Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
ถอดบทเรียนสลด! นักอาชญาวิทยาเตือน อย่าเพิ่งรีบสรุปปมรุนแรงในโรงเรียน

ถอดบทเรียนสลด! นักอาชญาวิทยาเตือน อย่าเพิ่งรีบสรุปปมรุนแรงในโรงเรียน

7 ส.ค. 69
22:45 น.
แชร์

ถอดบทเรียนสลด! นักอาชญาวิทยาเตือน อย่าเพิ่งรีบสรุปปมความรุนแรงในโรงเรียน ชี้ต้องแก้ตั้งแต่ต้นน้ำ ชูสแกนโลหะ-ดึงนักจิตวิทยาดูแลเด็กจริงจัง 

วันที่ 7 ส.ค. 69 จากกรณีนักเรียนชายชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ก่อเหตุใช้อาวุธปืนกราดยิงเพื่อนนักเรียน และครู ภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ตำบลบางกรวย อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิตหลายราย ซึ่ง 1 ในนั้นคือ ตามที่มีการนำเสนอข่าวไปก่อนหน้านี้ 

อาจารย์ตฤณห์ โพธิ์รักษา นักวิชาการและนักอาชญาวิทยาเชิงจิตวิทยา โพสต์แสดงความคิดเห็นถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่า เหตุกราดยิงที่เกิดขึ้นในประเทศไทย มีความถี่มากขึ้นเรื่อยๆ นอกจากถอดบทเรียนแล้ว ต้องวางมาตรการป้องกันเพิ่มขึ้น จริงจังสักทีเถอะครับ 

สุขภาพจิตเป็นเรื่องสำคัญอันดับหนึ่ง ที่ก่อให้เกิดเหตุแบบนี้ ไม่ว่าจะเป็นจากความกดดันภายนอก การเลี้ยงดู หรือกรรมพันธุ์ความรุนแรงผิดปกติ 

สิ่งที่สำคัญที่สุดคืออย่าเพิ่งสรุปว่าเด็กก่อเหตุเพราะ “ป่วยจิต” “ถูกบูลลี่” “แค้นครู” หรือ “เลียนแบบเกม” เพราะจากแหล่งข่าวที่ตรวจสอบ ยังไม่มีหลักฐานยืนยันแรงจูงใจเหล่านี้ 

ในทาง Behavioral Criminology ต้องแยก เหตุจูงใจ (motive) ออกจาก ปัจจัยเสี่ยง (risk factors) ให้ชัดเจน คนหนึ่งอาจถูกกลั่นแกล้ง มีปัญหาครอบครัว หรือมีปัญหาทางจิตใจ แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ได้แปลว่าจะนำไปสู่การกราดยิงโดยอัตโนมัติ 

เครื่องตรวจโลหะ เครื่องตรวจอาวุธ ก่อนเข้าที่สาธารณะ รพ. รร. ห้าง เป็นเรื่องจำเป็นมาก ไม่ใช่แค่สนามบินหรือรัฐสภาเท่านั้นนะครับ 

ข้อมูลของ พม.ที่เคยรายงานไว้พบว่า ในช่วงปีงบประมาณ 2562–2566 คดีเกี่ยวกับชีวิตและร่างกายที่กระทำโดยเด็กและเยาวชนเพิ่มขึ้นประมาณ 58.7% ขณะที่คดีเกี่ยวกับอาวุธเพิ่มขึ้นประมาณ 92.1% และผู้กระทำผิดส่วนใหญ่อยู่ในช่วงวัยมัธยมศึกษา 

จากนั้น อาจารย์ตฤณห์ ให้สัมภาษณ์กับทีมข่าว “อมรินทร์ทีวี” ว่า สำหรับเด็กนักเรียนที่ใช้อาวุธปืนกราดยิงครั้งนี้ ถือว่าเป็นครั้งที่สองตั้งแต่เกิดเหตุที่ห้างพารากอน ซึ่งอายุผู้ก่อเหตุก็ไม่ห่างกัน และครั้งนี้การก่อเหตุที่โรงเรียนก็มีเป้าหมายชัดเจนก็คือครูและนักเรียน อาจมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งและขัดแย้งกัน 

สำหรับการถอดบทเรียน คงไม่ต้องพูดถึงเพราะก่อนหน้านี้ก็ได้มีการพูดไปแล้ว เพราะเราผิดพลาดตั้งแต่ต้นน้ำ ที่ไม่สามารถเข้าถึงปัญหาของเด็กได้ จึงมีผลต่อพฤติกรรมของเด็กมาตลอด 

ส่วนปลายน้ำก็คือการป้องกัน ที่ควรมีเครื่องตรวจโลหะในสถานที่สำคัญ ที่มีคนหมู่มาก อาทิเช่นโรงพยาบาล โรงภาพยนตร์ และโรงเรียน ซึ่งที่ผ่านมาก็ไม่เคยเห็นการแก้ไขปัญหานี้เกิดขึ้น เพราะเครื่องตรวจอาวุธจะถูกติดตั้งในพื้นที่สนามบิน ทำเนียบ หรือรัฐสภา ซึ่งอยากถามว่าชีวิตนักการเมืองและประชาชนมีค่าเท่ากันหรือไม่  มีฉันแล้วก็ควรที่จะมีอุปกรณ์เครื่องตรวจอาวุธสแกนความเสี่ยง ตามจุดที่กล่าวมา 

สำหรับเหตุกราดยิงก็คือพฤติกรรมเลียนแบบ เพราะสื่อมีผลต่อการตัดสินใจของผู้กระทำความผิด และเหตุที่เกิดในไทยก็มีอายุน้อยลงเรื่อยๆ แล้วเหตุการณ์ครั้งที่ผ่านมาได้นำเรื่องทั้งหมดมาวิเคราะห์และกำหนดเป็นนโยบายอะไรได้บ้าง เพื่อป้องกันเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และทำงานเชิงรุกมากขึ้น อย่างเช่นหาก มีเรื่องบูลลี่กันในโรงเรียน ทั้งในระดับประถมและระดับมัธยม ควรที่จะคุยกับนักเรียนทุกคน รวมถึงต้องคุยกับผู้ปกครองทั้งฝ่ายเหยื่อและฝ่ายผู้ก่อเหตุว่าสามารถแก้ไขปัญหาร่วมกันได้อย่างไร 

ส่วนปัญหาเด็กถูกบูลลี่ ไทยอยู่ในอันดับ 2 ของโลกรองมาจากประเทศญี่ปุ่น และวัฒนธรรมนี้เป็นของเด็กไทยไปแล้ว และเรื่องนี้ก็ไม่สามารถแก้ไขได้ 

สำหรับปมเหตุในการก่อเหตุเท่าที่ทราบมีหลายประเด็น คือ เรื่องที่ถูกบูลลี่เป็นเวลานาน และโดนรังแกจากเด็กกลุ่มเด็กอันธพาลในโรงเรียน และปัญหาชู้สาว ที่ฝ่ายหญิงถูกคุกคาม และฝ่ายหญิงไปฟ้องครู และครูก็เรียกตัวผู้ก่อเหตุไปตักเตือน ซึ่งอาจเกิดการไม่พอใจได้ และมีการเสพสื่อความรุนแรง อย่างหลักฐานที่ปรากฏในคอมพิวเตอร์ส่วนตัวของผู้ก่อเหตุ มีประวัติการดู YouTube เกี่ยวกับคดีฆาตกรรมและการกราดยิงในต่างประเทศ ซึ่งให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบ ส่วนตัวผู้ก่อเหตุเองอาจมีสภาพผิดปกติทางด้านจิตใจ มีอาการซึมเศร้าหรืออยากระเบิดความรุนแรงออกมา สิ่งที่กล่าวมาก็เป็นสาเหตุได้ทั้งสิ้นแต่ก็ไม่ควรด่วนสรุปจนกว่าสมมุติฐานจะได้รับการพิสูจน์ 

สำหรับกลุ่มผู้เสียชีวิตแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม ก็คือผู้เสียชีวิตในโรงเรียน และคนในครอบครัว เพราะสิ่งที่แปลกใจก็คือทำไมต้องสังหารคนในบ้าน หากต้องการที่จะมาแก้แค้นคนที่มีความเกลียดชัง ถือว่าเป็นเรื่องที่แปลกมาก เพราะไม่เคยเจอคดีลักษณะนี้  หรืออาจจะเป็นไปได้ว่า อยากลองก่อนที่จะก่อเหตุจริง หรือเคยปรึกษาปัญหากับคนในบ้าน แต่ไม่มีใครเข้าใจ ซึ่งเราไม่สามารถรู้ความคิดของผู้ก่อเหตุได้ ถึงแม้มีหลักฐานแล้วก็ตาม เพราะไม่สามารถรู้สภาวะจิตใจขณะก่อเหตุ เพราะเป็นพฤติกรรมภายใน มีแค่เจ้าตัวเท่านั้นที่รู้ 

ส่วนเหตุกราดยิงจะมีความแตกต่างจากฆาตกรรมต่อเนื่อง ตรงที่ว่าปริมาณผู้เสียชีวิตและระยะก่อเหตุจะใกล้กัน ยิ่งมีอาวุธปืนเข้ามาร่วมด้วยโดยเรียกว่า mass shooting  โดยเฉพาะคำนี้เห็นในประวัติการค้นหาของผู้ก่อเหตุ จะค้นหาคลิปการกราดยิง เพื่อดูตัวอย่างและเลียนแบบ สำหรับอาวุธปืนที่ใช้ทราบว่าเป็นของปู่ และตรงนี้เองเห็นได้ว่าการเก็บรักษานั้น ดีพอและทำให้เด็กสามารถเข้าถึงได้ และหลายเคสเห็นได้ว่าเด็กสามารถนำปืนของผู้ปกครองไปใช้ในการก่อเหตุหรือข่มขู่ได้ และเรื่องนี้ก็เป็นอุทาหรณ์อีกแล้ว 

เมื่อถามว่าผู้ปกครอง ต้องรับผิดชอบกับเหตุการณ์นี้หรือไม่ อาจารย์ตฤณห์ กล่าวว่า ก็ต้องตอบว่าเหมือนกับเรื่องวัวหายและรอบคอบ ผู้ปกครองควรที่จะสอดส่องและดูแลเด็กตลอดเวลา ไม่ใช่แค่ช่วงตอนเด็ก หรือเฉพาะเสาร์อาทิตย์ส่วนเวลาที่เหลือให้โรงเรียนรับผิดชอบ เพราะเด็กหนึ่งคนสถาบันครอบครัวต้องรับผิดชอบ เพราะสภาพจิตใจก่อนก่อเหตุจะต้องมีสัญญาณให้สังเกตได้ ครอบครัวสังเกตเห็นหรือไม่ หากไม่สังเกตเห็นก็ไม่รู้ว่าจะเกิดแนวโน้มความรุนแรงขึ้น 

เมื่อถามว่าก่อนที่จะเกิดเรื่องขึ้นปัญหาภายในโรงเรียนของผู้ก่อเหตุได้รับการแก้ไขอย่างไม่ยุติธรรมเป็นต้นเหตุให้เกิดเหตุนี้ขึ้นได้หรือไม่ อาจารย์ตฤณห์ กล่าวว่า ก็ต้องดูว่าสภาวะการแสดงออกว่าเด็กนักเรียนยอมรับหรือสำนึกจริงหรือไม่ และต้องติดตามพฤติกรรมอย่างต่อเนื่อง 

และอีกหนึ่งประเด็นที่สำคัญ พบว่าผู้ก่อเหตุได้เล่นเกม roblox ที่เด็กสมัยนี้ชอบเล่น แต่ไม่ใช่เกมที่มีความรุนแรงโดยตรง แต่เกมนี้ถ้าอายุต่ำกว่า 18 ปีไม่สามารถแชตข้อความ กับคนแปลกหน้า แต่เด็กมักจะโกงอายุ เพื่อที่จะสามารถใช้ช่องทางแชตได้ ถือได้ว่าเป็นช่องทางแรกที่สามารถย้ายการสื่อสารไปช่องทางอื่น และก็จะมีสิ่งผิดกฎหมายตามมา ไปในช่องทางสื่อสารอื่น เช่นขนส่งยาเสพติดแลกเปลี่ยนซื้ออาวุธปืนเถื่อน หรือพูดคุยเกี่ยวกับทางเพศ เมื่อถามว่าทุกครั้งที่มีข่าวกราดยิงทำไมต้องโทษเกม ซึ่งเกมไม่ได้ผิดในตัวของเกมเอง แต่เกมเป็นปัจจัยกระตุ้นต่อเด็กที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ ที่เห็นพฤติกรรมการรุนแรงและเลียนแบบ 

สำหรับเหตุการณ์นี้ ผู้ก่อเหตุก็ได้เสียชีวิตลง แต่ยังไม่แน่ชัดว่าเป็นการวิสามัญหรือปลิดชีพตัวเอง แต่ส่วนใหญ่ผู้ก่อเหตุที่ฆ่าตัวตายนั้นก็มาจากเรื่องที่จะหนีปัญหา 

สำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นก็อยากให้ดูแลสุขภาพจิตเด็กนักเรียนให้มากกว่านี้ ส่วนการมีพฤติกรรมรุนแรงก็ไม่สามารถมีสัญญาณบ่งบอกล่วงหน้า เพราะการฆ่าตัวตายก็ไม่มีใครรู้มาก่อนว่าผู้เสียชีวิตจะจบชีวิตลงจนสำเร็จ  และมองว่าควรที่จะมีนักจิตวิทยาในโรงเรียน มีห้องให้คำปรึกษาปัญหา และอยากให้การสื่อสารในครั้งนี้โรงเรียนให้ความสำคัญเกี่ยวกับสุขภาพจิตของเด็กให้มากขึ้น

Advertisement

แชร์
ถอดบทเรียนสลด! นักอาชญาวิทยาเตือน อย่าเพิ่งรีบสรุปปมรุนแรงในโรงเรียน