
“ช่องแคบฮอร์มุซ” เส้นทางยุทธศาสตร์การค้าและการขนส่งพลังงานที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก กำลังเผชิญกับความไม่แน่นอนระลอกใหม่ หลังจากแถลงการณ์ระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านเกิดความขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิง โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ แสดงท่าทีเชิงบวกว่า การเจรจาสันติภาพรอบใหม่จะเกิดขึ้น ณ ประเทศกาตาร์ ทว่ากระทรวงการต่างประเทศของอิหร่านกลับปฏิเสธทันควันว่าไม่มีกำหนดการประชุมใด ๆ ในระยะอันใกล้นี้
ความเห็นที่สวนทางกันของสองประเทศไม่เพียงแต่สะท้อนถึงรอยร้าวในระดับนโยบาย แต่ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจและการขนส่งสินค้าทางทะเล ตราบใดที่ความเสี่ยงในน่านน้ำดังกล่าวยังไม่มีทางออกที่ชัดเจน ความหวังของนานาชาติที่จะเห็นช่องแคบฮอร์มุซกลับมาเปิดสัญจรอย่างเสรีและปลอดภัยเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกจึงยังคงเลือนราง และอาจกลายเป็นปัจจัยซ้ำเติมวิกฤตห่วงโซ่อุปทานโลกให้ยืดเยื้อต่อไป
สถานการณ์ดังกล่าวยิ่งทวีความซับซ้อนมากขึ้น เมื่อเสถียรภาพในภูมิภาคยังคงถูกท้าทายจากการสู้รบที่ยืดเยื้อในเลบานอน และเหตุการณ์ความไม่สงบในน่านน้ำใกล้เคียง ซึ่งบั่นทอนความเชื่อมั่นของสายการเดินเรือพาณิชย์อย่างรุนแรง ปัจจัยลบเหล่านี้ส่งผลให้ดัชนีความเสี่ยงทางทะเลพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และทำให้ภาคเอกชนจำเป็นต้องประเมินแผนการขนส่งสินค้าใหม่
Spotlight ชวนเจาะลึกเบื้องลึกความขัดแย้งเชิงนโยบายระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน ที่อาจกลายเป็นตัวเร่งวิกฤตซัพพลายเชนรอบใหม่
MarineTraffic สะท้อนให้เห็นถึงสภาวะที่ซบเซาอย่างรุนแรงของช่องแคบฮอร์มุซ โดยในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา มีเรือพาณิชย์เดินทางผ่านช่องแคบแห่งนี้เพียงประปราย แบ่งเป็นเรือบรรทุกน้ำมัน 6 ลำ และเรือขนส่งสินค้า 8 ลำที่เดินทางออกจากอ่าวเปอร์เซีย ขณะที่มีเรือบรรทุกน้ำมัน 5 ลำ และเรือสินค้า 6 ลำเดินทางเข้ามา ตัวเลขรวมที่อยู่เพียงระดับไม่กี่สิบหลักต่อวันเช่นนี้ ถือเป็นเศษเสี้ยวเดียวเมื่อเทียบกับสถิติก่อนเกิดสงคราม ซึ่งเคยมีเรือแล่นผ่านเฉลี่ยสูงถึงประมาณ 110 ลำต่อวัน ตอกย้ำว่าสายการเดินเรือรายใหญ่ของโลกยังคงหลีกเลี่ยงเส้นทางนี้ เนื่องจากความกังวลด้านความปลอดภัย
นอกเหนือจากความเสี่ยงทางกายภาพแล้ว ภาคการเดินเรือยังต้องเผชิญกับภัยคุกคามในรูปแบบไซเบอร์ โดยเฉพาะการปลอมแปลงสัญญาณ GPS อย่างรุนแรงในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ซึ่งระบบนำทางที่ถูกรบกวนส่งผลให้พิกัดของเรือแสดงผลผิดพลาด แม้ว่าสถานการณ์การรบกวนสัญญาณจะเริ่มลดน้อยลงในช่วงไม่กี่สัปดาห์นี้ แต่เหตุการณ์รุนแรงล่าสุดที่พลเมืองกาตาร์เสียชีวิตจากสะเก็ดระเบิดในน่านน้ำใกล้เคียง จนนำไปสู่การสั่งระงับการเดินเรือพาณิชย์ขนาดเล็กและเรือสำราญทั้งหมดในกาตาร์เป็นการชั่วคราว ก็กลายเป็นเครื่องยืนยันว่าพื้นที่นี้ยังคงเป็นเขตอันตรายสูง
สภาวะงดเว้นความเสี่ยงดังกล่าวส่งผลให้พฤติกรรมของภาคธุรกิจเกิดการเปลี่ยนแปลง ปัจจุบันเรือสินค้าจำนวนมากเริ่มปรับเปลี่ยนเส้นทางเดินเรือ ไปใช้ร่องน้ำที่ใกล้กับชายฝั่งของประเทศโอมานแทนเพื่อหลบเลี่ยงพื้นที่ขัดแย้ง การเลือกใช้เส้นทางเลือกใหม่นี้นอกจากจะเพิ่มระยะเวลาและต้นทุนค่าระวางเรือ แล้ว ในแง่ภูมิรัฐศาสตร์ เศรษฐกิจ ยังเป็นการลดทอนอำนาจต่อรองของกรุงเตหะรานเหนือช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญที่อิหร่านมักใช้ควบคุมและสร้างแรงกดดันต่อตลาดพลังงานโลกมาโดยตลอด
ความล่าช้าของข้อตกลงเกิดจากมุมมองที่ต่างกัน โดยรัฐบาลทรัมป์คาดหวังความร่วมมือเพื่อเปิดช่องแคบ แต่อิหร่านมุ่งเน้นเพียงผลประโยชน์ในทางปฏิบัติจากบันทึกความเข้าใจเดิม (MOU) โดยเฉพาะการปลดล็อกโควตาขายน้ำมันในข้อสั่งการที่ 10 และการทวงคืนทรัพย์สินที่ถูกอายัดในข้อสั่งการที่ 11 ซึ่งหากเงื่อนไขเหล่านี้ไม่ได้รับการตอบสนอง การเจรจาขั้นสุดท้ายก็ไม่อาจเกิดขึ้นได้
สถานการณ์ทวีความยุ่งเหยิงยิ่งขึ้นจากประเด็นสิทธิ์การเคลียร์พื้นที่เดินเรือ เมื่อฝรั่งเศสและโอมานเสนอตัวเข้ามาร่วมเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อความปลอดภัยของเส้นทางเดินเรือสากล แต่อิหร่านกลับแสดงท่าทีแข็งกร้าวปฏิเสธความช่วยเหลือ โดยอ้างสิทธิ์ตามข้อตกลงกับสหรัฐฯ ว่าตนจะเป็นผู้ดำเนินการแต่เพียงผู้เดียว ส่งผลให้มาตรการฟื้นฟูความปลอดภัยในน่านน้ำนี้ยังคงไม่มีข้อสรุป
ความไม่แน่นอนระดับนโยบายยังสร้างความกังขาในสภาคองเกรส สส. อดัม สมิธ และ สส. เกรก มีกส์ แกนนำพรรคเดโมแครต ออกมาแสดงความไม่มั่นใจต่อท่าทีของอิหร่าน พร้อมชี้ว่าทำเนียบขาวมองสถานการณ์ในแง่ดีเกินไปและยังขาดการเปิดเผยข้อมูลการเจรจาที่โปร่งใส ซึ่งความเห็นพ้องที่ยังไม่เกิดขึ้นภายในสหรัฐฯ เองยิ่งตอกย้ำถึงเสถียรภาพที่เปราะบางของข้อตกลงนี้
ท้ายที่สุด ตราบใดที่ช่องแคบฮอร์มุซยังถูกใช้เป็นเครื่องมือต่อรองทางการเมือง ห่วงโซ่อุปทานพลังงานและสินค้าโลกจะต้องเผชิญภาวะคอขวดต่อไป ต้นทุนค่าระวางเรือและเบี้ยประกันภัยที่ทรงตัวในระดับสูง จะกลายเป็นแรงกดดันซ้ำเติมอัตราเงินเฟ้อ และฉุดรั้งการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้