที่ไม่ควรมองเห็นมาก เช่น ฟันล่าง เราให้มันมองเห็นน้อยลง ก็สามารถจัดได้ เอาเป็นว่าถ้าเกิดยิ่งอายุมากขึ้น ถ้าเกิดคนที่ไม่เคยจัดฟันมา การบดเคี้ยวผิดปกติก็เกิดการสึกของฟันกรามด้านหลังค่อนข้างเยอะ พอสึกเยอะหน้าเราก็จะสั้นลง อันนี้เป็นทุกคน แต่ถ้าเกิดจัดฟันได้ดี แนวตั้ง แนวเสาเข็มอะไรมันดีหมด มันจะคีพตรงนั้นไว้
ฟันของคนเราจะสวยสุดอยู่ที่อายุประมาณ 18 ปี เป็นคีย์หนึ่งที่ถ้าเกิดเราทำความสวยงาม อย่างคนอายุมาก ๆ ที่มาจัดฟัน บางทีมาจัดฟันตอนอายุเยอะ ฟันหน้าสึกไปแล้ว เขี้ยวมันสึกไป ความแหลมคมมันน้อยไป แต่จริง ๆ ถ้าจัดฟันมาตั้งแต่เด็ก ความคมมันจะอยู่ แต่ถ้าเกิดฟันมันสบไม่ดีมันก็จะสึกไป เพราะฉะนั้นการจัดฟันในตอนผู้ใหญ่ เราสามารถที่จะตกแต่งฟันให้มันดูสวยก่อน แล้วเราก็ดึงฟันมันลงมาได้ การดึงฟันไม่ใช่เพราะไม่แข็งแรงฟันถูกดึงมากระดูกถูกดึงตามมาด้วย เพราะฉะนั้นมันอยู่ที่เทคนิคว่าเราจะทำมันไหมเท่านั้นเอง อย่างที่บอกว่าถ้าเกิดว่าจะทำให้หน้าดูอ่อนเยาว์ ในเมื่อฟันมันมองไม่เห็น เราก็ทำให้ฟันมันมองเห็น ตั้งฟันด้านหลังไปดี ๆ ตั้งให้มันตรงขึ้น ใบหน้าเราก็ดูสูงขึ้น การที่จะทำให้ดูแก่ลงมันก็น้อยลง อยู่ที่เราจะวางแผนมันหรือเปล่า
“ฟันผุ” ส่งผลต่อสุขภาพไปไกลขนาดไหน ?
ฟันผุ เริ่มจากผุเล็ก ๆ แต่ว่าสิ่งที่น่ากลัว พอฟันผุลุกลามใหญ่โตขึ้น มันไม่ใช่แค่หยุดแค่เรื่องของการปวด แต่เชื้อแบคทีเรียที่ทะลุโพรงประสาท สามารถผ่านตรงไปที่เหงือกและก็ไปที่กระดูก และก็ยังส่งไปที่ทางหลอดเลือดด้วย คนที่มีฟันผุทะลุโพรงประสาทมีการติดเชื้อในกระแสโลหิต มีความเสี่ยงอันตรายถึงชีวิตได้ เพราะฉะนั้นการสะสมเชื้อทำให้มากขึ้น ๆ โดยเฉพาะพวกผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน หรือโรคหัวใจ เชื้อโรคพวกนี้สามารถทำให้เข้าไปสู่ถึงสมอง หรือไปสู่ถึงหัวใจ โดยเฉพาะพวกคนที่เป็นลิ้นหัวใจผิดปกติ
อะไรที่ทำแล้วมีผลต่อฟัน ?
การเคี้ยวน้ำแข็งเป็นประจำ ไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะฟันเราถูกออกแบบมา ให้มีการบดเคี้ยว ไม่ใช่ไปใช้แรงในการกระแทกกับของแข็ง เพราะว่าถ้าเกิดการกระแทกกับของแข็ง หรือว่ากัดน้ำแข็งเป็นประจำ ผลเสียที่จะเกิดอันดับแรกเลยก็คือเรื่องของเคลือบฟันง่าย ๆ มันมีการร้าว ซึ่งมันก็จะสะสมขึ้นไปเรื่อย ๆ อย่างที่ 2 อาจจะทำให้ฟันมันมีการแตกหรือบิ่นได้ โดยเฉพาะฟันบางคนที่อุดฟันมาแล้ว หรือฟันที่รักษารากมาแล้ว ความแข็งแรงมันน้อยลง พอกระแทกจากน้ำแข็ง มันจะทำให้ฟันแตกไปได้เลย
นอกจากนั้นอีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องของการกระแทกประจำ ทำให้เกิดอันตรายต่อรากฟัน และก็เค้าเรียกเส้นเอ็นหุ้มฟัน ทำให้เหมือนกับเวลาเคี้ยว ๆ แล้วมีอาการเจ็บ และอีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องของถ้าเคลือบฟันมันบางลง มันสามารถส่งความเย็นของน้ำแข็งกระตุ้นไปที่ประสาทฟันได้โดยตรงเลย มันทำให้เกิดการเสียวฟันง่ายขึ้น เพราะฉะนั้นอย่างที่บอก ฟันเราไม่ได้ถูกดีไซน์มาเหมือนกับค้อนที่มาทุบน้ำแข็ง แต่เราเอาไว้สำหรับการบดเคี้ยว ใครที่มีนิสัยนี้ กัดของแข็งหรือว่าของที่มันแข็งเป็นประจำ มันไม่เห็นในตอนนี้มันก็เห็นในอนาคตทุกคน เพราะฉะนั้นก็ไม่ควร
เคี้ยวข้าวข้างเดียวทำให้หน้าเบี้ยวไหม ?
การเคี้ยวข้างเดียวเป็นประจำ กล้ามเนื้อบดเคี้ยวก็คือกล้ามเนื้อใบหน้าส่วนหนึ่ง มันจะมีการทำงานที่ไม่เท่ากัน คนเคี้ยวข้างเดียวมาเป็นประจำ ใบหน้าจะไม่เท่ากัน จะเริ่มไม่สมดุลกัน บางทีเห็นเบี้ยวได้ชัด ดังนั้นถ้าเกิดเห็นไม่สมดุลเมื่อไหร่นั่นคือความผิดปกติที่เห็นได้ชัดเจน ความผิดปกติไม่ใช่แค่เห็นแค่ที่ใบหน้าอย่างเดียว มันส่งผลถึงเรื่องกล้ามเนื้อบดเคี้ยวเรื่องความสมดุลของใบหน้าด้วย อันนี้เป็นเรื่องสำคัญ
หายใจทางปากหรือนอนกรน หน้าจะยื่นจริงไหม ?
จริง เด็กที่หายใจทางปาก ทำให้เกิดสภาพของขากรรไกรบน หรือว่าเพดานบนมันแคบ และก็มีการเรียงตัวของฟันที่ผิดปกติ อธิบายได้ง่าย ๆ ถ้าเกิดว่าเด็กมีการหายใจทางจมูกปกติ ลิ้นในช่วงหายใจจะเข้าไปอยู่ที่เพดานปากบน การกลืนน้ำลายอะไรก็แล้วแต่ แรงดันของลิ้น จะช่วยกระตุ้นให้เกิดการเติบโตหรือการขยายของขากรรไกรในทางที่ถูกต้อง แต่ถ้าเกิดว่าเด็กมีการหายใจทางปาก ลิ้นมันจะตกลงมาอยู่ที่ข้างล่างนั่นทำให้การเจริญเติบโตของขากรรไกรบนหรือเพดานทางด้านบนมันก็จะน้อยกว่าปกติ นอกจากเรื่องการหายใจทางปาก สิ่งที่มองเห็นคืออาจจะมีการนอนกรนตั้งแต่เด็ก มีการนอนกัดฟันตั้งแต่เด็ก หรือว่าบางรายขนาดถึงขั้นการบดเคี้ยวของฟันผิดปกติ
แนะนำวิธีการดูแลสุขภาพฟัน
สุขภาพดีต้องเริ่มต้นที่จากช่องปาก ร่างกายเราจะไม่สร้างสัญญาณเตือนโดยที่ไม่มีเหตุผล เพียงแต่ว่าเราฟังมันหรือเปล่าเพราะบางครั้งในเรื่องของปัญหาจากปากที่ดูว่าเป็นปัญหาน้อยอาจจะเป็นเรื่องใหญ่ของชีวิตก็ได้ การทำฟันให้ดีในวันนี้ก็คือนอกจากจะทำเพื่อความสวยงามแล้ว มันอาจจะเพื่อความแข็งแรงของสมองในอนาคตด้วย
Advertisement