Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
เสียงจากเจ้าของปั๊ม กับปัญหาน้ำมันไม่พอขาย ต้องลุ้นโควตาวันต่อวัน
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

เสียงจากเจ้าของปั๊ม กับปัญหาน้ำมันไม่พอขาย ต้องลุ้นโควตาวันต่อวัน

25 มี.ค. 69
12:40 น.
แชร์

ขณะที่คนไทยประสบปัญหาขาดแคลนน้ำมัน ซึ่งแม้รัฐบาลจะยืนยันว่าน้ำมันมีเพียงพอ–ไม่ขาดแคลน แต่สภาพจริงที่เกิดขึ้นทั่วประเทศ คือ ปั๊มน้ำมันมีน้ำมันไม่เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้า คนที่ต้องการเติมน้ำมันต้องต่อคิวยาว หรือต้องตระเวนไปหลายปั๊ม อาจต้องเดินทางออกไปไกล กว่าจะได้พบปั๊มที่มีน้ำมันให้เติม ฝั่งผู้ประกอบการปั๊มน้ำมันเองก็ต้องเผชิญกับหลายปัญหาที่สืบเนื่องจากการจัดสรรน้ำมันของบริษัทผู้ค้าน้ำมันเช่นกัน

SPOTLIGHT ขอชวนฟังเสียง เสสินัน นิ่มสุวรรณ์ ผู้ประกอบการปั๊มน้ำมันในจังหวัดลพบุรี ที่สะท้อนภาพปัญหาที่เกิดขึ้นในระดับหน้างานว่าปั๊มน้ำมันต้องเผชิญกับหลายปัญหาพร้อมกัน เป็นผลมาจากการได้รับน้ำมันไม่มากพอ และความไม่ชัดเจนของปริมาณน้ำมันที่จะได้รับจากบริษัทผู้ค้าน้ำมัน ทำให้ไม่สามารถวางแผนจัดสรรน้ำมันให้ลูกค้าได้

ปัญหาแรกที่เสสินันท์บอก คือ เมื่อปั๊มต้องรองรับลูกค้าจำนวนมากขณะที่ปริมาณน้ำมันมีจำกัด ปั๊มไม่สามารถแยกได้ว่าลูกค้ารายใดมีความจำเป็นต้องใช้งานจริง รายใดกักตุนน้ำมัน จึงต้องใช้วิธีจำกัดปริมาณการขายสำหรับลูกค้าทุกราย เพื่อให้กระจายน้ำมันได้ทั่วถึงที่สุด แต่วิธีนี้กลับส่งผลให้ผู้ที่จำเป็นต้องใช้น้ำมันจริง ๆ ได้รับน้ำมันไม่พอ โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกร ซึ่งมีจำนวนมากในพื้นที่บริการของปั๊ม

“เราจำเป็นต้องจำกัดปริมาณการเติม เพื่อให้น้ำมันกระจายไปถึงคนให้ได้มากที่สุด แต่พอทำแบบนั้น คนที่ต้องใช้จริง ๆ อย่างเกษตรกรกลับได้น้ำมันไม่พอ ในพื้นที่ปั๊มเรา ลูกค้าเป็นเกษตรกรจำนวนมาก ซึ่งกำลังอยู่ในฤดูกาลเก็บเกี่ยวและฤดูกาลเพาะปลูก ถ้าเขาไม่มีน้ำมัน ก็ไม่สามารถเกี่ยวข้าว ไม่สามารถสูบน้ำสำหรับข้าวในนาได้ ดังนั้นกลุ่มเกษตรกรเดือดร้อนมาก ๆ”

ปัญหาที่สอง คือ การสูญเสียลูกค้าประจำ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการ พ่อค้าแม่ค้าที่มีความต้องการใช้น้ำมันในปริมาณสูงราววันละ 600-700 ลิตร แต่ปั๊มของเขาไม่สามารถเติมได้ให้ลูกค้าได้มากพอ ประกอบกับผู้ค้าน้ำมันแต่ละแบรนด์มีกลไกและเงื่อนไขการจัดสรรน้ำมันไม่เหมือนกัน เมื่อปั๊มแบรนด์อื่นมีน้ำมันขายให้ได้มากกว่า ลูกค้าจึงย้ายไปใช้บริการปั๊มอื่น

“การที่รัฐบาลไม่ได้กำหนดการจัดสรรน้ำมันของทุกแบรนด์บนกลไกและเงื่อนไขเดียวกัน ทำให้ปั๊มเสียโอกาส เสียลูกค้า เพราะเงื่อนไขของปั๊มแต่ละแบรนด์ไม่เหมือนกัน บางแบรนด์ในพื้นที่เขาปล่อยขายอย่างเต็มที่ ทำให้ลูกค้าประจำของเราย้ายไปอยู่ที่ปั๊มแบรนด์อื่น

“ทางเราก็ต้องการให้น้ำมันกระจายทั่วถึงเพียงพอ แต่ด้วยปริมาณน้ำมันที่เราได้รับมามีจำกัด เราไม่สามารถขายให้ลูกค้ารายใดรายหนึ่งได้มากเท่าที่ลูกค้าต้องการ เพราะเราอยากให้น้ำมันกระจายทั่วถึงคนจำนวนมาก เราจึงจำกัดปริมาณการเติมต่อคนไม่เกินคนละ 500 บาทต่อวัน เพื่อให้ทุกคนได้รับการบรรเทาผลกระทบได้มากที่สุด จึงกลายเป็นว่าลูกค้าประจำของเราย้ายไปเติมที่ปั๊มอื่น เพราะเจ้าอื่นมีน้ำมันให้เติม”

ส่วนปัญหาที่สามที่เสสินันท์สะท้อนให้ฟัง คือ ความไม่ชัดเจนของปริมาณน้ำมันที่ปั๊มจะได้รับจากผู้ค้าน้ำมัน ทำให้ปั๊มจัดสรรน้ำมันให้ลูกค้ายากยิ่งขึ้น โดยผู้ประกอบการไม่สามารถคาดการณ์ปริมาณน้ำมันล่วงหน้าได้ จะทราบปริมาณจัดสรรในช่วงเย็นของแต่ละวันเท่านั้น ทำให้ในระหว่างวันไม่กล้าขายน้ำมันปริมาณมากให้ลูกค้าที่มาซื้อ แม้จะทราบว่าลูกค้ามีความจำเป็นต้องใช้

“เราไม่เคยได้รับคำอธิบายว่าเหตุผลที่จำกัดโควตาคืออะไร และโควตาน้ำมันในแต่ละวันไม่มีความชัดเจน เราสั่งน้ำมันเข้าไปในระบบ แบรนด์จะสรุปยอดและแจ้งมาในตอนเย็นว่าพรุ่งนี้เราจะได้รับน้ำมันปริมาณเท่าไหร่

“เราอยู่ที่หน้างาน เราไม่มีทางรู้เลยว่าปัญหาจริง ๆ ของแบรนด์หรือบริษัทผู้ค้าน้ำมันคืออะไร แบรนด์ไม่เคยบอกเรา เราไม่สามารถอธิบายกับลูกค้าได้ ลูกค้าหลายคนแสดงความไม่พอใจต่อเรา ซึ่งเราก็ลำบากใจในการสื่อสาร

“ถ้าเราพอรู้สถานการณ์ล่วงหน้าว่าพรุ่งนี้เราจะได้น้ำมันเท่าไหร่ เราจะสามารถจัดสรรน้ำมันให้ลูกค้าที่จำเป็นต้องใช้น้ำมันก่อนได้ สมมุติว่าลูกค้านานี้เขาจำเป็นต้องเกี่ยวข้าวในวันรุ่งขึ้น เขาบอกเราว่าวันนี้เขาต้องการน้ำมัน 400 ลิตร เราอาจจะสามารถจัดสรรให้เขาได้ในวันนี้ เพราะเรารู้ว่าพรุ่งนี้เราจะมีน้ำมันใหม่เข้ามาเติมปริมาณเท่าไหร่ แต่ความเป็นจริงตอนนี้ เรารู้ในตอนเย็นของวัน ทำให้เราไม่กล้าจัดสรรให้ลูกค้าที่มาซื้อน้ำมันในตอนกลางวัน เพราะเราเกรงว่าพรุ่งนี้เราอาจจะไม่มีน้ำมันเพียงพอที่จะกระจายให้ลูกค้ารายย่อยทั่วไป มันทำให้เราจัดสรรการขายน้ำมันได้ยากยิ่งขึ้น”

เสสินันท์ให้ข้อมูลอีกว่า ปริมาณน้ำมันที่ได้รับได้ลดลงจากภาวะปกติประมาณ 20-30% เป็นอย่างน้อย โดยน้ำมันที่ได้รับน้อยลงเป็นน้ำมันดีเซล ส่วนน้ำมันเบนซินยังคงได้รับเพียงพอต่อการขาย

นอกจากนั้น เสสินันท์สะท้อนว่า การมีน้ำมันไม่มากพอเพิ่มแรงกดดันให้กับพนักงานหน้าปั๊มที่ต้องรับมือกับลูกค้าจำนวนมากและความไม่พอใจจากผู้ใช้บริการ

และปัญหาที่สี่ คือ ภาระงานที่เพิ่มขึ้นจากการตรวจสอบของหน่วยงานภาครัฐที่ไม่มีการบูรณาการ โดยมีหลายหน่วยงานเข้ามาขอข้อมูลซ้ำซ้อน ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องใช้ทรัพยากรไปกับงานเอกสารและการรายงานมากขึ้น

“แต่ละหน่วยงานเข้ามาขอข้อมูลแยกกัน ทั้งกระทรวงพลังงาน กระทรวงมหาดไทย ตำรวจ หรือแม้แต่พรรคการเมืองก็มาขอสองสามพรรค ทำงานกันเป็นไซโล เป็นการเพิ่มภาระงานให้ปั๊ม” เสนินันท์ ผู้ประกอบการปั๊มน้ำมันในจังหวัดลพบุรีสะท้อนปัญหาอย่างตรงไปตรงมา

แชร์
เสียงจากเจ้าของปั๊ม กับปัญหาน้ำมันไม่พอขาย ต้องลุ้นโควตาวันต่อวัน