Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
CPFจับมือชุมชนลำพูนเปลี่ยนวัสดุเกษตรเป็นเชื้อเพลิง ลดไฟป่า เพิ่มรายได้
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

CPFจับมือชุมชนลำพูนเปลี่ยนวัสดุเกษตรเป็นเชื้อเพลิง ลดไฟป่า เพิ่มรายได้

7 ส.ค. 69
17:48 น.
แชร์

ลำพูนผนึกชุมชน ม.แม่โจ้ CPF และภาคีในอำเภอแม่ทา เปลี่ยนเศษวัสดุเกษตรเป็นเชื้อเพลิงชีวมวล ลดการเผา ไฟป่า และ PM2.5 พร้อมสร้างรายได้ชุมชนอย่างยั่งยืน

การแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 และไฟป่าในภาคเหนือ ไม่ได้จบเพียงการดับไฟเมื่อเกิดเหตุ แต่ต้องเริ่มจากการลดเชื้อเพลิงในพื้นที่ป่าและเศษวัสดุการเกษตรที่เป็นต้นเหตุของการเผา 

ล่าสุดที่อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน ชุมชนร่วมกับ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ CPF และภาคีเครือข่าย พัฒนาระบบจัดการชีวมวล เปลี่ยนกิ่งไม้ ใบไม้แห้ง และเศษวัสดุหลังการเก็บเกี่ยวให้เป็นเชื้อเพลิงชีวมวลและผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง ช่วยลดการเผา ลดไฟป่า ลดฝุ่น PM2.5 และสร้างรายได้ให้คนในชุมชน

ภายใต้ “โครงการป้องกันไฟป่าและแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5” ตัวแทนวิสาหกิจชุมชนจากตำบลทาปลาดุกและตำบลทาสบเส้า อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน ได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและการลงมือปฏิบัติ ตั้งแต่การสำรวจและคัดแยกวัสดุ การเลือกเครื่องจักร การแปรรูปอย่างปลอดภัย ตลอดจนการวางแผนตลาด เพื่อพัฒนาระบบจัดการชีวมวลที่สอดคล้องกับทรัพยากรและศักยภาพของแต่ละชุมชน

ลดเชื้อเพลิง ก่อนเข้าสู่ฤดูไฟป่า

ผศ.ดร.สุดเขต สกุลทอง วิทยาลัยบริหารศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ กล่าวว่า ภาคเหนือมีเศษวัสดุชีวมวลจากพื้นที่ป่าและภาคเกษตรจำนวนมาก ขณะที่จังหวัดลำพูนเพียงจังหวัดเดียวมีเศษวัสดุจากแปลงเกษตรมากกว่า 900,000 ตันต่อปี หากไม่มีระบบจัดการที่เหมาะสม วัสดุส่วนหนึ่งอาจถูกทิ้งสะสมจนกลายเป็นเชื้อเพลิง และถูกกำจัดด้วยการเผา

การยกระดับความรู้ให้ชุมชนสามารถจัดการวัสดุชีวมวลอย่างเป็นระบบ จึงเป็นส่วนสำคัญของยุทธศาสตร์ป้องกันไฟป่าและฝุ่น PM2.5 โดยต้องเร่งจัดการวัสดุส่วนเกินที่เหมาะสมตามหลักวิชาการ ก่อนเข้าสู่ช่วงฤดูแล้ง พร้อมพัฒนาการใช้ประโยชน์และตลาดรองรับควบคู่กัน เป็นแนวทางที่สร้างแรงจูงใจให้เกิดความร่วมมือกันรวบรวมเศษวัสดุจากธรรมชาติและจากแปลงเกษตรเปลี่ยนเป็นของมีค่าแทนการเผาทิ้ง

สร้างมูลค่าจากวัสดุที่เคยถูกเผาทิ้ง

การฝึกอบรมมุ่งให้เครือข่ายป่าชุมชนมีทั้งองค์ความรู้ เทคโนโลยี และเครือข่ายทางการตลาด เพื่อแปรรูปวัสดุแต่ละประเภทให้เหมาะกับการใช้งาน เช่น การผลิตเชื้อเพลิงอัดเม็ด หรือ wood pellet สำหรับใช้เป็นพลังงานทดแทนในกิจกรรมทางการเกษตร รวมถึงการผลิตไบโอชาร์เพื่อนำไปใช้ปรับปรุงดินและเป็นเชื้อเพลิงที่มีค่าความร้อนสูง

ลำพูนเป็นแหล่งผลิตลำไยสำคัญของประเทศและมีความต้องการพลังงานสำหรับกระบวนการอบแห้งจำนวนมาก เชื้อเพลิงชีวมวลที่ผลิตจากวัสดุในท้องถิ่นจึงมีโอกาสนำมาใช้ทดแทนเชื้อเพลิงแบบเดิมบางส่วน ภายใต้ระบบเผาไหม้และการควบคุมมลพิษที่เหมาะสม ช่วยเพิ่มมูลค่าให้เศษวัสดุ 

ลดต้นทุนการจัดการ และสร้างรายได้หมุนเวียนภายในชุมชน  แนวทางนี้สะท้อนหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน หรือ Circular Economy ซึ่งไม่ได้มองเศษวัสดุเป็นเพียงของที่ต้องทิ้ง มาสู่การบริหารวัสดุเหลือใช้อย่างมีประสิทธิภาพและเปลี่ยนเป็นพลังงานทดแทน ใช้ประโยชน์ได้ เป็นที่ต้องการของตลาด

ความร่วมมือ 3 ปี สร้างระบบที่ชุมชนดูแลได้เอง

การอบรมครั้งนี้เป็นกิจกรรมต่อเนื่องภายใต้โครงการป้องกันไฟป่าและแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ซึ่งเกิดจากความร่วมมือระหว่างสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน กรมป่าไม้ CPF และภาคีที่เกี่ยวข้อง ครอบคลุมป่าชุมชนในตำบลทาปลาดุกและตำบลทาสบเส้า รวม 12 หมู่บ้าน บนพื้นที่กว่า 20,000 ไร่ และมีกำหนดดำเนินงานต่อเนื่อง 3 ปี ระหว่าง พ.ศ. 2569–2571 

เป้าหมายของความร่วมมือจึงไม่ได้จำกัดอยู่ที่จำนวนผู้ผ่านการอบรมหรือปริมาณวัสดุที่นำออกจากพื้นที่ แต่คือการสร้างระบบที่ชุมชนสามารถบริหารจัดการได้ด้วยตนเอง มีเครือข่ายรวบรวมวัสดุ มีเทคโนโลยีแปรรูป มีมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม และมีตลาดรองรับผลิตภัณฑ์ชีวมวลอย่างต่อเนื่อง

สำหรับ CPF การสนับสนุนการจัดการชีวมวลเป็นหนึ่งในแนวทางที่สอดคล้องกับนโยบายการจัดหาวัตถุดิบอย่างรับผิดชอบ โดยบริษัทไม่รับซื้อและไม่นำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากพื้นที่รุกป่าและพื้นที่เผาแปลง พร้อมใช้ระบบตรวจสอบย้อนกลับถึงแปลงปลูกตั้งแต่ปี 2559 ควบคู่กับเทคโนโลยีภาพถ่ายดาวเทียมในการติดตามความเสี่ยง เพื่อสนับสนุนการผลิตที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและลดการเผาในพื้นที่เกษตร

รูปแบบการทำงานที่ลำพูนจึงเป็นความพยายามเชื่อมมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมเข้ากับแรงจูงใจทางเศรษฐกิจ จากเดิมที่ชุมชนถูกขอให้ “หยุดเผา” ไปสู่การสร้างระบบที่ทำให้วัสดุเหลือใช้มีผู้รวบรวม มีผู้รับซื้อ และมีผู้ใช้ประโยชน์

หากเศษกิ่งไม้ ใบไม้แห้ง และเศษวัสดุการเกษตรมีระบบรวบรวม การแปรรูป และตลาดรองรับอย่างต่อเนื่อง วัสดุที่เคยเป็นเชื้อเพลิงของไฟป่า ก็สามารถเปลี่ยนเป็นเชื้อเพลิงชีวมวลและพลังงานทดแทนที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ลดการเผา ลดฝุ่น PM2.5 ลดความเสี่ยงไฟป่า และสร้างรายได้หมุนเวียนให้ชุมชนอย่างยั่งยืน

แชร์
CPFจับมือชุมชนลำพูนเปลี่ยนวัสดุเกษตรเป็นเชื้อเพลิง ลดไฟป่า เพิ่มรายได้