Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
ยิ้มออกจากศาล! “ทนายตั้ม” ชู 2 นิ้วโล่งใจศาลยกคำร้องถอนประกัน

ยิ้มออกจากศาล! “ทนายตั้ม” ชู 2 นิ้วโล่งใจศาลยกคำร้องถอนประกัน

30 มิ.ย. 69
16:09 น.
แชร์

ยิ้มออกจากศาล! “ทนายตั้ม” โล่งใจศาลยกคำร้องถอนประกัน แต่วางเงื่อนไขใหม่  ห้ามออกสื่อพูดคดี-พาดพิงพยาน ฟาด 3 เรื่องที่บ้านพระอาทิตย์โดนศาลตีตกหมด 

วันที่ 30 มิ.ย. 69 ที่ศาลอาญารัชดา ศาลนัดไต่สวนคำร้อง กรณีที่นาย ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน พร้อมด้วย น.ส อัจฉรา แสงขาว ทนายความของ นางจตุพร อุบลเลิศ หรือ เจ๊อ้อย ได้ยื่นศาลร้องให้ศาลเพิกถอนประกันนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม เนื่องจากได้ให้สัมภาษณ์พาดพิงพยานสำคัญในคดีนี้ โดยภายหลังเสร็จสิ้นการนัดฟังคำสั่งที่โจทก์ร่วมขอศาลถอนประกันตัวนายษิทรา ซึ่งศาลอาญาไม่ถอนประกัน“ทนายตั้ม” เเต่ออกเงื่อนไขเพิ่มเติม ห้ามออกสื่อวิจารณ์อันกระทบต่อความน่าเชื่อถือของพยานหลักฐาน อันกระทบกระบวนการพิจารณาคดีนั้น 

นายษิทรา เดินลงจากศาลด้วยสีหน้ายิ้มแย้มพร้อมชู 2 นิ้ว ก่อนให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนด้วยสีหน้าโล่งใจว่า ตนขอบคุณและดีใจที่ได้รับศาลเมตตาให้กลับไปหาครอบครัว ส่วนตัวนึกว่าวันนี้อาจจะไม่ได้กลับบ้านก็ทำใจไว้ส่วนหนึ่งแล้ว 

พร้อมสรุปผลคำสั่งศาลในประเด็นการขอถอนประกันตัว ศาลสั่งยกคำร้อง เนื่องจากยังไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะถอนประกัน พร้อมเงื่อนไขใหม่ โดยจำเลยที่ 1 ได้แถลงต่อศาลและรับปากว่าจะปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด คือ ห้ามพูดจาพาดพิงถึงองค์กรตุลาการ และกระบวนการยุติธรรมในลักษณะที่ก่อให้เกิดความเสียหาย และ ห้ามให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเกี่ยวกับเนื้อหาคดีหรือพยานในคดี เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสุ่มเสี่ยงหรือกระทบต่อรูปคดี พร้อมขอความร่วมมือสื่อมวลชนงดสัมภาษณ์เจาะลึกในประเด็นเนื้อหาคดีนับจากนี้ 

ส่วนประเด็นข้อหาดูหมิ่นศาล ศาลชี้แจงว่า หากฝ่ายโจทก์ร่วมต้องการดำเนินคดีในข้อหาดูหมิ่นศาล จะต้องไปดำเนินการฟ้องร้องตามกระบวนการเอง ไม่สามารถใช้ช่องทางให้ศาลเปิดไต่สวนในลักษณะนี้ได้ 

ขณะที่ประเด็นความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล ศาลมีคำสั่ง ยกคำร้องในส่วนนี้โดยไม่ต้องไต่สวน โดยให้เหตุผลว่า อำนาจในการลงโทษฐานละเมิดอำนาจศาลเป็นอำนาจโดยเฉพาะของศาล ซึ่งต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง ไม่ใช้อำนาจโดยล้นเกิน (ไม่ลุแก่อำนาจ) เมื่อจำเลยที่ 1 ยืนยันความบริสุทธิ์ใจที่จะไม่กระทำการใดๆ ที่สุ่มเสี่ยง และศาลได้วางเงื่อนไขชั่วคราวควบคุมไว้แล้ว จึงสมควรให้โอกาสจำเลย โดยไม่ต้องไต่สวน และยกคำร้องในส่วนนี้ สรุปว่าทั้ง 3 เรื่องที่ทางโจทก์ร่วม หรือ ผู้เฒ่า ทำมาดำเนินคดีตนถูกศาลตีตกหมด​

"ผมพอใจและซาบซึ้งในความเมตตาของศาลท่านมากครับ ศาลท่านพิจารณาตามข้อกฎหมายและความสมเหตุสมผล ไม่ได้ใช้กฎหมายแบบลุแก่อำนาจ หลังจากนี้ผมจะปฏิบัติตามเงื่อนไขอย่างเคร่งครัด ไม่พูดถึงเนื้อหาคดีนี้ออกสื่ออีก และจะเตรียมตัวไปสู้คดีในชั้นอุทธรณ์อย่างเดียวครับ"​

ทนายษิทรา กล่าวทิ้งท้ายว่า วันนี้รู้สึกโล่งใจมาก เพราะตอนแรกทำใจไว้ส่วนหนึ่งแล้วว่าจะไม่ได้กลับบ้าน ซึ่งวันนี้เป็นวันสำคัญที่ลูกๆ จบการศึกษาพอดี โดยหลังจากนี้จะรีบเดินทางไปร่วมยินดีกับครอบครัว ก่อนเดินทางกลับทันที 

ด้าน น.ส.อัจฉรา เปิดเผยว่า ผลในวันนี้ถือเป็นเครื่องพิสูจน์และยืนยันว่าคำร้องที่ยื่นไปนั้นมีมูลความจริงทั้งหมด โดยศาลได้เน้นย้ำใน 3 ประเด็นหลักๆ ประกอบด้วย ห้ามวิพากษ์วิจารณ์กระบวนการยุติธรรม ศาลมีคำสั่งวางข้อกำหนดห้ามมิให้จำเลยที่ 1 ไปออกรายการต่าง ๆ เพื่อพูดถึงพยานหลักฐานในสำนวนคดี ซึ่งมีลักษณะเป็นการทำลายน้ำหนักของคดี และห้ามพูดถึงกระบวนการยุติธรรมในเชิงเสียหาย​

นอกจากนี้ ยังห้ามยุ่งเหยิงหรือข่มขู่พยาน ซึ่งศาลเล็งเห็นว่าพฤติกรรมที่ผ่านมามีลักษณะเชิงข่มขู่ทำให้พยานเกิดความหวาดกลัว จึงมีคำสั่งห้ามจำเลยที่ 1 เข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือข่มขู่พยานบุคคลทั้ง 2 คนโดยเด็ดขาด ตักเตือนพฤติกรรมในห้องพิจารณาคดี รวมถึงกรณีที่มีการพูดจาในบัลลังก์ ศาลได้สอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งจำเลยที่ 1 ได้ยอมรับผิดและยืนยันว่าจะไม่กระทำการเช่นนี้อีก ศาลจึงให้โอกาสในการกลับตัว 

"ผลของวันนี้ปรากฏชัดแล้วในกระบวนการยุติธรรม ว่าสิ่งที่เรานำเสนอเป็นความจริง และเป็นประโยชน์ต่อสังคม เพื่อให้เห็นว่าในฐานะนักกฎหมายควรปฏิบัติตัวอย่างไร ไม่ใช่ไปแนะนำจำเลยว่าสืบพยานเสร็จแล้วศาลจะไม่นำเรื่องข่มขู่มาพิเคราะห์ ซึ่งคำสั่งนี้ถือว่าน่าพึงพอใจและจะไม่มีการอุทธรณ์ใดๆ ต่อ เพราะหากไม่มีการวางข้อกำหนดที่เคร่งครัดเช่นนี้ จำเลยก็อาจจะกระทำความผิดซ้ำไปเรื่อยๆ" 

จากนั้น นายษิทรา เบี้ยบังเกิด ทนายความชื่อดัง โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก “ษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ” ระบุว่า “เมื่อเช้าพี่ นช.สนธิฯ อุตส่าห์ให้เกียรติมาลุ้นคดีน้อง นช.ษิทราฯ ตอนบ่ายหายไปเลยไม่รู้ไมเกรนขึ้นหรือเปล่า ยังไงดูแลสุขภาพด้วยนะพี่ เรายังต้องรบกันอีกนาน อย่าพึ่งรีบตายซะก่อน!!

Advertisement

แชร์
ยิ้มออกจากศาล! “ทนายตั้ม” ชู 2 นิ้วโล่งใจศาลยกคำร้องถอนประกัน