
สถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซยังคงน่าเป็นกังวล แม้ว่าสัปดาห์ที่ผ่านมา สหรัฐฯ และอิหร่านได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MoU) เพื่อยุติสงคราม แต่ล่าสุด ยังคงเกิดเหตุโจมตีเรือในช่องแคบฮอร์มุซ สร้างความกังวลให้กับตลาด ส่งผลทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้น และหุ้นเอเชียเปิดลบ
ความผันผวนของสถานการณ์ตะวันออกกลางในเวลานี้ยังคงส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมัน ทองคำ และตลาดหุ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะเป็นสถานการณ์ที่คาดเดาได้ยาก Spotlight สรุปสถานการณ์ล่าสุดที่เกิดขึ้น
ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังองค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (IMO) ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้สหประชาชาติ ประกาศระงับแผนอพยพเรือที่ติดค้างอยู่บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ภายหลังเกิดเหตุโจมตีเรือสินค้าลำหนึ่งในเส้นทางเดินเรือสำคัญดังกล่าว
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ซึ่งเป็นราคาน้ำมันอ้างอิงของตลาดโลก ปรับตัวขึ้นสูงสุดถึง 4% ในการซื้อขายวันพฤหัสบดี หลัง IMO ตัดสินใจชะลอแผนอพยพ เนื่องจากสถานการณ์ความรุนแรงในช่องแคบฮอร์มุซกลับมาปะทุอีกครั้ง.
สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ส่งมอบเดือนสิงหาคม ซื้อขายอยู่ที่ 74.89 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ณ เวลา 9 นาฬิกาตามเวลาท้องถิ่นของประเทศไทยวันที่ 26 มิถุนายน 2569 หลังจากก่อนหน้านี้ราคาร่วงลงต่ำกว่า 72.48 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
แม้ว่าราคาน้ำมันจะปรับตัวลงอย่างมากหลังจากสหรัฐฯ และอิหร่านลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MoU) เพื่อยุติสงครามเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ล่าสุดราคาน้ำมันเบรนท์กลับมายืนอยู่สูงกว่าระดับก่อนเกิดสงครามราว 3%
ขณะที่ตลาดหุ้นเอเชียเปิดการซื้อขายวันศุกร์ในแดนลบ โดยดัชนีสำคัญในญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ฮ่องกง และไต้หวัน ต่างปรับตัวลดลงอย่างหนัก
นักวิเคราะห์มองว่า เหตุโจมตีเรือสินค้าล่าสุดในช่องแคบฮอร์มุซ ได้สร้างแรงกดดันต่อความหวังที่ว่าการเดินเรือในภูมิภาคจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ หลังปริมาณเรือเริ่มฟื้นตัวในช่วงที่ผ่านมา
ข้อมูลจากแพลตฟอร์มติดตามเรือ MarineTraffic และ Kpler ระบุว่า เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (24 มิถุนายน 2569) มีเรือเดินสมุทร 70 ลำ ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าจากวันก่อนหน้า และเป็นจำนวนสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม
อย่างไรก็ตาม ศูนย์ United Kingdom Maritime Trade Operations (UKMTO) เปิดเผยเมื่อวันพฤหัสบดีว่า มีเรือสินค้าลำหนึ่งถูกวัตถุไม่ทราบชนิดพุ่งชนบริเวณกราบขวาของเรือ ระหว่างพยายามแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซใกล้ชายฝั่งโอมาน
สื่อหลายแห่ง เช่น The New York Times, CBS News และ Reuters อ้างแหล่งข่าวเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ที่ไม่เปิดเผยชื่อ ระบุว่า การโจมตีดังกล่าวเป็นฝีมือของอิหร่าน
ภายหลังเหตุการณ์ สำนักงานกำกับดูแลการเดินเรือช่องแคบเปอร์เซียของอิหร่าน ซึ่งอ้างสิทธิ์ในการกำกับการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ประกาศว่า เรือทุกลำที่เลือกใช้เส้นทางนอกเหนือจาก "กรอบที่กำหนด" จะไม่ได้รับการรับประกันความปลอดภัย
พร้อมระบุผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า "ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการใช้เส้นทางที่ไม่ได้รับอนุญาต ถือเป็นความรับผิดชอบของเจ้าของเรือ ผู้ดำเนินการ และกัปตันเรือ"
ด้านจูน โกห์ นักวิเคราะห์อาวุโสด้านตลาดน้ำมันจากบริษัท Sparta ในสิงคโปร์ กล่าวว่า เหตุโจมตีครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าความสงบในช่องแคบฮอร์มุซยังเปราะบาง แม้สหรัฐฯ และอิหร่านจะประกาศหยุดยิงแล้วก็ตาม
เธอระบุว่า การฟื้นกำลังการผลิตน้ำมันจำเป็นต้องอาศัยการที่เรือบรรทุกน้ำมันสามารถเข้ามารับและขนถ่ายน้ำมันดิบที่สะสมอยู่ในคลังบนฝั่งได้ตามปกติ ดังนั้น ความปลอดภัยของเส้นทางเดินเรือจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการฟื้นฟูอุปทานน้ำมันโลก