advertisement

ธุรกิจการตลาด

Mazda ทุ่มลงทุน EV 4 แสนล้านบาท ตั้งเป้าผลิตรถยนต์ไฟฟ้า 40% ในปี 2573

23 พ.ย. 65
Mazda ทุ่มลงทุน EV 4 แสนล้านบาท ตั้งเป้าผลิตรถยนต์ไฟฟ้า 40% ในปี 2573
ไฮไลท์ Highlight
"มันเสี่ยงเกินไปสำหรับเราที่เป็นรถยนต์ไฟฟ้าทั้งหมดในคราวเดียว" ผู้บริหารของบริษัทกล่าว

advertisement

ในที่สุด Mazda Motor ค่ายรถยนด์จากญี่ปุ่น ก็ได้ตั้งเป้าหมายที่จะผลิตรถยนต์ไฟฟ้าให้ได้มากถึง 40% ของรถยนต์ที่จำหน่ายในปี 2573 โดยจะร่วมมือกับพันธมิตรในการผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ แต่ก็ยังเน้นว่า สามารถทำรายได้จากรถยนต์สันดาปได้อยู่

เมื่อวานนี้ มาสด้าได้ประกาศแผนการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้ามีมูลค่าอยู่ที่ 1.5 ล้านล้านเยน คิดเป็นเงินไทยราว 4 แสนล้านบาท  หรือ 10.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และความร่วมมือกับพันธมิตรในการผลิตแบตเตอรี่จะแบ่งเป็นระยะ 3 ปี ต้องบอกว่าการเปลี่ยนผ่านไปสู่ยานยนต์ไฟฟ้าของมาสด้าเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป เพราะปัญหาต้นทุึนที่สูงทำให้บริษัทก็ใช่ควารมรอบคอบและระมัดระวังพอสมควร  

อากิระ มารุโมโตะ ซีอีโอ มาสด้า บอกว่า เพื่อให้สามารถขับเคลื่อนแผนนี้ได้สำเร็จ Mazda จะยังต้องขายรถยนต์สันดาปภายในหรือรถน้ำมันให้ได้ดีที่สุดในช่วงเวลา ปี 2568 - 2570 เพื่อเสริมสร้างรากฐานทางการเงินให้แข็งแกร่งนั่นเอง 

Mazda ถือเป็นผู้ผลิตรถยนต์ระดับกลางในอุตสาหกรรมรถยนต์ของญี่ปุ่น มียอดขายรถยนต์ใหม่ประมาณ 1.2 ล้านคันต่อปี แต่ขณะนี้มีรถยนต์ไฟฟ้าเพียงสองรุ่นในตลาด

ต้นทุนที่สูง และ การขาดทรัพยากรจากผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของโลกอย่าง Toyota Motor จึงทำให้การลงทุนขนาดใหญ่ในรถยนต์ไฟฟ้าเกิดการความไม่แน่นอน จนกว่าต้นทุนEV จะลดลงจึงจะเห็นการลงทุนที่มากขึ้น นั่นจึงทำให้  Mazda ยังคงต้องการที่จะมุ่งเน้นไปที่รถยนต์ไฮบริดและปลั๊กอินที่ให้ผลกำไรมากขึ้นในระหว่างนี้

"มันเสี่ยงเกินไปสำหรับเราที่เป็นรถยนต์ไฟฟ้าทั้งหมดในคราวเดียว" ผู้บริหารของบริษัทกล่าว

Mazda

ดังนั้น กว่าเราจะได้เห็น  Mazda ลงทุนจำนวนมากและเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าใหม่ๆ ก็คงจะราวปี  2571 เป็นต้นไป แต่การเริ่มช้าและระมัดระวังของมาสด้า จะทำให้เห็นว่า สภาพตลาดและเทคโนโลยี EV และแบตเตอรี่ใดบ้างที่กลายเป็นกระแสหลักต่อไป  

ปัจจุบัน Mazda เริ่มจัดหาแบตเตอรี่ EV จากพันธมิตรคือ Envision AESC Group ซึ่งเป็นบริษัทพลังงานที่ถือหุ้นโดยจีน ขณะเดียวกัน มาสด้ายังมีแผนที่จะร่วมมือกับผู้ผลิตชิปของญี่ปุ่นคือ  Rohm ในด้านเซมิคอนดักเตอร์ เพราะถือว่าเป็นส่วนสำคัญอย่างมากในการปรับปรุงประสิทธิภาพของชุดขับเคลื่อนไฟฟ้า

แม้ว่ามาสด้าจะยังไม่ได้ระบุชัดเจนว่า จะเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ากี่รุ่น และจะวางจำหน่ายเมื่อใด หรือจำนวนแบตเตอรี่ที่บริษัทต้องการ แต่คาดว่ารถยนต์ไฟฟ้าสามารถจะทำรายได้เพิ่มขึ้นอีกจาก 25% ถึง 40% ของยอดขายในปี 2573 นี้ 

การแข่งขันของค่ายรถยนต์ที่จะเปลี่ยนผ่านไปสู่ EV คาดว่าจะรุนแรงขึ้น ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าจะสูงถึง 36.81 ล้านคันทั่วโลกในปี 2573 หรือเพิ่มขึ้น 17 เท่าจากปี 2563  โดย LMC Automotive ในสหราชอาณาจักร คาดการณ์ "การผลิตแบตเตอรี่จะตามไม่ทัน" 

สำหรับค่ายรถญี่ปุ่นทั้ง Toyota, Honda Motor  รวมไปถึงผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำรายอื่นๆ กำลังลงทุนมหาศาลในการผลิต EV และแบตเตอรี่ในสหรัฐฯ เพื่อสร้างห่วงโซ่อุปทานภายในบริษัท

นอกจากนี้ Mazda ยังคงเป้าหมายเดิม ในกากำไรจากการดำเนินงานอย่างน้อย 5% และรายได้ 4.5 ล้านล้านเยนภายในปีงบการเงินสิ้นสุดในเดือนมีนาคม 2569 อีกด้วย 

ที่มา นิเคอิเอเชีย 

advertisement

Relate Post

Spotlight