
ท่ามกลางความผันผวนของห่วงโซ่อุปทานโลก ต้นทุนโลจิสติกส์ที่ยังอยู่ในระดับสูง และความไม่แน่นอนของอัตราแลกเปลี่ยน กลุ่มซัมซุงเร่งปรับยุทธศาสตร์การจัดซื้อวัตถุดิบและชิ้นส่วน โดยเพิ่มน้ำหนักการใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศไทยมากขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก เสริมความมั่นคงของฐานการผลิต และควบคุมต้นทุนในระยะยาว ขณะเดียวกันยังเป็นการยกระดับศักยภาพผู้ผลิตไทยให้ก้าวสู่มาตรฐานสากล
ล่าสุด สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) จับมือกับ กลุ่มซัมซุง จัดงาน “Thai Samsung Electronics Sourcing Day” เปิดเวทีจับคู่ธุรกิจระหว่างฝ่ายจัดซื้อของซัมซุงกับผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยโดยตรง พร้อมประกาศเป้าหมายเพิ่มสัดส่วน Local Content เป็นอย่างน้อย 70% ภายในปีนี้ จากปัจจุบันที่อยู่ราว 68%
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวไม่เพียงสะท้อนความเชื่อมั่นของซัมซุงต่อศักยภาพการผลิตในประเทศ แต่ยังเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการผลักดันผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs ให้เชื่อมโยงเข้าสู่ซัพพลายเชนระดับโลกอย่างเป็นรูปธรรม และมีโอกาสต่อยอดสู่การส่งออกชิ้นส่วนไปยังฐานการผลิตอื่นของซัมซุงทั่วโลกด้วย
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการบีโอไอ เปิดเผยว่า บีโอไอได้ผลักดันนโยบายส่งเสริมการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ (Local Content) มาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเป้าหมายสำคัญ เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์
การจัดงาน “Thai Samsung Electronics Sourcing Day” ครั้งนี้ จึงเป็นความร่วมมือระหว่างบีโอไอกับ บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด ผู้นำเทคโนโลยีเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะจากเกาหลีใต้ เพื่อส่งเสริมการจัดซื้อชิ้นส่วนที่ผลิตภายในประเทศ และสนับสนุนผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs ให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของซัพพลายเชนอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กำลังเติบโตในตลาดโลก
งานดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ห้องคอนเวนชั่นฮอลล์ พัฒนาสปอร์ตรีสอร์ท จังหวัดชลบุรี มีผู้ผลิตชิ้นส่วนในประเทศเข้าร่วมเจรจาธุรกิจกับกลุ่มซัมซุงกว่า 200 คน จาก 71 บริษัท โดยมีนายจู ฮยอนแท ประธานบริษัทไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ นำทีมงานฝ่ายจัดซื้อเข้าร่วมงานด้วยตนเอง พร้อมด้วยผู้บริหารจากสมาคมรับช่วงการผลิตไทย และสมาคม PCB ที่เข้ามามีส่วนร่วมสนับสนุนการจัดงาน เพื่อเสริมสร้างเครือข่ายและความร่วมมือในอุตสาหกรรม
กลุ่มซัมซุงเป็นหนึ่งในผู้นำด้านเทคโนโลยีเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของโลก โดยเข้ามาลงทุนในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2531 ภายใต้ชื่อบริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด และตั้งโรงงานผลิตที่จังหวัดชลบุรี ก่อนจะขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่องตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา สะท้อนถึงความเชื่อมั่นต่อศักยภาพของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของภูมิภาค
ปัจจุบันบริษัทฯ ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอรวม 8 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวมกว่า 30,000 ล้านบาท ครอบคลุมการผลิตตู้เย็น เครื่องซักผ้า เครื่องปรับอากาศ เตาอบ และเครื่องล้างจาน มีกำลังการผลิตรวม 15 ล้านเครื่องต่อปี เพื่อจำหน่ายในประเทศและส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศถึง 137 ประเทศทั่วโลก พร้อมจ้างงานบุคลากรไทยกว่า 1,900 คน ถือเป็นหนึ่งในฐานการผลิตสำคัญของกลุ่มซัมซุงในระดับโลก
บริษัท ไทยซัมซุง มีความมุ่งมั่นในการเพิ่มการใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านวัตถุดิบและลดความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนการขนส่ง การจัดเก็บสินค้าคงคลัง รวมถึงความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ปัจจุบันบริษัทฯ มีการจัดซื้อชิ้นส่วนจากซัพพลายเออร์ในประเทศไทยประมาณ 32,000 ล้านบาทต่อปี คิดเป็นสัดส่วน Local Content ร้อยละ 68 ของมูลค่าชิ้นส่วนทั้งหมด
สำหรับปี 2569 บริษัทตั้งเป้าจะเพิ่มสัดส่วนการจัดซื้อชิ้นส่วนในประเทศโดยเฉลี่ยให้สูงกว่าร้อยละ 70 โดยแยกตามผลิตภัณฑ์ ได้แก่ ตู้เย็น ร้อยละ 66 เตาอบ ร้อยละ 69 เครื่องปรับอากาศ ร้อยละ 70 เครื่องซักผ้า ร้อยละ 72 และเครื่องล้างจาน ร้อยละ 73 ควบคู่กับการดำเนินกิจกรรม Partner Innovation เพื่อช่วยพัฒนาซัพพลายเออร์ไทย ทั้งด้านการปรับปรุงกระบวนการผลิต การยกระดับคุณภาพชิ้นส่วน และการส่งเสริมเทคโนโลยีการผลิตอัตโนมัติ ส่งผลให้ผู้ผลิตไทยสามารถต่อยอดไปสู่การจำหน่ายชิ้นส่วนให้กับกลุ่มซัมซุงในต่างประเทศได้ด้วย
สำหรับงาน “Thai Samsung Electronics Sourcing Day” นับเป็นโอกาสสำคัญที่ผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยจะได้รับฟังหลักเกณฑ์การจัดซื้อและรายละเอียดชิ้นส่วนที่ซัมซุงต้องการ พร้อมนำเสนอสินค้าและบริการให้แก่ฝ่ายจัดซื้อโดยตรง ซึ่งอาจนำไปสู่การรับช่วงการผลิต การถ่ายทอดเทคโนโลยี หรือการพัฒนาเป็นพันธมิตรทางธุรกิจในระยะยาว โดยชิ้นส่วนที่ซัมซุงต้องการจัดซื้อเพิ่มเติมจากในประเทศในครั้งนี้ ครอบคลุมทั้งชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนโลหะและพลาสติก รวมถึงอุปกรณ์สำคัญอย่างคอมเพรสเซอร์และมอเตอร์
นายนฤตม์กล่าวเพิ่มเติมว่า บีโอไอให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการใช้วัตถุดิบและชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศมาโดยตลอด โดยได้ร่วมกับพันธมิตรจัดกิจกรรมเชื่อมโยงผู้ผลิตอย่างต่อเนื่อง ทั้งงานใหญ่ประจำปีอย่าง SUBCON Thailand และ Thailand Electronics Circuit Asia (THECA) รวมถึงงาน Sourcing Day ร่วมกับบริษัทชั้นนำในกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจและยกระดับซัพพลายเชนในประเทศให้รองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมใหม่ในอนาคต
ทั้งนี้ ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ระหว่างปี 2566–2568 มีคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนในกิจการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าและชิ้นส่วนรวมทั้งสิ้น 549 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนกว่า 195,000 ล้านบาท สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อศักยภาพของประเทศไทย ท่ามกลางกระแสการย้ายฐานการผลิตของผู้ผลิตชั้นนำจากทั่วโลกที่มองหาแหล่งผลิตที่มีความมั่นคงและพร้อมรองรับการเติบโตในระยะยาว