
เคล็ดลับที่คนรวยเงียบๆ ทำกันคือการสะสมความมั่งคั่งอย่างมีวินัยด้วยการ DCA Annual Boost หรือการเพิ่มยอดเงินลงทุนทุกปีตามรายได้ที่เพิ่มขึ้น เช่น ได้เงินเดือนขึ้น หรือได้โบนัส ก็นำมาโปะเพิ่มปีละ 5% ถึง 10% การขยับเงินลงทุนเพียงเล็กน้อยในวันนี้ จะสร้างความแตกต่างระดับมหาศาลในวันเกษียณครับ
ในช่วงนี้ผมเชื่อว่า นักลงทุนหลายๆ ท่านที่เปิดแอปพลิเคชันหรือไถฟีดโซเชียลมีเดียขึ้นมาเมื่อไหร่ ก็มักจะเจอแต่ข่าวความผันผวนของตลาด ดอกเบี้ยนโยบาย หรือวิกฤตเศรษฐกิจที่พร้อมจะสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาสร้างความกังวลให้เราได้ทุกวัน ผมเข้าใจดีครับว่าสภาวการณ์แบบนี้ทำให้นักลงทุนหลายคนรู้สึกเหนื่อยล้า และเผลอโฟกัสกับการเอาชนะตลาดในระยะสั้น จนลืมภาพใหญ่ที่สำคัญที่สุดไป
วันนี้ผมอยากชวนทุกคนถอยออกมาหนึ่งก้าว แล้วกลับมาทบทวนเป้าหมายที่แท้จริงของการลงทุน นั่นคือ "การมีเงินใช้ตลอดชีวิตหลังเกษียณ" หลายคนทำงานหนัก มีพอร์ตลงทุนที่ดูดี แต่พอถูกถามว่า "อีก 20 ปีข้างหน้าจะมีเงินใช้เดือนละเท่าไหร่?" กลับตอบไม่ได้ พร้อมกับตั้งคำถามว่า “ทำไมลงทุนมาก็นาน แต่พอร์ตไม่คืบหน้าไปไหนเสียที?”
ผมคาดเดาง่ายๆ เลยนะครับ เพราะนักลงทุนส่วนใหญ่ให้ความใส่ใจกับคำถามที่ว่า "ซื้อหุ้นตัวไหนดี" มากกว่า "วางระบบการจัดพอร์ตอย่างไรให้มั่นคงพอที่จะดูแลเราไปจนแก่" ครับ การเกษียณไม่ใช่เรื่องของโชคชะตา หรือการจับจังหวะซื้อหุ้นได้ถูกตัว แต่คือการวางแผนที่เป็นระบบตั้งแต่วันแรกที่เริ่มทำงาน ไปจนถึงวันที่เราตัดสินใจพักผ่อน
เรามาดูเส้นทางการลงทุนตลอดชีวิต ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น 3 ช่วงเวลาสำคัญกันครับ
ช่วงที่ 1: วัยเริ่มต้น อายุ 20+ (ต้องเริ่มต้นให้ไว สร้างแต้มต่อด้วยเวลา)
ข้อได้เปรียบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของคนวัยนี้ไม่ใช่เงินทุน แต่คือ "เวลา" ครับ หลายคนพลาดโอกาสเพราะมัวแต่รอให้เงินเดือนสูงก่อน หรือรอให้ศึกษาจนมั่นใจเต็มร้อย แต่ในโลกของการลงทุน "พลังของผลตอบแทนทบต้น" (Compound Return) ต้องการเวลาในการทำงาน ยิ่งเริ่มเร็ว เงินหลักพันก็สามารถเติบโตเป็นหลักล้านได้
กลยุทธ์การลงทุนที่แนะนำสำหรับช่วงวัยนี้ผมแนะนำให้เริ่มต้นให้ไวที่สุด โดยไม่จำเป็นต้องรอเงินก้อนใหญ่ คุณเริ่มต้นด้วยพอร์ตหลัก (Core Portfolio) ที่เน้นกระจายความเสี่ยงทั่วโลก เพื่อให้เราสามารถถือลงทุนระยะยาวได้อย่างสบายใจโดยไม่ต้องมานั่งปรับพอร์ตเองทุกวัน
ช่วงที่ 2: วัยสะสม อายุ 20-60 ปี (มาราธอนแห่งการสะสมความมั่งคั่ง)
นี่คือช่วงเวลาที่เรามีรายได้และศักยภาพในการออมสูงสุด แต่หลุมพรางคือการพยายาม "จับจังหวะตลาด" (Market Timing) พอตลาดดีก็แห่ซื้อ พอตลาดตกรถก็เทขาย ซึ่งมักจบลงด้วยการซื้อแพงขายถูก กลยุทธ์ที่สมาร์ทกว่าและได้รับการพิสูจน์แล้วคือ DCA (Dollar-Cost Averaging) หรือการลงทุนด้วยเงินเท่าๆ กันทุกเดือน ลงทุนสม่ำเสมอ เพื่อตัดอารมณ์ออกจากการตัดสินใจ (DCA)
เคล็ดลับที่คนรวยเงียบๆ ทำกันคือการสะสมความมั่งคั่งอย่างมีวินัยด้วยการ DCA Annual Boost หรือการเพิ่มยอดเงินลงทุนทุกปีตามรายได้ที่เพิ่มขึ้น เช่น ได้เงินเดือนขึ้น หรือได้โบนัส ก็นำมาโปะเพิ่มปีละ 5% ถึง 10% การขยับเงินลงทุนเพียงเล็กน้อยในวันนี้ จะสร้างความแตกต่างระดับมหาศาลในวันเกษียณครับ
ช่วงที่ 3: วัยเกษียณ อายุ 60 ปีขึ้นไป (ใช้ชีวิตให้คุ้ม ให้เงินทำงานแทน)
หลายคนเข้าใจผิดว่าเกษียณแล้วต้องล้างพอร์ต เอาเงินมาเก็บในบัญชีออมทรัพย์ทั้งหมด ความจริงคือเราอาจจะมีอายุยืนยาวไปถึง 85 หรือ 90 ปี เงินก้อนนี้จึงต้องทนทานต่อเงินเฟ้อต่อไป เพื่อให้เราใช้ชีวิตอย่างสบายใจ เงินไม่หมดก่อนอายุขัย
สูตรที่ได้รับการยอมรับคือการทยอยถอนเงินออกมาใช้ประมาณ 5% ของมูลค่าพอร์ตต่อปี เช่น พอร์ต 10 ล้านบาท ถอนออกมาใช้ปีละ 500,000 บาท (เฉลี่ยเดือนละประมาณ 41,000 บาท) ส่วนเงินที่เหลือในพอร์ตก็ปล่อยให้ลงทุนและสร้างผลตอบแทนต่อไป วิธีการทยอยถอนเงินเป็นระบบจะช่วยยืดอายุเงินเก็บของเราให้เงินที่เหลือทำงานต่อและอยู่คู่กับเราไปอีกหลายสิบปีครับ
แม้จะรู้ทฤษฎีทั้งหมด แต่ทำไมคนจำนวนมากยังเกษียณไม่ได้? จากประสบการณ์ที่ผมบริหารพอร์ตมา ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ผลตอบแทนตลาดต่ำ แต่อยู่ที่ 3 พฤติกรรมนี้ครับ:
สำหรับนักลงทุนที่ไม่ได้มีเวลาติดตามตลาดตลอด 24 ชั่วโมง การเลือกหุ้นรายตัวอาจไม่ใช่คำตอบที่ยั่งยืน การลงทุนผ่านเครื่องมือที่ตอบโจทย์การลงทุนระยะยาวของเราได้
เครื่องมือที่ว่าจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องยึดหลักการกระจายความเสี่ยงให้มากที่สุด อย่างเช่นแผน Global ETF ที่ออกแบบมาเพื่อกระจายการลงทุนไปในบริษัทชั้นนำทั่วโลก ครอบคลุมทั้งหุ้นและตราสารหนี้ พร้อมด้วยเทคโนโลยีที่ช่วยปรับสมดุลพอร์ต (Rebalancing) ให้อัตโนมัติเมื่อสภาวะตลาดเปลี่ยนแปลง สิ่งนี้ช่วยกำจัดปัญหาการใช้อารมณ์ลงทุน และทำให้พอร์ตของคุณอยู่ในระดับความเสี่ยงที่เหมาะสมอยู่เสมอ
การเกษียณที่สำเร็จ ไม่ได้แปลว่าคุณต้องเป็นนักลงทุนที่เก่งที่สุดที่เดาทางตลาดได้แม่นยำ แต่คุณต้องเป็นคนที่มี "ระบบการลงทุน" ที่ดีที่สุด และรักษาวินัยให้ระบบนั้นทำงานไปจนถึงเส้นชัยครับ เริ่มต้นวางแผนตั้งแต่วันนี้ เพื่อให้เงินดูแลคุณไปตลอดชีวิตนะครับ

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ. จิตตะ เวลธ์ จำกัด