
ความคืบหน้ากรณีข้อพิพาทที่ดินวัดป่าอดุลยาราม ถนนกัลปพฤกษ์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น หลังเมื่อวันที่ 10 ส.ค.ที่ผ่านมา มีกลุ่มคนนำท่อปูนซีเมนต์มาปิดกั้นบริเวณทางเข้า-ออกวัด จนพระครูอดุลสารนิเทศ อายุ 72 ปี เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม เข้าแจ้งความกับตำรวจเพื่อดำเนินคดี
ล่าสุด ( 16 ส.ค.69) เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสื่อสังคมออนไลน์ หลังมีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ชื่อ เดือน เต็มดวง โพสคลิปวิดีโอ พร้อมข้อความระบุว่า
"รู้สึกสงสารท่านจับใจกลับมาจากโรงพยาบาลหลังจากฟอกไตแล้ว คนนั้นก็โทรมาถามข่าวคนนี้ก็โทรมาถามข่าวหลวงพ่อกดดันมากค่ะวันนี้น่าเห็นใจท่านมาก ซึ่งในคลิปมีชายสามคนกำลังปลอบเจ้าอาวาสอยู่ ซึ่งเจ้าอาวาสกำลังร้องไห้อยู่ และมีเสียงผู้หญิงพูดขึ้นว่า แกกำลังกดดัน โดนกดดันทุกทาง ต่อด้วยเสียงผู้หญิงอีกคน พูดว่าหลวงพ่อขอโทษนะคะ"
เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 16 สิงหาคม 2569 นายธนากร บุญนคร หรือ นัท อายุ 33 ปี ลูกศิษย์ใกล้ชิดที่คอยดูแลเจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม เปิดเผยกับผู้สื่อข่าว ในกรณีที่พระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม เกิดอาการช็อกและต้องส่งโรงพยาบาลเมื่อคืนที่ผ่านมาว่า
ช่วงเย็นวันที่ 15 สิงหาคม ที่ผ่านมา หลวงพ่อกลับจากฟอกไต มานั่งพักในกุฏิ ก็มีกลุ่มคนที่เป็นผู้ชายอายุประมาณ 60-70 ปี เข้าไปกราบไหว้หลวงพ่อเหมือนญาติโยมที่เข้าไปปกติ พอกราบหลวงพ่อเสร็จ ชายในกลุ่มดังกล่าวก็เอ่ยตำหนิหลวงพ่อในเรื่องที่กำแพงวัดเป็นรู แล้วก็พูดซ้ำๆหลายรอบ จี้ถามๆหลายรอบจนหลวงพ่อหลุด
นัท กล่าวอีกว่า ช่วงระหว่างที่ชายรายดังกล่าว ถามซ้ำๆจี้หลวงพ่อซ้ำๆตนก็อยู่ในเหตุการณ์ด้วย แล้วชายรายดังกล่าว ก็หันมาบอกให้ตนไปตามมรรคนายก ไปตามพระที่รู้เรื่องเกี่ยวกับวัดมา ตนถูกจี้จนเกือบหลุดเช่นกัน ซึ่งคนกลุ่มนี้มากัน 3 คน มาจัดแจงนั่นนี่ โดยไม่ได้แสดงตัวว่าเป็นใคร และตนก็ไม่อยากเอ่ยถึงคนกลุ่มนี้เช่นกัน พอหลวงพ่อถูกชายกลุ่มนี้จี้ถามเรื่องกำแพงวัดเป็นรูและเรื่องวัดรกและพูดโจมตีซ้ำๆจนหลวงพ่อก็เครียด เพราะหลวงพ่อเหนื่อยมาจากการฟอกไต 4 ชม.ด้วย ทำให้หลวงพ่อเครียดจนออกซิเจนต่ำ ต้องไปโรงพยาบาล
น้องนัท กล่าวต่ออีกว่า หลังจากหลวงพ่อออกจากโรงพยาบาล หลวงพ่อได้พูดว่า ถ้าหากใครอยากให้วัดพัฒนา ก็ให้แล้วเสร็จในส่วนของขั้นตอนทางศาลไปก่อน ให้ผ่านการโอนที่ดินมาเป็นชื่อวัดก่อนแล้วหลวงพ่อจะพาพัฒนาวัดเอง อย่ามาพูดมาสั่งอย่ามาหวังดีเลย ก็ต้องยอมรับว่ามีผู้หวังดีและอยากพัฒนาวัดเยอะมาก ซึ่งหลวงพ่อก็ยืนยันว่าให้ผ่านช่วงนี้ไปก่อน และศาลฏีกาตัดสินที่ดินเป็นของวัด และโอนที่ดินมาเป็นชื่อวัด แล้วหลวงพ่อจะพาพัฒนาเอง และหลวงพ่อก็ไม่ได้มองว่าเขาประสงค์ร้าย เพราะเชื่อว่าเขาน่าจะประสงค์ดี
นัท ยังกล่าวย้ำว่า หลวงพ่อเคยบอกไว้ว่า หลวงพ่ออยู่ในที่สว่าง เขาอยู่ในที่มืด หลวงพ่อไม่รู้ว่าใครหวังดีหรือไม่หวังดี ไม่มีใครรู้ เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นในกุฏิหลวงพ่อแบบเมื่อคืนที่ผ่านมา ทางวัดก็จะเริ่มคัดกรองคนที่จะเข้าพบกราบไหว้หลวงพ่อ โดยจะเปิดประตูกุฏิหลวงพ่อเป็นเวลา รวมถึงอาจจะต้องสอบถามว่าเป็นใครมาจากไหนบ้าง และจะมีคนตามเข้าไปในขณะที่เข้าพบหลวงพ่อด้วย เพื่อป้องกันการถ่ายภาพที่ไม่เหมาะสมและลูกศิษย์จะเป็นฝ่ายถ่ายภาพให้ รวมถึงการถามใช้คำพูดที่ไม่ดี และไม่อยากให้ถามเรื่องคดี เพราะถ้าใครอยากรู้ก็ให้ไปถามทนายจะดีกว่า เกรงหลวงพ่อจะเครียดอีก
ขอบคุณภาพ : เดือน เต็มดวง
Advertisement