
ข้อมูลจากทีม Wealth Research หลักทรัพย์บัวหลวง ระบุว่า มูลค่าการส่งออกสินค้าไทยเดือนมกราคมอยู่ที่ 31,573.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 24.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน และเพิ่มขึ้น 9.1% เทียบเดือนก่อน ถือเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และดีกว่าคาดการณ์ตลาดที่ 10.5% แม้จะหักทองคำและยุทโธปกรณ์ออกแล้ว การส่งออกพื้นฐานยังขยายตัวได้ดี 19.2% ซึ่งสะท้อนแรงฟื้นตัวของอุปสงค์โลกที่สอดคล้องกับการเติบโตของสินค้าเทคโนโลยี
ในระยะข้างหน้า แม้มาตรการภาษีนำเข้าสหรัฐฯ จะผ่อนคลายลงบ้าง แต่อาจยังต้องติดตามความเสี่ยงด้านนโยบายการค้าอย่างใกล้ชิด เพราะสหรัฐฯ มีโอกาสใช้กฎหมายเฉพาะรายสินค้าในการเรียกเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มเติม ซึ่งอาจกระทบต่อการแข่งขันบางอุตสาหกรรมไทยในระยะหนึ่ง
กลุ่มอุตสาหกรรมที่ช่วยผลักดันการส่งออกอย่างโดดเด่นคืออิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเติบโต 67% เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้จะอ่อนตัวเล็กน้อยเทียบเดือนก่อน การขยายตัวยังเห็นได้ในหลายรายการ เช่น ฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ที่ขยายตัว 27.3% แผงวงจรไฟฟ้า 10.9% วงจรพิมพ์ 41.3% และโทรศัพท์รวมอุปกรณ์ซึ่งเติบโตมากถึง 226.9% แรงขับเคลื่อนมาจากความต้องการสินค้าที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐาน AI การประมวลผล และความต้องการจัดเก็บข้อมูลที่ยังอยู่ในช่วงขาขึ้นทั่วโลก
เครื่องใช้ไฟฟ้าก็ยังเห็นแรงซื้ออย่างต่อเนื่อง โดยมูลค่าการส่งออกเพิ่มขึ้น 16.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน และเครื่องปรับอากาศเติบโตเด่นในเชิงเทียบเดือนก่อนจากปัจจัยฤดูกาลและคำสั่งซื้อที่เร่งขึ้นในตลาดต่างประเทศ
ภาคยานยนต์ยังเติบโต 11.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีแรงหนุนจากรถปิคอัพที่เติบโตสูงถึง 65.4% โดยตลาดหลักยังเป็นออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง การส่งออกชิ้นส่วนยานยนต์ก็ยังขยายตัวได้ดีที่ 7.8%
ส่วนรถยนต์ไฟฟ้า แม้สัดส่วนการส่งออกยังอยู่เพียง 0.3% ของทั้งหมด แต่มีการเติบโตมากกว่า 114% เมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนการเริ่มมีบทบาทมากขึ้นของอุตสาหกรรมเทคโนโลยียานยนต์ใหม่ในโครงสร้างการผลิตของไทย
สินค้าเกษตรโดยรวมยังหดตัวจากแรงกดดันด้านราคา โดยเฉพาะข้าวที่ลดลง 23.9% และยางพาราที่ลดลง 19.3% อย่างไรก็ตาม ผลไม้สดเริ่มกลับมาช่วยประคองบางส่วน โดยทุเรียนสดซึ่งเริ่มออกผลผลิตมีการส่งออกเพิ่มขึ้นมากกว่า 630% เมื่อเทียบกับปีก่อน
สินค้าอุตสาหกรรมเกษตรลดลง 1.7% โดยเฉพาะอาหารทะเลกระป๋องที่ลดลง 13.6% ขณะที่ผลไม้กระป๋องและอาหารสัตว์เลี้ยงยังขยายตัวได้ในเชิงเทียบปีก่อน แม้จะอ่อนตัวในเชิงเทียบเดือนก่อนตามฤดูกาล
มูลค่าการนำเข้าเดือนมกราคมเพิ่มขึ้น 29.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน และเพิ่มขึ้น 19.1% เทียบเดือนก่อน ซึ่งเป็นอัตราที่สูงกว่าการส่งออก สะท้อนสัญญาณสำคัญ 2 ประการ คือ
เมื่อพิจารณาดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม ค่าเฉลี่ยสามเดือนขยายตัวเพียง 0.64% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่มูลค่าการนำเข้าและการส่งออกเร่งตัวพร้อมกัน ภาพดังกล่าวสะท้อนว่าการเติบโตของการค้าไม่ได้ส่งผ่านสู่ภาคการผลิตเต็มที่ และทำให้ไทยยังมีความเสี่ยงขาดดุลการค้า โดยเดือนมกราคมขาดดุลกว่า 3,303.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
ทีม Wealth Research หลักทรัพย์บัวหลวง ประเมินว่าแรงส่งจากอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยี AI ยังคงช่วยพยุงการส่งออกตลอดปี ทำให้ประมาณการการขยายตัวถูกปรับขึ้นเป็นราว 3% จากเดิม 1.3% แม้ยังมีความเสี่ยงจากนโยบายการค้าสหรัฐฯ และความผันผวนด้านราคาโภคภัณฑ์ที่อาจฉุดบางหมวด
อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของภาคอุตสาหกรรมยังไม่ทั่วถึง โดยเฉพาะหมวดที่ไม่ได้เชื่อมโยงกับเทคโนโลยีขั้นสูง ทำให้ผลต่อการจ้างงานยังค่อยเป็นค่อยไป
ภาวะอุปสงค์ในหมวดเทคโนโลยียังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ขณะที่หมวดสินค้าเกษตรยังมีความผันผวนจากราคาและสภาพอากาศ การติดตามทิศทางมาตรการการค้าสหรัฐฯ ยังเป็นปัจจัยหลักต่อบรรยากาศการลงทุนในระยะถัดไป โดยเฉพาะหมวดที่พึ่งพาการส่งออกไปสหรัฐฯ มาก
รูปสัดส่วนการส่งออกของไทย แยกตามตลาดหลัก (เดือนมกราคม 2026)