
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า มณฑลชายฝั่งทางตอนใต้ของจีน ทั้งฝูเจี้ยนและกวางตุ้ง รับมือฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องในวันศุกร์ (4 กันยายน) หลังจากฝนที่ตกกระหน่ำอย่างรุนแรงจากอิทธิพลของพายุไต้ฝุ่นโซเดล (Saudel) ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังทั้งในพื้นที่เมืองและชนบท ยานพาหนะจมอยู่ใต้น้ำ และเป็นเหตุให้อาคารอิฐสูงสามชั้นพังทลายลงมา
ทางการท้องถิ่นได้เร่งอพยพนักเรียนผ่านทางเรือ พร้อมสั่งปิดโรงเรียนที่ถูกน้ำท่วม ระงับการให้บริการระบบขนส่งสาธารณะ และประกาศใช้มาตรการรับมือฉุกเฉินระดับสูงสุดในหลายพื้นที่แถบชายฝั่ง
พายุไต้ฝุ่นโซเดลได้เคลื่อนตัวขึ้นฝั่งเป็นครั้งที่สามบริเวณชายฝั่งมณฑลฝูเจี้ยนเมื่อเช้าวันพฤหัสบดี (3 กันยายน) หลังจากทวีกำลังแรงขึ้นอีกครั้งขณะเคลื่อนตัวผ่านทะเลจีนใต้
ประชาชนหลายแสนคนในมณฑลเจ้อเจียงและพื้นที่ใกล้เคียงต้องย้ายออกจากพื้นที่เสี่ยงตั้งแต่ช่วงปลายเดือนสิงหาคม โดยในมณฑลฝูเจี้ยนเพียงแห่งเดียวมีการอพยพชาวบ้านไปแล้วกว่า 83,000 คน ขณะที่พายุโซเดลเคลื่อนตัวเข้าสู่ตัวบกและส่งผลให้เกิดฝนตกหนักเป็นบริเวณกว้าง
พายุลูกนี้นับเป็นไต้ฝุ่นลูกที่ 7 ที่พัดถล่มจีนในปีนี้ และเป็นลูกที่ 3 ที่พัดเข้าสู่เมืองอวี้ฮวน ทางตะวันออกของมณฑลเจ้อเจียงภายในเวลาไม่ถึงสองเดือน ซึ่งสำนักอุตุนิยมวิทยาของจีนระบุว่าเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นได้ยากมาก โดยผู้เชี่ยวชาญชี้ว่ามีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับปรากฏการณ์เอลนีโญ
ในช่วงปีที่เกิดเอลนีโญ ความกดอากาศสูงซับโตรปิกัลในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกจะมีกำลังแรงเป็นพิเศษและขยับขึ้นไปทางเหนือมากกว่าปกติ ซึ่งจะส่งผลให้พายุไต้ฝุ่นเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือและพุ่งตรงเข้าสู่ชายฝั่งทางตะวันออกของจีน ขณะเดียวกัน องค์การสหประชาชาติได้ออกเตือนเมื่อวันพฤหัสบดีว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญมีแนวโน้มจะทวีกำลังแรงขึ้นอีกไปจนถึงปี 2027 ซึ่งอาจกลายเป็นครั้งที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยบันทึกไว้ และเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดสภาวะอากาศแปรปรวนสุดขั้วยาวนานขึ้น
Advertisement