Logo site Amarintv 34HD
อมรินทร์ทีวีแจกใหญ่ส่งท้ายปี ดูทั้งวันแจกทุกวันLogo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
Mattel เปิดตัวบาร์บี้ออทิสติก แตกต่างอย่างไร? คนออทิสติกพอใจไหม?
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

Mattel เปิดตัวบาร์บี้ออทิสติก แตกต่างอย่างไร? คนออทิสติกพอใจไหม?

19 ม.ค. 69
17:18 น.
แชร์

ราวสัปดาห์ก่อน Mattel บริษัทผู้ผลิตตุ๊กตายอดนิยม “บาร์บี้” เปิดตัวตุ๊กตาบาร์บี้รุ่นใหม่ “บาร์บี้ออทิสติก” ขยายการนำเสนอกลุ่มคนที่หลากหลาย ผ่านมา 1 อาทิตย์เสียงตอบรับจากเด็กออทิสติกและนักรณรงค์ชี้เป็นเรื่อง “มหัศจรรย์”

เปิดตัวบาร์บี้ออทิสติก อีกข้าวความหลากหลายของ Mattel

เมื่อวันที่ 12 มกราคมที่ผ่านมา Mattel ได้เปิดตัวตุํกตาบาร์บี้รุ่นใหม่ บาร์บี้ที่มีภาวะออทิสติก หนึ่งในเป้าหมายของบริษัทในการเพิ่มการรับรู้ที่หลากหลายมากขึ้น หนึ่งในความพยายามที่บริษัทตุ๊กตาแห่งนี้ทำมาหลายปี

เมื่อเดือนเมษายนปี 2023 Mattel เปิดตัวตุ๊กตาบาร์บี้ที่มีภาวะดาวน์ซินโดรม เพิ่มการรับรู้เด็กที่มีภาวะดาวน์ซินโดรม การผลิตบาร์บี้ดาวน์ซินโดรมนั้น Mattel ได้รับคำปรึกษาจาก กลุ่มดาวน์ซินโดรมแห่งชาติ (national down syndrome society: NDSS) เพื่อให้การทำตุ๊กตาผู้มีภาวะดาวน์ซินโดรมออกมาอย่างเหมาะสม ตรงต่อความเป็นจริงมากที่สุด

ในการเปิดตัวบาร์บี้ที่มีภาวะออทิสติก Mattel ได้รับคำปรึกษาจากเครือข่ายสนับสนุนตนเองของผู้มีภาวะออทิสติก (Austistic Self Advocacy Network: ASAN) องค์กรไม่แสวงผลกำไรที่เคลื่อนไหวเพื่อสิทธิผู้มีภาวะออทิสติก และดำเนินการโดยผู้มีภาวะออทิสติกเอง 

บาร์บี้ออทิสติกเป็นตุ๊กตาในคอลเลคชันแฟชันนิสตาของบาร์บี้ เช่นเดียวกับบาร์บี้ดาวน์ซินโดรม ซึ่งเป็นคอลเลคชั่นที่สะท้อนความหลากหลายของผู้คน มีตุ๊กตาบาร์บี้หลายเชื้อชาติ วัฒนธรรม สีผิว ทรงผม รูปร่าง รวมถึงกลุ่มอาการทางการแพทย์และความพิการ อย่าง บาร์บีที่มีโรคเบาหวาน type 1 หรือบาร์บี้ผู้พิการทางสายตา

บาร์บี้ออทิสติก ต่างไปอย่างไรบ้าง

การที่ Mattel ทำตุ๊กตาผู้มีความพิการร่วมกับหน่วยงานเชี่ยวชาญและกับผู้พิการเอง สะท้อนให้เห็นว่า เสียงของผู้มีความพิการจะถูกรับฟังจริง ๆ ตุ๊กตาตัวนี้จึงบอกเล่าสิ่งที่คนมีภาวะออทิสติกมักจะต้องเผชิญ กระบวนการคิด และสื่อสารต่อโลกรอบตัวพวกเขา

ตุ๊กตาตัวนี้สามรถขยับมือและข้อศอกได้ ซึ่งเป็นหนึ่งในวิธีที่ผู้มีภาวะออทิสติกใช้เพื่อแสดงความตื่นเต้น สายตาของตุ๊กตายังเอียงไปด้านข้างกว่าตุ๊กตาบาร์บี้ทั่วไปเล็กน้อย สะท้อนว่า ผู้มีภาวะออทิสติกบางคนมักหลีกเลี่ยงการสบตาโดยตรง 

ตุ๊กตาบาร์บี้ออทิสติกทุกตัวจะมาพร้อมของเล่นคลายเครียดแบบหนีบนิ้วสีชมพู (ฟิดเจ็ต สปินเนอร์) ที่หมุนได้จริง ซึ่งเป็นเครื่องมือหนึ่งที่พวกเขาใช้ระบายความเครียด มีอุปกรณ์เฮดโฟนตัดเสียงสีชมพูช่วยตัดการรับรู้ที่มากเกินไป และยังมีอุปกรณ์ ACC (augmentative and alternative communication) ที่ช่วยสื่อสารแทนคำพูดสำหรับผู้พิการบางประเภทด้วย

เสื้อผ้าที่บาร์บี้ออทิสติกส่วนใส่ก็มีความพิเศษเช่นกัน ตุ๊กตาใส่ชุดเดรสทรงเอไลน์ สีม่วงลายทาง ชุดไม่รัดรูป แต่เป็นทรงหลวม แขนสั้น มีความพลิ้วไหว เป็นเสื้อผ้าที่ลดการเสียดสีระหว่างเนื้อผ้าและผิวหนัง มีรองเท้าพื้นเรียบสีม่วงเข้าคู่กัน ทำให้รู้สึกมั่นคง และเคลื่อนไหวได้สะดวก

เสียงจากผู้มีภาวะออทิสติก และคนที่รักพวกเขา

เสียงแรกคือ จากคนออทิสติกที่มีส่วนร่วมในกระบวนการผลิต คอลิน คิลิค กรรมการบริหาร ASAN กล่าวว่า ตุ๊กตาตัวนี้เป็นสัญญาณที่ดีต่อเด็กที่มีภาวะออทิสติกมาก

“ในฐานะคนออทิสติกที่ภาคภูมิใจ ทีมของเรารู้สึกยินดีมากที่ได้ช่วยสร้างตุ๊กตาออทิสติกตัวแรก [...] เป็นเรื่องที่สำคัญมากที่เด็กออทิสติกจะได้มองเห็นตัวแทนที่ร่าเริง และเหมือนจริงของพวกเขาเอง และตุ๊กตาตัวนี้คือสิ่งนั้น” เขากล่าว

“การร่วมมือกับบาร์บี้ทำให้เราได้แบ่งปันมุมมองและข้อเสนอตลอดกระบวนการออกแบบ เพื่อให้แน่ใจว่าตุ๊กตาถ่ายทอดและเฉลิมฉลองชุมชนออทิสติกของเราได้จริง รวมถึงมีเครื่องมือต่าง ๆ ที่ช่วยให้เราพึ่งพาตัวเองได้”

สำนักข่าว CNN ได้แบ่งปันเรื่องราวจากฝั่งผู้ใช้งาน มิกโกะวัย 5 ปี จากลอสแองเจลิส เด็กหญิงที่ดวงตาเป็นประกายทันทีเมื่อเธอเห็นว่า บาร์บี้ตัวใหม่นี้มีลักษณะบางอย่างคล้ายกับเธอ นั่นคือตุ๊กตาถือฟิดเจ็ตสปินเนอร์เอาไว้ และสวมเฮดโฟนอันใหญ่ไว้เหมือนกับเธอ

“ตอนนั้นเหมือนกับมีเวทมนต์เลยค่ะ” พรีเซียส ฮิล แม่ของมิกโกะกล่าว

ฮิลผู้เป็นแม่กล่าวว่า มิกโกะไม่สามารถสื่อสารด้วยคำพูดได้ ดังนั้นเธอใช้อุปกรณ์ช่วยสื่อสาร ACC เหมือนกับกับตุ๊กตาบาร์บี้ตัวใหม่นี้ 

“บางครั้งออทิสติกก็เป็นความพิการที่เราไม่อาจมองเห็นได้ การได้เห็นว่าออทิสติกได้รับการนำเสนอผ่านตุ๊กตาบาร์บี้แบบนี้ เพราะใคร ๆ ก็รู้จักบาร์บี้ใช่ไหมหล่ะคะ มันรู้สึกดีมากเลย [...] มันสำคัญกับฉันจริง ๆ นะคะ การที่ได้เห็นมิกโกะได้ใช้ชีวิต โดยมีการนำเสนอเธออยู่ด้วย การรู้ว่าเธอไม่ได้โดดเดี่ยวมันสำคัญมากจริง ๆ ”

ฮิลมีลูกชายฝาแฝดวัย 1 ปีอีก 2 คน หนึ่งในนั้นมีภาวะออทิสติกเช่นกัน ฮิลกล่าวว่า ลูกชายคงมีความสุขที่ได้เห็นตุ๊กตาใหม่นี้เช่นเดียวกัน และหวังว่า ครอบครัวอื่น ๆ ที่มีสมาชิกออทิสติกจะได้รู้สึกถูก “มองเห็น” เช่นเดียวกับพวกเธอ

อีกคนที่สะท้อนความเห็นเกี่ยวกับบาร์บี้ออทิสติกคือ อารุชิ ประทับ ศิลปินและแฟชันดีไซเนอร์ออทิสติก

“การมีบาร์บี้ออทิสติกหมายความว่า คนมองเห็นพวกเรา [...] ภาวะออทิสติกคือพลังวิเศษของฉัน ทำให้ฉันคิดต่างออกไป ตุ๊กตาบาร์บี้แบบนี้ทำให้คนมีออทิสติกรู้สึกถูกเข้าใจ เราทำอะไรน่ามัศจรรย์ได้ และฉันก็อยากให้คนอื่น ๆ ที่เหมือนกับฉันรู้สึกภูมิใจกับตัวเอง และเป็นตัวเองได้แท้จริง”

ทำไมต้องมีบาร์บี้หลากหลาย

การมีตัวแทน การนำเสนอภาพคนในสื่อที่จำกัด เช่นต้องเป็นคนขาว ผิวสีอ่อน ผมตรง หุ่นสมส่วน สุขภาพแข็งแรง ไม่มีความพิการ หรือไม่ระบุวัฒนธรรม ศาสนา บางครั้งอาจทำให้เด็กที่มีความหลากหลายรู้สึก “ไม่สำคัญและไม่ถูกมองเห็น” มองว่า ลักษณะทางกายภาพของพวกเขาไม่เป็นไปตามบรรทัดฐานความงาม และทำให้รู้สึกไม่มั่นใจและด้อยค่าตนเองได้

การที่เรามีการนำเสนอภาพกลุ่มคนหลากหลายในสื่อ ทั้งเชื้อชาติ สีผิว ศาสนา รูปร่าง ความพิการทำให้คนที่มีอัตลักษณ์แตกต่างรู้สึกถูกมองเห็น เสริมสร้างความมั่นใจ และอย่างที่แม่ของมิกโกะเล่า คือไม่รู้สึกโดดเดี่ยวแปลกแยก ไม่ใช่แค่ต่อพวกเขาเองแต่คนกลุ่มอื่นด้วย

รายงานปี 2020 ชี้ว่า เด็กผู้พิการเป็นเหยื่อเป้าหมายการรังแกบ่อยกว่าเด็กไม่มีความพิการ ด้วยการรังแกมีพื้นฐานมาจากอคติ การไม่เปิดรับความแตกต่าง และมักพุ่งเป้ามาที่คนที่มีอัตลักษณ์ต่างจากคนส่วนใหญ่อยู่แล้ว ในรายงานปี 2013 พบว่า เด็กผู้พิการทางการได้ยินอายุ 8-18 ปีเป็นเป้าหมายการรังแกมากกว่าคนทั่วไป 2-3 เท่า และการรังแกเหล่านั้นมักทำให้เด็กรู้สึกแปลกแยก สร้างบาดแผลทั้งทางร่างกายและจิตใจ

รายงาน “It represents her in play” parental and child views on toys that represent disability ปี 2024 ที่เผยแพร่กับ Sage Journals ชี้ว่า การมี “ตัวแทน” ของคุณกลุ่มต่าง ๆ โดยเฉพาะความพิการ ทำให้เกิดผลดีทั้งต่อผู้มีอัตลักษณ์หลากหลายเอง และต่อกลุ่มคนกระแสหลักที่เดิมได้รับการนำเสนอมากแล้ว

รายงานศึกษาปฏิสัมพันธ์เด็ฏอายุ 3-5 ปี 68 คนต่อตุ๊กตาผู้มีความพิการ ก่อนและหลังโครงการส่งเสริมความสัมพันธ์เชิงบวกกับผู้พิการ การศึกษาพบว่า หลังเข้าร่วมโครงการ เด็ก ๆ อายุ 4-5 ขวบสามารถบอกประเภทความพิการในตุ๊กตาแต่ละตัวได้ และหลังร่วมโครงการแล้ว พวกเขายอมรับตุณกตาผู้มีความพิการเข้ามาใน “กลุ่มเพื่อนเล่น” ของตน สะท้อนว่า การเล่นกับตุ๊กตาที่มีความหลากหลายทำให้เด็กที่ไม่มีความพิการลดอคติต่อความพิการลง และมีแนวโน้มเปิดกว้างมากขึ้น 

Mattel พยายามรวมความพิการมาในการนำเสนอตุ๊กตาของพวกเขามานานแล้ว โดยในทศวรรษที่ 1990 Mattel เปิดตัวตุ๊กตา Share-a-Smile Becky ตุ๊กตาเบ็กกีผู้ใช้วีลแชร์ (รถเข็น) แต่ต่อมาไม่ถูกผลิตต่อ และตามมาด้วยตุ๊กตา Becky - I’m the School Photographer ที่เปิดตัวในปี 1998 ตุ๊กตาผู้ใช้วีลแชร์อีกตัวที่ควบตำแหน่งช่างภาพประจำโรงเรียน และตามมาด้วยรุ่น I Love You Becky ตุ๊กตาผู้ใช้ภาษามือ และ Paralympic Becky ตุ๊กตานักกีฬาพาราริมปิก 

อย่างไรก็ตาม การพยุงให้มีการผลิตตุ๊กตาเพื่อความพิการต่อในระยะยาว แทนการเปิดตัว เลิกผลิต และผลิตใหม่เป็นอีกความท้าทายของ Mattel

นอกจากเรื่องความพิการ Mattel ยังมีตุ๊กตาที่นำเสนอความหลากหลายในอีกหลายรูปแบบ ปัจจุบันมีบาร์บี้อยู่ 170 รุ่น ที่มีตุ๊กตา 5 รูปร่าง 22 โทนสีผิว 76 ทรงผม 94 เฉดสีผม และสีตา 13 แบบ อาทิ บาร์บี้ที่มีขนาดเอวสมจริง บาร์บี้ที่มีโรคด่างขาว หรือตุ๊กตาเคนผมยาว บาร์บี้สวมขาเทียม

ที่มา: Mattel, AOL, CNN, Awesomeinvention, NDSS, Sage Journal, Academic.oup

แชร์
Mattel เปิดตัวบาร์บี้ออทิสติก แตกต่างอย่างไร? คนออทิสติกพอใจไหม?