Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
น้ำมันโลกทะลุ $110/บาร์เรล กูรูมองขึ้นได้ถึง$150 ปิดฮอร์มุซส่อยืดเยื้อ
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

น้ำมันโลกทะลุ $110/บาร์เรล กูรูมองขึ้นได้ถึง$150 ปิดฮอร์มุซส่อยืดเยื้อ

9 มี.ค. 69
10:16 น.
แชร์

ราคาน้ำมันโลกพุ่งทะลุ 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลอย่างรวดเร็ว ขณะที่ตลาดหุ้นทั่วเอเชียปรับตัวลดลงอย่างหนัก หลังความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลกับอิหร่านทวีความรุนแรงขึ้น จนจุดกระแสความกังวลในตลาดพลังงานโลกว่า การขนส่งน้ำมันผ่าน “ช่องแคบฮอร์มุซ” ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงพลังงานที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก อาจเผชิญต้องปิดยืดเยื้อเป็นเวลานาน

ความวิตกดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางการยกระดับปฏิบัติการทางทหารในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยสหรัฐฯ และอิสราเอลได้เปิดฉากโจมตีทางอากาศระลอกใหม่ในหลายพื้นที่ของอิหร่าน มุ่งเป้าไปยังโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ รวมถึงคลังเก็บน้ำมัน

ขณะเดียวกัน สถานการณ์การเมืองภายในอิหร่านก็ส่งสัญญาณสำคัญ เมื่อรัฐบาลเตหะรานประกาศแต่งตั้ง “โมจตาบา คาเมเนอี” บุตรชายของผู้นำสูงสุด “อาลี คาเมเนอี” เป็นผู้สืบทอดตำแหน่งผู้นำสูงสุดของประเทศ สะท้อนว่ากลุ่มสายแข็งยังคงกุมอำนาจอย่างเหนียวแน่น แม้ความขัดแย้งจะดำเนินเข้าสู่สัปดาห์ที่สองแล้วก็ตาม

ราคาน้ำมันพุ่งแรง ตลาดหุ้นเอเชียร่วงหนัก

การตอบสนองของตลาดพลังงานเกิดขึ้นแทบจะทันทีในช่วงเช้าวันจันทร์ตามเวลาเอเชีย โดย ณ เวลา 09.50 น. ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ (Brent crude) พุ่งขึ้นเกือบ 26% มาอยู่ที่ราว 116 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมัน WTI Crude เพิ่มขึ้นมากกว่า 27% แตะระดับ 115 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วผิดปกติในช่วงเปิดการซื้อขายของตลาดเอเชีย โดยราคาน้ำมันใช้เวลาเพียงราวหนึ่งนาทีในการปรับขึ้นถึง 10% ก่อนจะไต่ระดับขึ้นอีกประมาณ 10% ภายในเวลาเพียง 15 นาที สะท้อนแรงเข้าซื้ออย่างเร่งด่วนของนักลงทุนที่รีบปรับสถานะท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านอุปทานพลังงานจากตะวันออกกลาง

แรงกระแทกจากตลาดน้ำมันได้ลุกลามไปสู่ตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกอย่างรวดเร็ว โดยดัชนี Nikkei 225 ของญี่ปุ่นร่วงลงมากกว่า 7% ในการซื้อขายช่วงเช้า ขณะที่ดัชนี Hang Seng ของฮ่องกงลดลงมากกว่า 3% และดัชนี ASX 200 ของออสเตรเลียปรับตัวลดลงมากกว่า 4% ขณะที่ ดัชนีตลาดหุ้นไทย (SET Index) เปิดการซื้อขายเช้าวันนี้ร่วงลงมากกว่า 70 จุด หรือกว่า 5% มาอยู่ที่บริเวณ 1,339 จุด

ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดยดัชนี Kospi ร่วงลงมากกว่า 8% จนตลาดหลักทรัพย์ต้องประกาศหยุดการซื้อขายชั่วคราวเป็นเวลา 20 นาที ผ่านกลไกที่เรียกว่า “Circuit Breaker” ซึ่งเป็นมาตรการที่ออกแบบมาเพื่อชะลอแรงเทขายจากความตื่นตระหนกของนักลงทุน 

ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวถูกนำมาใช้แล้วครั้งหนึ่งเมื่อวันพุธที่ผ่านมา หลังดัชนี Kospi ร่วงลงถึง 12% ภายหลังความขัดแย้งในตะวันออกกลางเริ่มปะทุขึ้น

ช่องแคบฮอร์มุซตึงเครียด เสี่ยงดันน้ำมันทะลุ 150 ดอลลาร์

ศูนย์กลางของความวิตกในตลาดพลังงานโลกขณะนี้อยู่ที่ “ช่องแคบฮอร์มุซ” เส้นทางเดินเรือแคบที่คั่นกลางระหว่างอิหร่านกับโอมาน ซึ่งถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของการขนส่งพลังงานโลก โดยปกติแล้วน้ำมันประมาณหนึ่งในห้าของอุปทานทั่วโลกจะถูกลำเลียงผ่านช่องแคบแห่งนี้ อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่สงครามเริ่มปะทุขึ้นเมื่อราวหนึ่งสัปดาห์ก่อน การสัญจรของเรือบรรทุกน้ำมันในพื้นที่แทบจะหยุดชะงักลง

ก่อนหน้านี้ นักวิเคราะห์จำนวนมากประเมินว่าราคาน้ำมันมีโอกาสแตะระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลภายในสัปดาห์นี้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงกลับรวดเร็วกว่าที่ตลาดคาดไว้มาก โดยราคาน้ำมันสามารถทะลุระดับดังกล่าวได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที หลังเปิดการซื้อขายช่วงต้นของตลาดเอเชีย

ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดการเงินยังค่อนข้างผ่อนคลายต่อสถานการณ์ที่ถูกมองว่าเป็น “ฉากฝันร้าย” ของตลาดพลังงานโลก ซึ่งหมายถึงกรณีที่น้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) หลายล้านบาร์เรลติดค้างอยู่ในอ่าวเปอร์เซีย เพราะเรือบรรทุกพลังงานจำนวนมากไม่สามารถ หรือไม่เต็มใจที่จะผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

อย่างไรก็ตาม การยกระดับความรุนแรงของสถานการณ์ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา รวมถึงภาพความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานทั้งในอิหร่านและประเทศรอบอ่าวเปอร์เซีย ได้ทำให้บรรยากาศในตลาดพลิกกลับอย่างรวดเร็ว ความวิตกของนักลงทุนเพิ่มสูงขึ้น และตลาดเริ่มประเมินใหม่ว่าความขัดแย้งครั้งนี้อาจยืดเยื้อกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้

นักวิเคราะห์บางส่วนเตือนว่า หากการหยุดชะงักของการขนส่งพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซยืดเยื้อไปจนถึงปลายเดือนมีนาคม ราคาน้ำมันโลกอาจพุ่งขึ้นทำสถิติใหม่ โดยมีโอกาสทะยานเกินระดับ 150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลได้

อัดนาน มาซาเรอี นักเศรษฐศาสตร์จาก Peterson Institute for International Economics มองว่า การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันในรอบนี้ถือเป็นสิ่งที่ตลาดพอจะคาดการณ์ได้อยู่แล้ว เนื่องจากการผลิตพลังงานในบางประเทศรอบอ่าวเปอร์เซียเริ่มสะดุด ขณะเดียวกันก็มีสัญญาณชัดเจนมากขึ้นว่าความขัดแย้งในภูมิภาคมีแนวโน้มจะยืดเยื้อ

เขาระบุว่า “ผู้คนเริ่มตระหนักกันมากขึ้นว่าสถานการณ์นี้ไม่น่าจะจบลงเร็วอย่างที่หวังไว้” พร้อมเสริมว่า เป้าหมายและคำมั่นเชิงยุทธศาสตร์ที่สหรัฐอเมริกาเคยประกาศก่อนหน้านี้ ตอนนี้เริ่ม “ดูไม่ค่อยสมจริงเท่าไรแล้ว” เมื่อเทียบกับความซับซ้อนของสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในตะวันออกกลาง

น้ำมันแพงกระทบทั่วห่วงโซ่ เอเชียหันล่าก๊าซสหรัฐฯ

การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันยังมีแนวโน้มส่งแรงกระเพื่อมไปยังราคาสินค้าอนุพันธ์สำคัญอีกหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นเชื้อเพลิงเครื่องบิน (Jet fuel) หรือวัตถุดิบหลักในการผลิตปุ๋ย ซึ่งล้วนพึ่งพาน้ำมันและก๊าซเป็นต้นทุนสำคัญ หากราคาพลังงานยังอยู่ในระดับสูง ก็มีโอกาสดันต้นทุนของทั้งภาคธุรกิจและภาคเกษตรทั่วโลกให้เพิ่มขึ้นตามไปด้วย

โดยปกติแล้ว อุปทานพลังงานจากอ่าวเปอร์เซียส่วนใหญ่จะถูกส่งไปยังตลาดเอเชียเป็นหลัก แต่ขณะนี้เริ่มมีสัญญาณว่าผู้ซื้อพลังงานในเอเชียกำลังเร่งเสนอราคาซื้อก๊าซธรรมชาติจากสหรัฐฯ ในระดับที่สูงขึ้น เพื่อชดเชยความเสี่ยงด้านอุปทานในตะวันออกกลาง มีรายงานว่าเรือบรรทุกก๊าซธรรมชาติบางลำที่เดิมมุ่งหน้าไปยุโรป ได้เปลี่ยนเส้นทางกลางมหาสมุทรแอตแลนติก เพื่อหันมาส่งมอบพลังงานให้ตลาดเอเชียแทน

ด้าน Donald Trump ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ตอบสนองต่อการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมัน โดยระบุว่าการปรับขึ้นในระยะสั้นถือเป็น “ราคาที่ต้องจ่ายเพียงเล็กน้อย” เพื่อแลกกับการกำจัดภัยคุกคามจากโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน

ขณะที่รัฐมนตรีพลังงานของสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์กับสื่อเมื่อวันอาทิตย์ว่า การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านเป็นปฏิบัติการของอิสราเอล ไม่ใช่ของสหรัฐฯ ท่ามกลางความกังวลภายในประเทศว่า ความขัดแย้งครั้งนี้อาจทำให้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว


ที่มา: BBC


แชร์
น้ำมันโลกทะลุ $110/บาร์เรล กูรูมองขึ้นได้ถึง$150 ปิดฮอร์มุซส่อยืดเยื้อ