Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
ทำไมสหรัฐฯ ดูอยากเจรจาแต่อิหร่านสงวนท่าทีมากกว่า อะไรกำลังกดดันทรัมป์?
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

ทำไมสหรัฐฯ ดูอยากเจรจาแต่อิหร่านสงวนท่าทีมากกว่า อะไรกำลังกดดันทรัมป์?

25 มี.ค. 69
11:34 น.
แชร์

ประธานาธืบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ยังคงยืนยันว่า มีการเจรจาที่มีประสิทธิภาพมากเกิดขึ้นกับอิหร่าน เพื่อหาทางยุติสงคราม ซึ่งสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา 

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายอิหร่านยืนกรานว่า สหรัฐฯ ปล่อยข่าวปลอม เพราะอิหร่านไม่เคยเจรจากับสหรัฐฯ แม้ว่าจะมีความพยายามจากชาติพันธมิตรที่อยากจะให้อิหร่านหารือกับสหรัฐฯ เพื่อยุติสงคราม

ท่ามกลางม่านหมอกของสงคราม และข่าวลือมากมายที่ออกมาจากทุกฝ่าย การจะเชื่อข้อมูลใด ๆ ในเวลานี้ดูจะเป็นเรื่องยาก ดังนั้น ผลประโยชน์จากการเจรจาจึงดูเป็นเรื่องสำคัญ 

Spotlight ชวนไปวิเคราะห์ว่า ทำไมสหรัฐฯ จึงดูมีท่าทีอยากเจรจามากกว่า อะไรกำลังกดดันรัฐบาลทรัมป์อยู่? และทำไมอิหร่านถึงสงวนท่าทีมากกว่าในการเจรจา

คะแนนความนิยมทางการเมืองกำลังกดดันทรัมป์

ดูเหมือนว่าทรัมป์จะประเมินผลลัพธ์ของความขัดแย้งครั้งนี้ต่ำเกินไปหน่อย และทรัมป์อาจจะไม่คาดคิดว่าอิหร่านจะมีศักยภาพมากพอที่จะเปิดฉากการทำสงครามและโจมตีประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคตะวันออกกลางได้ 

ทรัมป์เคยให้สัมภาษณ์เมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า อิหร่านไม่ควรจะไปโจมตีใส่ประเทศอื่นในตะวันออกกลาง ไม่มีใครคาดคิดถึงเรื่องนี้ แม้กระทั่งผู้เชี่ยวชาญที่เก่งมาก ๆ ก็ยังไม่เชื่อว่าอิหร่านจะกล้าทำ 

อย่างไรก็ตาม หากไปดูคำเตือนจากผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงหน่วยข่าวกรองของสหรัฐฯ ก็พบว่า มีการย้ำหลายต่อหลายครั้งถึงความเสี่ยงดังกล่าว แต่ก็เป็นสิ่งที่ก่อนหน้านี้ทรัมป์ไม่สนใจ 

ขณะที่พันธมิตรและผู้สนับสนุนบางชาติอาจจะเห็นด้วยกับการปล่อยให้ทรัมป์ทำสงครามต่อไป แต่ทรัมป์ก็เคยแสดงให้เห็นว่า เขาพร้อมที่จะเจรจาและทำข้อตกลงที่เป็นประโยชน์ต่อสหรัฐฯ เอง หรือเป็นประโยชน์ต่อตัวเขา 

ราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นในขณะนี้กดดันความนิยมของทรัมป์อย่างหนัก โดยสงครามที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลางนั้นไม่ค่อยได้รับการสนับสนุนในสหรัฐฯ และยิ่งขณะนี้ ชาวอเมริกันเริ่มได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่แพงขึ้น ความนิยมในตัวทรัมป์ก็ยิ่งร่วงลงอย่างหนัก และอาจจะส่งผลกระทบต่อการเลือกตั้งกลางเทอมของพรรครีพับลิกัน พรรคของทรัมป์ ซึ่งจะมีขึ้นในปลายปีนี้ด้วย

โพลสำรวจความนิยมล่าสุดของ Reuters/Ipsos  ระบุว่า ความนิยมในตัวทรัมป์ลดลงเหลือ 36 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งลดลง 40 เปอร์เซ็นต์จากสัปดาห์ก่อนหน้านี้ โดยปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อความนิยมที่ลดลงเกิดจากความกังวลเรื่องเศรษฐกิจและความวิตกกังวลที่เกิดจากสงครามในอิหร่าน

รายงานระบุว่า สถานการณ์สงครามกำลังทำให้ราคาน้ำมันในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น โดยปรับเพิ่มขึ้น 35 เปอร์เซ็นต์ไปอยู่ที่เฉลี่ย 3.96 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อแกลลอนทั่วประเทศ  

มุมมองของอิหร่าน นี่ไม่ใช่เวลาหยุด

แต่ไม่ว่าทรัมป์อยากจะเจรจามากน้อยแค่ไหน การตัดสินใจทั้งหมดไม่ได้ขึ้นอยู่กับทรัมป์เพียงฝ่ายเดียว อิหร่ากลับแสดงท่าทีว่า พวกเขาสนใจที่จะเจรจาเพื่อยุติสงครามน้อยกว่า หากไม่มีการจัดตั้งข้อตกลงใด ๆ ที่จะป้องกันไม่ให้เกิดการทำสงครามแบบนี้ขึ้นอีกในอนาคต

ในมุมหนึ่ง อาจกล่าวได้ว่า การยืดเยื้อความขัดแย้งและสร้างความเสียหายให้กับภูมิภาคมากขึ้น อาจเป็นผลประโยชน์ของรัฐอิหร่านเอง หากต้องการรักษาการอยู่รอดของตน

ขณะเดียวกัน ยังมีความเชื่อว่า ระบบสกัดกั้นขีปนาวุธของอิสราเอลอาจกำลังร่อยหรอ เปิดโอกาสให้อิหร่านสามารถโจมตีเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น แนวคิดนี้กำลังมีอิทธิพลมากขึ้นในอิหร่าน โดยสายเหยี่ยวในอิหร่านมองว่าา นี่ไม่ใช่เวลาที่จะหยุด เพราะหากปล่อยให้หยุด ระบบสกัดกั้นก็จะมีเวลาฟื้นตัว

อย่างไรก็ตาม อิหร่านเองก็ต้องเผชิญกับความสูญเสียอย่างหนัก ตัวเลขจากรัฐบาลระบุว่า มีผู้เสียชีวิตแล้วมากกว่า 1,500 คนทั่วประเทศ โครงสร้างพื้นฐานได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง และระบบไฟฟ้าอาจเป็นเป้าหมายถัดไป ความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านในอ่าวเปอร์เซียตกต่ำลงอย่างมาก และหลังจากการโจมตีซ้ำแล้วซ้ำเล่าของอิหร่าน ก็ดูไม่น่าจะกลับไปสู่ระดับเดิมได้อีกหลังสงคราม

ท่ามกลางสถานการณ์นี้ เสียงจากฝ่ายสายกลางในอิหร่านอาจมองว่า ทุกอย่างยังมีโอกาสเลวร้ายลงได้อีก พวกเขาอาจโต้แย้งว่า การยับยั้งเชิงยุทธศาสตร์บางส่วนได้เกิดขึ้นแล้ว และนี่อาจเป็นจังหวะที่เหมาะสมในการเปิดการเจรจา

และหากอิหร่านสามารถแลกเปลี่ยนบางสิ่งได้ ไม่ว่าจะเป็นคำมั่นว่าจะไม่มีการโจมตีในอนาคต หรืออำนาจที่มากขึ้นในช่องแคบฮอร์มุซ บางที นี่อาจเป็นช่วงเวลาที่พวกเขาเลือก “ปิดดีล” ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป


แชร์
ทำไมสหรัฐฯ ดูอยากเจรจาแต่อิหร่านสงวนท่าทีมากกว่า อะไรกำลังกดดันทรัมป์?