Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
ทูตเกาหลีเหนือพบปูติน ซุ่มลุยศึกยูเครน หลังได้ ‘ไฟเขียวใต้ดิน’ จากจีน?
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

ทูตเกาหลีเหนือพบปูติน ซุ่มลุยศึกยูเครน หลังได้ ‘ไฟเขียวใต้ดิน’ จากจีน?

20 ก.ค. 69
15:29 น.
แชร์

ภาพความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างมอสโกและเปียงยางถูกเน้นย้ำอีกครั้ง เมื่อ ชเว ซอน-ฮี รัฐมนตรีต่างประเทศเกาหลีเหนือ เดินทางเยือนกรุงมอสโก และเข้าพบประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ณ ทำเนียบเครมลิน เพื่อกระชับความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ที่ดำเนินมายาวนานเกือบ 80 ปี

การเดินทางเยือนครั้งนี้ไม่ใช่แค่การทูตตามมารยาท แต่เป็นการส่งสารตรงจากผู้นำ คิม จอง อึน ที่ยืนยันอย่างชัดเจนว่า เกาหลีเหนือพร้อมที่จะสนับสนุนและช่วยเหลือทั้งกองทัพและประชาชนชาวรัสเซียใน “สงครามอันศักดิ์สิทธิ์” อย่างเด็ดเดี่ยว โดยไม่ต้องไปสนใจหรือคำนึงถึงสายตาของใคร

ความตกลงดังกล่าวเกิดขึ้นในสภาวะที่ทั้งสองประเทศพึ่งพาซึ่งกันและกันอย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งในด้านมิติการทหารและยุทธศาสตร์การเมืองโลก โดยเฉพาะความร่วมมือภายใต้ข้อตกลงความร่วมมือป้องกันประเทศร่วมกัน ที่เริ่มเห็นผลเป็นรูปธรรมชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ ในสมรภูมิยูเครน

ทว่าเบื้องหลังความสัมพันธ์ที่หวานชื่นและการแสดงออกอย่างเปิดเผยของรัสเซียและเกาหลีเหนือครั้งนี้ หลายฝ่ายกำลังจับตามองไปยัง “มหาอำนาจอีกหนึ่งเดียวในภูมิภาค” อย่างจีนว่า การขยับตัวของเปียงยางในศึกยูเครนรอบนี้ ได้รับสัญญาณไฟเขียวใต้ดินจากปักกิ่งแล้วหรือยัง?

รัสเซีย-เกาหลีเหนือ กับแนวทางศึกยูเครน

ในระหว่างการประชุม ณ ทำเนียบเครมลิน ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน ได้แสดงความซาบซึ้งและขอบคุณคณะผู้นำเกาหลีเหนืออย่างเป็นทางการ สำหรับความช่วยเหลือใน "ปฏิบัติการพิเศษทางทหาร" โดยปูตินได้เน้นย้ำคำมั่นสัญญาสำคัญว่า รัสเซียจะไม่มีวันลืมวีรกรรมอันกล้าหาญของเหล่าทหารเกาหลีเหนือที่เข้ามาช่วยรบ และพร้อมที่จะยกย่องเชิดชูเกียรติวีรบุรุษชาวเกาหลีเหล่านี้ให้เทียบเท่ากับเพื่อนร่วมชาติชาวรัสเซียทุกประการ

ทางด้าน ชเว ซอน-ฮี ได้กล่าวแสดงความเชื่อมั่นต่อ "การนำพาอันชาญฉลาด" ของปูติน โดยยืนยันว่า รัสเซียจะสามารถบรรลุชัยชนะอันยิ่งใหญ่ในการปกป้องอธิปไตยและความมั่นคงของตนได้อย่างแน่นอน พร้อมทั้งให้คำมั่นสัญญาอย่างหนักแน่นในนามของเปียงยางว่า เกาหลีเหนือจะยืนหยัดเคียงข้างสหายชาวรัสเซียอย่างมั่นคงจนกว่าจะถึงวันแห่งชัยชนะ ซึ่งเป็นการตอกย้ำถึงพันธภาพร่วมรบที่พร้อมจะเดินหน้าไปด้วยกันจนถึงที่สุดในสมรภูมิยูเครน

ความสัมพันธ์แบบพึ่งพาอาศัยกันนี้ นับเป็นยุทธศาสตร์ที่ลงตัวสำหรับทั้งสองฝ่าย โดยรัสเซียซึ่งกำลังเผชิญกับการโจมตีด้วยโดรนของยูเครนและความคืบหน้าที่ล่าช้าในดอนบาส จำเป็นต้องพึ่งพากำลังพลและระบบอาวุธจากเกาหลีเหนืออย่างมาก หลังจากที่เปียงยางเคยส่งทหารกว่า 14,000 นายไปช่วยรบในเคิร์สก์ เพื่อช่วยให้ปูตินสามารถดำเนินสงครามต่อได้โดยไม่ต้องประกาศเกณฑ์ทหารระลอกใหม่ในประเทศ ซึ่งอาจสร้างแรงต้านทางการเมืองอย่างหนัก

ในทางกลับกัน ประเทศที่ถูกปิดล้อมและยากจนอย่างเกาหลีเหนือ ก็ได้รับผลตอบแทนอันคุ้มค่ามหาศาลจากมอสโกเพื่อแลกกับการส่งทหารและอาวุธยุทโธปกรณ์เข้าสู่สงคราม ไม่ว่าจะเป็นความช่วยเหลือทางการเงินที่จำเป็นสำหรับการพยุงเศรษฐกิจ เสบียงอาหาร อุปทานพลังงาน รวมถึงเทคโนโลยีทางการทหารขั้นสูงจากรัสเซีย ซึ่งช่วยยกระดับศักยภาพความแข็งแกร่งให้แก่กองทัพเกาหลีเหนืออย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

จีนส่งสัญญาณ "ไฟเขียวใต้ดิน" ?

แม้สงครามในยูเครนจะดูเหมือนเป็นเรื่องระหว่างรัสเซีย ยูเครน และการสนับสนุนจากชาติตะวันตก แต่ในมิติทางภูมิรัฐศาสตร์ระดับโลก จีนถือเป็นตัวแปรสำคัญที่ไม่สามารถมองข้ามได้ นักวิเคราะห์หลายฝ่ายต่างมองตรงกันว่า ปักกิ่งไม่สามารถปล่อยให้วลาดิเมียร์ ปูติน พ่ายแพ้ในศึกครั้งนี้ได้ เนื่องจากหากรัสเซียเพลี่ยงพล้ำ ดุลอำนาจโลกจะเอียงเข้าหาฝั่งตะวันตกทันที ซึ่งนั่นไม่ใช่ผลลัพธ์ที่จีนปรารถนาในการคานอำนาจกับสหรัฐอเมริกา

ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา สัญญาณความสัมพันธ์ระหว่างจีนและเกาหลีเหนือเริ่มเคลื่อนไหวอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่การส่ง นายกรัฐมนตรี พัค แท-ซอง ของเกาหลีเหนือเดินทางไปเยือนกรุงปักกิ่ง และตามมาด้วยการเดินทางเยือนกรุงเปียงยางของ หวัง ฮู่หนิง นักทฤษฎีความคิดระดับท็อปของจีนเพื่อเข้าพบ คิม จอง อึน ซึ่งเกิดขึ้นต่อเนื่องจากการประชุมสุดยอดระหว่าง คิม และ สี จิ้นผิง ก่อนหน้านี้

คริส มอนเดย์ นักวิจัยด้านรัสเซียจากมหาวิทยาลัยดงซอ ชี้ให้เห็นว่า การยกระดับความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างเปียงยางและปักกิ่งอย่างถี่ผิดปกตินี้ อาจไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นการที่ "จีนกำลังจัดฉากและเตรียมทาง" เพื่อเปิดโอกาสให้เกาหลีเหนือเข้ามามีบทบาทในสงครามยูเครนมากยิ่งขึ้น โดยเป็นการไฟเขียวทางอ้อมให้เปียงยางส่งกำลังพลและยุทโธปกรณ์เข้าไปช่วยแบ่งเบาภาระของรัสเซียได้อย่างเต็มที่

การให้ "ไฟเขียวใต้ดิน" ของจีนเช่นนี้ ช่วยให้ปักกิ่งรักษาระยะห่าง ไม่ต้องออกหน้าสนับสนุนสงครามโดยตรงให้เสียความสัมพันธ์กับฝั่งยุโรป แต่ในขณะเดียวกันก็สามารถใช้เกาหลีเหนือเป็นตัวแทน ในการพยุงเสถียรภาพของรัฐบาลมอสโกเอาไว้ได้ การขยับตัวของเปียงยางในศึกยูเครนรอบใหม่นี้ จึงเกิดขึ้นภายใต้ความยินยอมและรู้เห็นเป็นใจโดยปริยายจากพญามังกรอย่างจีนนั่นเอง

ปูทางประชุมสุดยอด

การเดินทางเยือนกรุงมอสโกของทูต ชเว ซอน-ฮี ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการตอกย้ำพันธมิตรร่วมรบในปัจจุบันเท่านั้น แต่ยังถูกมองว่า เป็นขั้นตอนสำคัญในการจัดฉากเตรียมความพร้อม สำหรับการประชุมสุดยอดรอบใหม่ระหว่างผู้นำ คิม จอง อึน และประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน ในอนาคตอันใกล้ ซึ่งจะยิ่งยกระดับความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์และทหารของทั้งสองประเทศให้แน่นแฟ้นขึ้นไปอีกขั้น ยิ่งเมื่อประกอบกับการแสดงออกถึงความเคารพในมิติประวัติศาสตร์เกือบ 80 ปีร่วมกัน ยิ่งแสดงให้เห็นว่านี่คือความสัมพันธ์ระยะยาวที่ไม่ใช่แค่เรื่องเฉพาะหน้า

ในภาพใหญ่ระดับโลก การผนึกกำลังกันของรัสเซียที่ต้องการกำลังพล เกาหลีเหนือที่ต้องการทรัพยากร และจีนที่คอยคุมดุลอำนาจอยู่เบื้องหลัง กำลังก่อตัวเป็น "สามเหลี่ยมอำนาจใหม่" ที่ยากจะสั่นคลอน การที่เกาหลีเหนือกลายเป็นตัวแปรหลักบนสมรภูมิยุโรป โดยมีรัสเซียเป็นพันธมิตรร่วมรบและมีจีนคอยให้ไฟเขียวใต้ดิน นับเป็นโจทย์ทางภูมิรัฐศาสตร์ข้อใหญ่ที่ฝั่งตะวันตกไม่สามารถมองข้ามได้อีกต่อไป

สงครามยูเครนได้กลายเป็นเวทีฉายภาพการรวมตัวของกลุ่มขั้วอำนาจใหม่ทางฝั่งตะวันออกอย่างเต็มรูปแบบ และในวันข้างหน้า การขยับตัวเพียงเล็กน้อยของเปียงยางหรือปักกิ่ง อาจส่งผลสะเทือนไกลถึงทิศทางของสงครามและระเบียบโลกใหม่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้


แชร์
ทูตเกาหลีเหนือพบปูติน ซุ่มลุยศึกยูเครน หลังได้ ‘ไฟเขียวใต้ดิน’ จากจีน?