
นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 รวม 41 ชีวิต โรงเรียนบ้านตลุกหิน ตำบลวังทับไทร อำเภอสากเหล็ก จังหวัดพิจิตร ต้องอพยพมานั่งเรียนหนังสือชั่วคราวภายใน "ล้งมะม่วง" กลางสวนของชาวบ้านเพื่อหลบแดดหลบฝน หลังจากอาคารเรียนหลังเก่าอายุเก่าแก่กว่า 50 ปี ถูกทุบรื้อถอนไปตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา แต่กลับไร้งบประมาณในการก่อสร้างอาคารหลังใหม่ตามที่เคยสัญญาไว้กับชุมชน
จากคำบอกเล่าของตัวแทนผู้ปกครองและคณะกรรมการสถานศึกษา ระบุว่า ทางโรงเรียนได้จัดประชุมชักชวนให้ผู้ปกครองยินยอมให้มีการประมูลรื้อถอนอาคารเรียน โดยอ้างว่าปลวกกัดกินจนชำรุดผุพังและได้รับอนุมัติงบประมาณสร้างอาคารใหม่ 4 ห้องเรียนแล้ว แต่เมื่อรื้อถอนเสร็จกลับพบความจริงว่าไม่มีงบประมาณส่งมาแต่อย่างใด
ในตอนแรกครูได้พานักเรียนไปกางเต็นท์เรียนและย้ายไปเรียนที่ศาลาวัดตลุกหิน แต่ถูกสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิจิตร เขต 1 (สพป.พิจิตร เขต 1) ท้วงติงว่าไม่ได้มาตรฐาน ไม่มีระบบไฟฟ้าและอินเทอร์เน็ตที่เหมาะสม จนต้องระเห็จมาเรียนที่ล้งมะม่วงของอดีตผู้ใหญ่บ้าน
นอกจากนี้ ทาง ผอ.โรงเรียน และ สพป.พิจิตร เขต 1 ยังมีแนวคิดจะให้เด็กย้ายไปเรียนที่โรงเรียนบ้านปากดง ซึ่งห่างออกไปถึง 5 กิโลเมตร ทำให้ผู้ปกครองซึ่งส่วนใหญ่มีอาชีพเกษตรกรได้รับความเดือดร้อนเรื่องการรับส่ง และหวั่นใจว่าหากย้ายเด็กออกไป โรงเรียนบ้านตลุกหินจะถูกสั่งยุบในที่สุด ชาวบ้านจึงรวมตัวร้องเรียนต่อผู้ว่าราชการจังหวัดเนื่องจากมองว่ากระบวนการรื้อถอนมีเงื่อนงำไม่โปร่งใส และล้งมะม่วงที่ใช้อยู่ก็ตั้งติดถนนใหญ่จนเสี่ยงอันตรายต่อเด็กๆ
ล่าสุด นางสาวธนียา นัยพินิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร พร้อมด้วย นายธนิต ภูมิถาวร รองผู้ว่าราชการจังหวัด, ผอ.สพป.พิจิตร เขต 1 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบล้งมะม่วงและจุดที่รื้อถอนอาคาร เพื่อร่วมประชุมหาทางออกเร่งด่วนกับชาวบ้าน
ล่าสุดได้รับความเมตตาจากเจ้าอาวาสวัดตลุกหิน ให้เด็กๆ กลับไปใช้พื้นที่ของวัดเรียนหนังสือเป็นการชั่วคราวเพื่อความปลอดภัยจากริมถนน โดยผู้ว่าฯ กำชับให้ครูบริหารจัดการปรับตัวห้ามอ้างความลำบาก
ผู้ว่าฯ ร่วมกับ ผู้นำท้องถิ่น ผู้ปกครอง และศิษย์เก่า จะนำเงินที่ได้จากการเรี่ยไรและเงินสมทบส่วนตัวมาจัดสร้างอาคารเรียนชั่วคราวให้ได้มาตรฐาน พร้อมสั่งการให้ ผอ.สพป.พิจิตร เขต 1 เร่งติดตามทวงถามงบประมาณก่อสร้างอาคารหลังใหม่ที่เคยยื่นเรื่องไปโดยเร็วที่สุด
ด้าน นางรัตนา เพ็ชรไทย กรรมการชมรม STRONG จิตพอเพียงต้านทุจริตจังหวัดพิจิตร ซึ่งลงพื้นที่สังเกตการณ์ ได้ตั้งข้อสังเกตสำคัญถึงความไม่โปร่งใสในกรณีนี้ว่า อาคารเรียนได้ถูกประมูลรื้อถอนไปเกือบ 2 เดือนแล้ว แต่จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีการชี้แจงว่าเงินที่ได้จากการประมูลรื้อถอนอาคารเรียนเป็นจำนวนเท่าไหร่ และปัจจุบันเงินนั้นอยู่ที่ใคร ซึ่งตามหลักการควรจะสามารถนำเงินจำนวนนี้ออกมาใช้เยียวยาหรือสร้างอาคารเรียนชั่วคราวให้กับเด็กๆ ได้ทันที ซึ่งทางชมรมจะติดตามประเด็นนี้อย่างใกล้ชิดต่อไป
Advertisement