
ท่ามกลางปัญหาหนี้ครัวเรือนไทยที่ยังเป็นแรงกดดันสำคัญต่อทั้งชีวิตประชาชนและระบบเศรษฐกิจ การแก้หนี้ไม่ได้หมายถึงเพียงการออกมาตรการช่วยเหลือเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการทำให้มาตรการเหล่านั้นเข้าถึงลูกหนี้ที่ต้องการความช่วยเหลือได้อย่างแท้จริง
ลูกหนี้รายย่อยจำนวนไม่น้อยอาจมีความตั้งใจที่จะกลับมาแก้ไขภาระหนี้ของตนเอง แต่ยังติดข้อจำกัดหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นความไม่เข้าใจขั้นตอน ความไม่สะดวกในการใช้งานระบบออนไลน์ ความกังวลเกี่ยวกับเอกสาร หรือความต้องการพูดคุยกับเจ้าหน้าที่โดยตรงก่อนตัดสินใจเลือกแนวทางชำระหนี้
โมเดลแก้หนี้เชิงรุก “ปิดหนี้ไวใกล้บ้าน” ของบริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด หรือ บสส. หรือ SAM ในบทบาทบริษัทบริหารสินทรัพย์เพื่อสังคม หรือ Social AMC จึงไม่ได้รอให้ลูกหนี้เข้ามาหามาตรการเพียงฝ่ายเดียว แต่เลือกนำบริการ คำปรึกษา และช่องทางเข้าร่วมโครงการลงไปสู่พื้นที่ที่ประชาชนเข้าถึงได้ง่ายขึ้น
โมเดล “ปิดหนี้ไวใกล้บ้าน” เริ่มต้นจากความร่วมมือระหว่าง SAM และศาลแพ่งตลิ่งชัน โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-21 มิถุนายน 2569 ณ ศาลแพ่งตลิ่งชัน เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยในโครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้”
โครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” มุ่งช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยที่มีสถานะเป็นหนี้เสีย หรือ NPL โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือ เป็นลูกหนี้ที่มีวงเงินไม่เกิน 100,000 บาทต่อราย และค้างชำระเกิน 90 วัน ณ วันที่ 30 กันยายน 2568
ลูกหนี้กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่แม้มูลหนี้ต่อรายอาจไม่สูงมาก แต่หากไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเหมาะสม ก็อาจกลายเป็นภาระระยะยาวที่กระทบต่อคุณภาพชีวิต ความสามารถทางการเงิน และโอกาสในการกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ
ในการจัดงานครั้งแรกที่ตลิ่งชัน SAM และศาลแพ่งตลิ่งชันได้ร่วมกันออกจดหมายเชิญลูกหนี้ในพื้นที่เขตตลิ่งชันมากกว่า 1,000 รายเข้าร่วมงาน พร้อมประชาสัมพันธ์เชิญชวนประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงผ่านหลายช่องทาง เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามาตรวจสอบสิทธิ์ ลงทะเบียน รับคำปรึกษา และเลือกแนวทางแก้ไขหนี้ที่เหมาะสมกับตนเอง
ผลจากการจัดงานพบว่า มีประชาชนเข้ามาตรวจสอบสิทธิ์ ลงทะเบียน รับคำปรึกษา และเข้าร่วมโครงการจำนวน 195 ราย หรือเกือบร้อยละ 20 ของกลุ่มที่ได้รับเชิญ คิดเป็นมูลหนี้รวมประมาณ 2.2 ล้านบาท
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า ลูกหนี้จำนวนไม่น้อยยังมีความตั้งใจที่จะแก้ไขปัญหาหนี้สินของตนเอง เพียงแต่ในหลายกรณี การเข้าถึงมาตรการผ่านช่องทางออนไลน์เพียงอย่างเดียวอาจยังไม่เพียงพอสำหรับทุกคน
การมีพื้นที่ให้ลูกหนี้ได้พบเจ้าหน้าที่ สอบถามข้อสงสัย ตรวจสอบสิทธิ์ และเลือกแนวทางชำระหนี้ด้วยความเข้าใจ จึงเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้มาตรการช่วยเหลือเข้าใกล้ประชาชนมากขึ้น
ข้อมูลของผู้เข้าร่วมงานยังสะท้อนภาพปัญหาหนี้รายย่อยที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันอย่างชัดเจน โดยร้อยละ 60 ของผู้เข้าร่วมโครงการมีอายุระหว่าง 31-50 ปี ซึ่งเป็นช่วงวัยทำงานและเป็นกำลังสำคัญของระบบเศรษฐกิจ ขณะที่ประเภทหนี้ที่เข้าร่วมโครงการกว่าร้อยละ 70 เป็นสินเชื่อส่วนบุคคลและบัตรเครดิต สะท้อนว่าภาระหนี้จำนวนมากเกี่ยวข้องกับการอุปโภคบริโภคและการดำรงชีวิต ไม่ใช่เพียงหนี้จากการลงทุนหรือการประกอบธุรกิจขนาดใหญ่
หนึ่งในประเด็นสำคัญของโครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” คือการเปิดทางเลือกให้ลูกหนี้สามารถเลือกแนวทางชำระหนี้ที่เหมาะกับศักยภาพของตนเอง โดยจากการจัดงานที่ตลิ่งชัน พบว่าลูกหนี้ร้อยละ 45 เลือกมาตรการ “จ่าย ปิด จบ” ขณะที่อีกร้อยละ 55 เลือกมาตรการ “ผ่อนชำระเป็นงวด”
สัดส่วนดังกล่าวสะท้อนว่า ลูกหนี้แต่ละรายมีสถานะทางการเงินและความสามารถในการชำระหนี้ที่แตกต่างกัน บางรายอาจพร้อมปิดจบบัญชีหนี้ได้ทันทีหากได้รับเงื่อนไขที่เหมาะสม ขณะที่อีกหลายรายยังต้องการแผนผ่อนชำระที่สอดคล้องกับรายได้และกระแสเงินสดในชีวิตจริง
การแก้หนี้อย่างมีประสิทธิภาพจึงไม่ควรมีรูปแบบเดียวสำหรับทุกคน แต่ควรมีความยืดหยุ่นมากพอที่จะช่วยให้ลูกหนี้สามารถกลับมาตั้งหลักได้ โดยไม่สร้างภาระใหม่ที่เกินกำลังในอนาคต
จากผลตอบรับที่ดีของโมเดลต้นแบบที่ศาลแพ่งตลิ่งชัน SAM จึงเตรียมเดินหน้าขยายโมเดล “ปิดหนี้ไวใกล้บ้าน” สู่ส่วนภูมิภาคทั่วประเทศ ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป โดยจะเริ่มลงพื้นที่ต่างจังหวัดครั้งแรกที่งาน Money Expo 2026 HATYAI ณ หาดใหญ่ฮอลล์ ชั้น 6 บูท D2 เซ็นทรัลหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ระหว่างวันที่ 3-5 กรกฎาคม 2569
การลงพื้นที่ครั้งนี้จะเปิดโอกาสให้ลูกหนี้และประชาชนผู้สนใจในพื้นที่ภาคใต้สามารถ Walk-in เข้ามาตรวจสอบสิทธิ์ ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” รวมถึงพูดคุยและปรึกษาเจ้าหน้าที่เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาหนี้ได้โดยตรงตลอดทั้ง 3 วัน โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ
การเลือกหาดใหญ่เป็นจุดเริ่มต้นของการขยายโมเดลสู่ภูมิภาคมีความสำคัญ เพราะหาดใหญ่เป็นหนึ่งในศูนย์กลางเศรษฐกิจสำคัญของภาคใต้ มีทั้งประชาชนวัยทำงาน ผู้ประกอบอาชีพอิสระ ผู้ประกอบการรายย่อย และกลุ่มแรงงานจำนวนมาก การนำบริการแก้หนี้เข้าไปอยู่ในพื้นที่เศรษฐกิจจริง จึงช่วยให้มาตรการช่วยเหลือไม่อยู่ไกลจากชีวิตประจำวันของประชาชน
สำหรับลูกหนี้และประชาชนทั่วไปที่ไม่สะดวกเดินทางมาร่วมงาน สามารถตรวจสอบสิทธิ์และลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” ได้ผ่าน 4 ช่องทาง ได้แก่
ช่องทางที่ 1 Line OA @samsocialamc ซึ่งเป็นช่องทางที่สะดวก น่าเชื่อถือ และปลอดภัย โดยลูกหนี้สามารถดำเนินการได้ด้วยตนเองทุกขั้นตอน ตั้งแต่ตรวจสอบสิทธิ์และลงทะเบียน เลือกแผนชำระเงิน ลงนามสัญญาแบบอิเล็กทรอนิกส์ ไปจนถึงชำระเงินตามแผนที่เลือกและปิดจบบัญชีหนี้
ช่องทางที่ 2 เว็บไซต์ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ BOT ที่ www.bot.or.th
ช่องทางที่ 3 เว็บไซต์ SAM ที่ www.sam.or.th
ช่องทางที่ 4 SAM Contact Center โทร 1443 กด 6 สำหรับผู้ที่ไม่สะดวกใช้งานผ่านระบบออนไลน์ หรือต้องการพูดคุยและปรึกษาเจ้าหน้าที่เพิ่มเติม
นอกจากนี้ ประชาชนยังสามารถติดตามข่าวสารของ SAM ได้ผ่าน Facebook บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท
ในบทบาทบริษัทบริหารสินทรัพย์ของรัฐภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย และในฐานะ Social AMC การแก้ไขปัญหาหนี้ของ SAM จึงไม่ได้เป็นเพียงการบริหารจัดการสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยให้ประชาชนและภาคธุรกิจสามารถฟื้นตัวได้อย่างยั่งยืน โดยเฉพาะลูกหนี้รายย่อยที่อาจมีความตั้งใจในการแก้ปัญหาหนี้ แต่ยังติดข้อจำกัดด้านข้อมูล ความเข้าใจขั้นตอน ความพร้อมในการใช้ช่องทางดิจิทัล หรือความต้องการพูดคุยกับเจ้าหน้าที่โดยตรงก่อนตัดสินใจ
โมเดล “ปิดหนี้ไวใกล้บ้าน” จึงสะท้อนบทเรียนสำคัญว่า มาตรการทางการเงินที่ดีในยุคปัจจุบันต้องไม่เพียงมีเงื่อนไขที่เหมาะสม แต่ต้องเข้าถึงง่าย เข้าใจได้ และมีระบบสนับสนุนที่ช่วยให้ลูกหนี้เลือกทางออกที่เหมาะกับสถานการณ์ของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มที่พร้อมดำเนินการผ่านช่องทางออนไลน์ กลุ่มที่ต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม หรือกลุ่มที่ยังต้องการพื้นที่ปลอดภัยในการพูดคุยเรื่องภาระหนี้ของตนเอง