
หุ้นญี่ปุ่นพุ่งแรงในวันจันทร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 รับผลการเลือกตั้งที่ซานาเอะ ทาคาอิจิ (Sanae Takaichi) นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นคว้าชัยชนะถล่มทลายในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ความเคลื่อนไหวนี้ดันดัชนีหุ้นญี่ปุ่นทำสถิติสูงสุดใหม่ระหว่างวัน โดยบางช่วงของการซื้อขายพุ่งทะลุ 57,000 จุดเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ด้านอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลปรับตัวสูงขึ้น ส่วนค่าเงินเยนอ่อนค่าลงชั่วคราวก่อนจะฟื้นตัวจากกระแสคาดการณ์ว่าอาจมีการแทรกแซงค่าเงิน
ดัชนี Nikkei 225 เพิ่มขึ้นมากกว่า 3,000 จุด หรือราว 5.7% และทะลุระดับปิดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 54,720.66 จุด ซึ่งทำไว้เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ส่วนดัชนี Topix ปรับขึ้น 2.6% ทำจุดสูงสุดใหม่ระหว่างวัน ขณะที่สัญญาซื้อขายล่วงหน้าปรับบวกกว่า 6%
นักลงทุนต่างตอบรับเชิงบวกต่อผลเลือกตั้งที่พรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ของซานาเอะ ทาคาอิจิ ครองเสียงข้างมากถึง 2 ใน 3 ของสภา ซึ่งจะทำให้รัฐบาลสามารถผลักดันวาระเศรษฐกิจ “นโยบายการคลังเชิงรุกที่มีความรับผิดชอบ” ได้ง่ายขึ้น เพื่อแก้ไขวิกฤตค่าครองชีพที่สูงและกระตุ้นการลงทุนเชิงยุทธศาสตร์
บรูซ เคิร์ก (Bruce Kirk) หัวหน้านักกลยุทธ์ด้านหุ้นญี่ปุ่นของ โกลแมน แซคส์ (Goldman Sachs) เขียนในบทวิเคราะห์ว่า ชัยชนะครั้งนี้ทำให้ทาคาอิจิและพรรค LDP มีเวลา 4 ปีในการดำเนินการปฏิรูปโดยแทบไม่ถูกขัดขวางจากฝ่ายค้าน อีกทั้งชัยชนะจะช่วยเพิ่มทุนทางการเมืองของทาคาอิจิภายในพรรคได้ง่ายขึ้น และยังมอบอำนาจที่ชัดเจนในการดำเนินนโยบายที่มุ่งเสริมบทบาทของญี่ปุ่นในภูมิภาค รวมถึงเน้นย้ำความสำคัญทางภูมิรัฐศาสตร์ของการเป็นพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างญี่ปุ่นกับสหรัฐฯ ด้วย
ศรี โกชูโควินดัน (Sree Kochugovindan) นักเศรษฐศาสตร์วิจัยอาวุโสจาก Aberdeen Investments กล่าวว่า ชัยชนะอย่างเด็ดขาดของทาคาอิจิอาจเป็น “ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด” สำหรับตลาดในระยะกลาง เนื่องจากการลงทุนเชิงยุทธศาสตร์และการปฏิรูปภาษีจะช่วยหนุนตลาดหุ้นให้แข็งแกร่งขึ้น
ด้าน Crédit Agricole CIB ระบุในบทวิเคราะห์ว่า รัฐบาลของทาคาอิจิได้รับแรงส่งที่มากขึ้นในการเดินหน้าปรับเปลี่ยนนโยบายไปสู่แนวทางการคลังเชิงรุกอย่างเต็มรูปแบบ โดยมีอำนาจและการสนับสนุนจากประชาชนที่ชัดเจนเป็นฐานรองรับ
ในตลาดหุ้นโตเกียว หุ้นกลุ่มป้องกันประเทศปรับตัวขึ้นชัดเจน เช่น IHI พุ่งกว่า 6% และ Kawasaki Heavy Industries บวกมากกว่า 4% ขณะที่หุ้นเทคโนโลยีก็คึกคัก Advantest ทะยาน 12% และ SoftBank Group เพิ่มขึ้น 7% เนื่องจากทาคาอิจิสนับสนุนยุทธศาสตร์การเติบโตในอุตสาหกรรมสำคัญอย่างปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเซมิคอนดักเตอร์ อีกทั้งบรรยากาศเชิงบวกจากวอลล์สตรีทเมื่อวันศุกร์ที่ดัชนีดาวโจนส์ (Dow Jones) ปิดเหนือ 50,000 จุดเป็นครั้งแรก ก็ช่วยหนุนความเชื่อมั่นนักลงทุนด้วย
อย่างไรก็ตาม แมทธิว ไรอัน (Matthew Ryan) หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ตลาดของ Ebury มองว่า แม้ชัยชนะของทาคาอิจิจะเป็นข่าวดีต่อตลาดหุ้น แต่ตลาดเงินและพันธบัตรจะจับตาประเด็นความยั่งยืนด้านหนี้อย่างใกล้ชิด การใช้จ่ายภาครัฐที่เพิ่มขึ้นและการออกพันธบัตรมากขึ้นอาจเพิ่มความเสี่ยงและกระตุ้นให้เกิดแรงขายพันธบัตรรอบใหม่ ซึ่งดันอัตราผลตอบแทนสูงขึ้น
ทั้งนี้ ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นปรับขึ้นต่อเนื่องนับตั้งแต่ทาคาอิจิขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีในเดือนตุลาคม สำหรับในวันจันทร์ที่ 9 กุมภาพันธ์นี้ ผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีเพิ่มขึ้น 0.045 จุดเปอร์เซ็นต์สู่อัตรา 2.275% พันธบัตรอายุ 30 ปีขยับเป็น 3.615% ส่วนพันธบัตรอายุ 2 ปีที่ออกใหม่ให้ผลตอบแทนสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 1996
ด้านตลาดเงิน เงินเยนของญี่ปุ่นอ่อนค่าราว 0.3% สู่ระดับกลาง ๆ ที่ 157 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐในช่วงเช้า แต่ทิศทางยังผันผวน และมีช่วงที่ค่าเงินฟื้นตัวหลังเกิดกระแสคาดการณ์ว่ารัฐบาลอาจเข้าแทรกแซง หลังจากที่ อัตสึชิ มิมูระ (Atsushi Mimura) เจ้าหน้าที่ระดับสูงกระทรวงการคลังญี่ปุ่นกล่าวกับผู้สื่อข่าวในเช้าวันนี้ (9 กุมภาพันธ์) ว่า รัฐบาลจะติดตามตลาดอย่างใกล้ชิดด้วยความระมัดระวังสูงสุด ทำให้นักลงทุนบางส่วนกลับเข้าซื้อเยน
แมทธิว ไรอัน จาก Ebury มองว่า ชัยชนะถล่มทลายของ LDP ยังเปิดทางให้เงินเยนอ่อนค่าต่อไป และอาจไปถึงระดับ 160 เยนต่อดอลลาร์ เพราะนโยบายการคลังที่ผ่อนคลายมากขึ้นจะไม่ช่วยคลายความกังวลเรื่องความยั่งยืนของหนี้ และอาจไม่สร้างความเชื่อมั่นต่อค่าเงินญี่ปุ่นในระยะยาว
อ้างอิง: Nikkei Asia และ CNBC