Logo site Amarintv 34HD
Logo Seagame2025Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
มรดก (จดหมาย) สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุดของปู่ Warren Buffett
โดย : ตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์

มรดก (จดหมาย) สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุดของปู่ Warren Buffett

29 พ.ย. 68
12:48 น.
แชร์

วันนี้ผมมีมรดกมาแบ่งปันครับ เป็นมรดกทางความคิดที่พวกเราได้รับจากนักลงทุนระดับตำนานวัย 95 ปี “Warren Buffett” ที่ได้เขียนจดหมายประจำปีฉบับสุดท้าย ถึงผู้ถือหุ้น Berkshire Hathaway ในฐานะ CEO เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ปู่ประกาศว่าเขาจะ “Going Quiet” หรือก็คือ... เขาจะไม่เขียนจดหมายรายงานประจำปีอีกและจะไม่ได้ขึ้นเวทีพูดในงานประชุมผู้ถือหุ้นเหมือนทุกปีที่ผ่านมาแล้วครับ

เชื่อว่าหลายคนจะได้เห็นหรือได้อ่านจดหมายฉบับนั้นกันมาบ้างแล้ว ผมขอสรุปประเด็นคร่าวๆ คือนับจากนี้ไป Greg Abel จะขึ้นรับตำแหน่ง CEO Berkshire Hathaway แทนที่ปู่ภายในปีนี้ พร้อมกับเน้นย้ำถึงศักยภาพของ CEO คนใหม่ด้วยความมั่นใจที่จะวางมือได้อย่างสบายใจ

พร้อมกันนี้ ปู่ก็ประกาศบริจาคเงินครั้งใหญ่ เพื่อสนับสนุนมูลนิธิของครอบครัวในด้านการศึกษาและสังคม แต่สิ่งที่น่าประทับใจที่สุดคือเรื่องราวชีวิตและ “แนวคิด” ที่เขาได้ฝากไว้ในจดหมายฉบับนี้

“ผมโชคดีมาก…ที่เกิดในปี 1930 ที่อเมริกา เป็นชายผิวขาว สุขภาพดี ฉลาดพอประมาณ และอยู่ในยุคที่เต็มไปด้วยโอกาส  แค่เริ่มต้น ผมก็ได้เปรียบคนอื่นไปมากกว่าครึ่งแล้ว”

ปู่เล่าถึงชีวิต 95 ปีที่ผ่านมาอย่างเรียบง่าย สะท้อนถึงความสุข ความหมาย และความโชคดี โดยเฉพาะในครึ่งหลังของชีวิต ที่เขาย้ำว่า “มีความสุขมากกว่าครึ่งแรกเสียอีก”

และที่สำคัญที่สุด“ลองตั้งคำถามกับตัวเองว่า… คุณอยากให้ผู้คนจดจำคุณว่าอย่างไร แล้วจงใช้ชีวิตให้สมกับภาพนั้น”

ปู่ยังย้ำอีกว่า “ความยิ่งใหญ่ที่แท้จริง ไม่ได้อยู่ที่ทรัพย์สิน หรือชื่อเสียง แต่อยู่ที่…คุณเลือกจะช่วยเหลือใครสักคนหรือไม่”

“ความเมตตาอาจไม่มีต้นทุน…แต่มีคุณค่าที่ประเมินไม่ได้เลยจริงๆ ครับ” ถ้อยคำที่ปู่เอ่ยออกมา ล้วนกลั่นมาจากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นตลอดเส้นทางชีวิตและการลงทุนของเซียนหุ้นวอลล์สตรีทวัยเก๋าที่ไม่เพียงตกผลึกในการแสวงหาความสำเร็จในการลงทุนเท่านั้น แต่ยังก้าวข้ามไปสู่แก่นแท้ของชีวิตมนุษย์คนนึงเพียรจะไขว่คว้า นั่นก็คือความสุขสงบทางจิตใจ

ในฐานะนักลงทุนและมนุษย์คนนึง เราสามารถเรียนรู้จากปู่ได้ คือบทเรียนชีวิตและการลงทุนที่ผิดพลาดมาหลายครั้ง ไม่ต่างกับนักลงทุนทั่วๆ ไป

วันนี้ผมจึงขอนำบทเรียนบางส่วนและ Mindset ที่ดีในชีวิตการลงทุนของปู่ ที่เคยทำให้ปู่ผ่านประสบการณ์เลวร้ายนั้นมาได้ เพื่อเป็นมรดกให้นักลงทุนรุ่นลูกรุ่นหลานได้เก็บเอาไว้ทำความเข้าใจในวิธีคิดและการรับมือในการลงทุนระยะยาว

หนึ่งในดีลที่เจ็บหนักที่สุดของปู่ ก็คือ การซื้อหุ้น Dexter Shoe ซึ่งทำธุรกิจผลิตรองเท้าเจ้าตลาดในสหรัฐฯ ในปี 2536 แต่เกิดสถานการณ์พลิกผัน เมื่อมีบริษัทนำเข้ารองเท้าราคาถูกจากต่างประเทศ เข้ามาตีตลาด ทำให้ Dextoe Shoe ได้รับผลกระทบเต็มๆ และราคาหุ้นตกลงเรื่อยๆ ทำให้ปู่ขาดทุนยับเยินชนิดที่ประเมินค่าไม่ได้ 

ปู่ Buffett บอกว่า “การซื้อ Dexter Shoe เป็นการลงทุนที่แย่ที่สุดในชีวิตผม”  ส่วนดีลขายหมู หรือตกรถก็มีเหมือนกัน อาทิ การไม่ยอมซื้อหุ้น Google ทั้งที่บริษัทลูกใช้บริการ Google Ads ประจำ การซื้อหุ้น Amazon ช้าไป ล่าสุด การขายหุ้น Apple บางส่วนออกไปในปี 2560

สะท้อนว่า ในโลกแห่งการลงทุนย่อมมีความเสี่ยงอยู่ตลอดเวลา การเผชิญกับความไม่แน่นอนทั้ง วิกฤติต่างๆ ภาวะเศรษฐกิจ ตลาดหุ้น อารมณ์ของนักลงทุน และพื้นฐานหุ้นของบริษัทมีอาการแย่ลง ธรรมชาตินี้ปู่เองก็เคยประสบพบเจอ ไม่ต่างกันจากนักลงทุนทุกคน แต่บทเรียนเหล่านี้ปู่ได้เรียนรู้และกลั่นกรองจากความผิดพลาด และตกผลึกเป็นหลักการลงทุนเน้นคุณค่า (Value Investing) ที่สามารถสร้างพอร์ตจนมีสินทรัพย์ได้เป็นหลักหมื่นหลักแสนล้าน หรือหลักล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

Mindset หรือมุมมองและวิธีคิดในการลงทุนของปู่ที่ผมเห็นว่าพวกเราทุกคนควรใช้เป็นทางลัดในการเรียนรู้และอยู่ในโลกลงทุนด้วยหลักการที่ปู่ได้วางแนวทางไว้ มีดังนี้

  • ถ้าหลักการลงทุนถูกต้อง สินทรัพย์มีคุณภาพ ราคาที่เหมาะสม ลงทุนระยะยาวและมีอนาคต ต่อให้พอร์ตคุณต้องเผชิญความไม่แน่นอนสักกี่ครั้ง พอร์ตลงทุนที่ดีจะผ่านไปได้อย่างแข็งแกร่ง ปู่ Buffett เปรียบว่า สิ่งสำคัญในการเล่นเบสบอลไม่ได้อยู่ที่คะแนน แต่อยู่ที่ว่า เขาเล่นกันอย่างไร ถ้าทีมไหนเล่นบนสนามได้ดี สุดท้ายจะชนะเอง การจ้องคะแนนอยู่ตลอดไม่ได้ช่วยอะไร จึงควรโฟกัส ‘สิ่งที่ควบคุมได้’ นั่นคือ หลักการลงทุนที่ดีนั่นเอง
  • ‘ถ้าคุณไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้ คุณก็จะไม่สามารถควบคุมการลงทุนของตัวเองได้เช่นกัน’ เพราะแม้การลงทุนเป็นเรื่องของหลักการและเหตุผล แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ คนส่วนใหญ่มักจะตัดสินใจซื้อหรือขายด้วยอารมณ์ความรู้สึก จึงมักไม่ประสบความสำเร็จในการลงทุน ยิ่งในช่วงที่เศรษฐกิจไม่เป็นใจ ดังนั้นด้วยหลักการลงทุนในกิจการที่มีพื้นฐานแข็งแกร่งเป็นทุนเดิมแล้ว ยังจะต้องมีอีกสิ่งสำคัญที่สุดคือ ‘การควบคุมอารมณ์’ หรืออยู่นิ่งๆ สงบๆ ตั้งสติทบทวนดูว่า สิ่งที่ลงทุนอยู่นั้น ยังอยู่ในหลักการลงทุนที่ถูกต้องหรือไม่ หากถูกต้อง คุณก็สบายใจได้ เพียงอดทนและรอเวลาฝ่าความผันผวนไปได้
  • ถ้าคุณไม่กล้าที่จะก้าวพลาด คุณจะไม่มีวันตัดสินใจได้ดี ปู่มองว่า ความผิดพลาดเป็นเรื่องธรรมดา การผิดพลาดครั้งเดียวก็ไม่ได้หมายความว่าจะผิดพลาดตลอด หากคุณกลัวความผิดพลาดมากไป จนกลายเป็นคนไม่กล้าตัดสินใจ สิ่งนี่ต่างหากที่น่ากลัว เพราะการไม่ตัดสินใจ คือการตัดสินใจที่แย่ที่สุด และไม่มีใครประสบความสำเร็จได้โดยไม่เคยผิดพลาด
  • ‘เวลาน้ำลง จะทำให้เรารู้ว่า ใครที่แก้ผ้าเปลือยกายว่ายน้ำอยู่’ หมายถึง ยามเศรษฐกิจรุ่งเรือง แม้แต่ธุรกิจที่แย่ๆ ก็สามารถทำกำไรได้ แต่เมื่อเศรษฐกิจขาลง คุณจะเห็นธุรกิจไหนที่แข็งแรง มั่นคง ธุรกิจไหนที่แย่และอ่อนแอ
  • ‘เราสามารถวัดความแข็งแกร่งของกิจการได้ โดยดูที่ความยากลำบากในการปรับขึ้นราคาสินค้าแต่ละครั้ง’ โดยเฉพาะในช่วงภาวะเงินเฟ้อ กิจการที่แข็งแกร่งจะมีอำนาจต่อรองเหนือลูกค้าด้วย แม้ว่าปรับขึ้นราคาสินค้าแล้วลูกค้ายังยอมซื้อสินค้าในราคาที่แพงขึ้น นี่คือกิจการที่ดีมีคุณภาพ
  • ‘ราคา คือ สิ่งที่คุณจ่าย คุณค่า คือ สิ่งที่คุณได้รับ’ เวลาที่คุณใช้เงินซื้อ จงตระหนักว่า สิ่งที่ได้รับคืออะไรและมีคุณค่าหรือมูลค่าเท่าไหร่ เมื่อคุณวัดมูลค่าที่จะได้รับแล้ว จึงค่อยกลับไปดูว่า สิ่งนั้นควรมีราคาเท่าไหร่? ขณะที่สิ่งที่คนส่วนใหญ่จ่ายไป ก็ไม่ได้หมายความว่า เป็นสิ่งที่ถูกต้องเสมอด้วย
  • ‘การลงทุนที่ดีที่สุด คือ การลงทุนในตัวคุณเอง’ ปู่ย้ำเสมอว่า จงลงทุนในความรู้ จงลงทุนในสุขภาพของคุณ เพราะจะไม่มีใครแย่งมันไปจากคุณได้แน่นอน และเป็นการลงทุนที่ยิ่งลงทุนยิ่งเติบโต ยิ่งดีขึ้น และเป็นการลงทุนที่ดีกว่าลงทุนในสินทรัพย์ใดๆ เพราะตัวคุณเอง คือสินทรัพย์ที่สำคัญที่สุด
  • ‘ความไม่แน่นอน คือ เพื่อนแท้ของนักลงทุนระยะยาว’ ซึ่ง Mindset นี้ ทำให้ปู่มักทำกำไรจากลงทุนในตลาดหุ้นได้ จากความไม่แน่นอนของตลาด เพราะคนมักกลัวความไม่แน่นอน แต่มองกลับอีกมุมหนึ่ง เมื่อมีความไม่แน่นอนเกิดขึ้น ทำให้นักลงทุนที่ฉลาด สามารถหาโอกาสทำกำไรในช่วงที่ตลาดไร้เหตุผลได้ เพราะถ้าทุกอย่างคือความแน่นอนแล้ว ราคาในตลาดเวลานั้น ก็คือ ราคาที่สะท้อนมูลค่าที่แท้จริงแล้ว ซึ่งคงไม่มีใครทำกำไรได้
  •   ‘จงกล้าเมื่อทุกคนคนกลัว จงกลัวในยามที่ทุกคนโลภ’ ปู่มองว่า ช่วงเวลาการซื้อหุ้นที่ดีที่สุด คือ ช่วงที่ทุกคนกำลังเทขาย ซึ่งจะเป็นช่วงที่ทำให้ได้ราคาถูกที่สุด ในทางกลับกัน ช่วงเวลาการขายหุ้นที่ดีที่สุด คือ ช่วงที่ทุกคนกำลังแห่เข้ามาซื้อกัน ทำให้ราคาขึ้นไปรวดเร็ว จนกลายเป็นราคาที่แพงที่สุด อีกสิ่งที่ปู่ย้ำ ‘การเป็นนักลงทุนที่ดี นอกจากการเข้าใจพื้นฐานกิจการแล้ว คุณต้องรู้จักอดทนรอเวลาที่เหมาะสมสำหรับการซื้อหรือขายด้วย’
  • ‘แม้คุณมีความรู้สึกกับหุ้น แต่หุ้นไม่มีความรู้สึกกับคุณ’ เพราะนอกจากเรื่องใช้อารมณ์แล้ว อีกสิ่งที่ต้องไม่ลืม คือ หุ้นไม่เคยมีความรู้สึกอะไรเลย เวลาคุณซื้อมันมาเท่าไหร่หรืออยากถือยาวๆ แค่ไหน ด้วยความรู้สึกชอบมันหรืออะไรก็ตาม เมื่อเกิดกำไรหรือขาดทุน ก็จะต้องตัดสินใจอยู่บนหลักพื้นฐานที่ถูกต้อง ซึ่งไม่ควรเกี่ยวกับความรู้สึกหรือความคิดเกี่ยวกับหุ้นตัวนั้นๆ

แนวคิดเหล่านี้อาจจะเป็นเรื่องของแนวทางการลงทุนของปู่ แต่ในจดหมายฉบับสุดท้ายในในฐานะ CEO ของ Berkshire Hathaway เราได้เห็นแล้วว่า

ถ้อยคำที่ปู่เอ่ยออกมา ล้วนกลั่นมาจากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นตลอดเส้นทางชีวิตและการลงทุนของเซียนหุ้นวอลล์สตรีทวัยเก๋าที่ไม่เพียงตกผลึกในการแสวงหาความสำเร็จในการลงทุนเท่านั้น แต่ยังก้าวข้ามไปสู่แก่นแท้ของชีวิตมนุษย์คนนึงเพียรจะไขว่คว้า นั่นก็คือความสุขสงบทางจิตใจ

หนึ่งในแนวคิดที่ลึกซึ้งที่ปู่ฝากไว้ในข้อความทิ้งท้ายที่ผมว่า เราทุกคนสามารถนำไปใช้ทั้งในโลกลงทุนและชีวิตในทุกๆ มิติ

“อย่าแบกความผิดพลาดในอดีตไว้หนักเกินไป จงเรียนรู้จากมันแม้เพียงเล็กน้อย แล้วก้าวเดินต่อไป เพราะไม่มีคำว่าสายเกินไปสำหรับการเติบโตและเปลี่ยนแปลงตัวเอง”

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งในจดหมายที่เราหยิบยกขึ้นมา รวมถึง Mindset ที่ใช้ฝ่าวิกฤติบางช่วงบางตอนของปู่  เพื่อเป็นแผนผัง เป็นแนวทางในการลงทุนให้กับพวกเราในอนาคตครับ  ผมเชื่อว่านักลงทุนทุกท่านจะได้รับแรงบันดาลใจ และข้อคิดดีๆ จากปู่ไม่มากก็น้อย

และอย่างที่เห็นครับ ปู่ไม่ได้ทิ้งไว้เพียงแนวทางการลงทุนอย่างไรให้ประสบความสำเร็จ เหนือไปกว่านั้นคือเข็มทิศที่จะพาพวกเรามุ่งไปสู่ความสุขสงบในแก่นแท้ของจิตใจเป็นมรดกอันล้ำค่าที่เราทุกคนสามารถนำไปใช้ในชีวิตจริงได้ครับ

ตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์

ตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ. จิตตะ เวลธ์ จำกัด

แชร์
มรดก (จดหมาย) สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุดของปู่ Warren Buffett