Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
ภาษีทรัมป์เสี่ยงล่ม! เมื่อศาลอุทธรณ์ตัดสินว่าทรัมป์ใช้อำนาจเกินขอบเขต
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

ภาษีทรัมป์เสี่ยงล่ม! เมื่อศาลอุทธรณ์ตัดสินว่าทรัมป์ใช้อำนาจเกินขอบเขต

30 ส.ค. 68
13:53 น.
แชร์

ศาลอุทธรณ์สหรัฐฯมีคำตัดสินที่สะเทือนวงการการค้าโลก หลังชี้ว่า ภาษีนำเข้าจำนวนมากที่โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เป็นผู้ประกาศใช้ต่อประเทศต่างๆไม่ชอบด้วยกฎหมาย 

เหตุผลสำคัญคือ ทรัมป์ใช้อำนาจ เกินขอบเขตโดยอ้างกฎหมายว่าด้วย “ภาวะฉุกเฉินเศรษฐกิจระหว่างประเทศ” (IEEPA) เพื่อเก็บภาษีอย่างกว้างขวาง ซึ่งตามรัฐธรรมนูญแล้ว อำนาจกำหนดภาษีถือเป็นหน้าที่หลักของสภาคองเกรส ไม่ใช่อำนาจที่ประธานาธิบดีสามารถใช้อย่างลอยตัวได้

คำตัดสินนี้ออกมาในรูปแบบเสียงข้างมาก 7 ต่อ 4 และแม้ศาลจะเห็นว่าภาษีดังกล่าวไม่ถูกต้อง แต่ศาลอุทธรณ์ได้สั่ง ชะลอการบังคับใช้คำตัดสินจนถึงวันที่ 14 ตุลาคม เพื่อเปิดโอกาสให้ฝ่ายบริหารของทรัมป์สามารถยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาได้ 

นี่เป็นครั้งที่ 2 แล้วที่ทรัมป์แพ้ในศาล

คดีนี้มีชื่อว่า V.O.S. Selections v. Trump ถือเป็นความพ่ายแพ้ครั้งที่สองติดต่อกันของทรัมป์ในคดีเดียวกัน ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนพฤษภาคม ศาลการค้าระหว่างประเทศ (Court of International Trade) ก็เคยตัดสินไปแล้วว่า การใช้ IEEPA เพื่อประกาศ “ภาษีตอบโต้” (Reciprocal Tariffs) รวมถึงภาษี “Liberation Day” ของทรัมป์นั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ดังนั้น การที่ศาลอุทธรณ์ยืนยันแนวทางนี้อีกครั้ง ยิ่งทำให้นโยบายภาษีของทรัมป์สั่นคลอนอย่างหนัก

จุดเริ่มต้นของคดีเกิดจาก 12 มลรัฐนำโดยพรรคเดโมแครต และบรรดาธุรกิจขนาดเล็กในสหรัฐฟฯ ยื่น ฟ้องทรัมป์ว่า ใช้อำนาจเกินขอบเขตและถือเป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญอีกด้วย 

แนวทางการต่อสู้ของทรัมป์

ทรัมป์ตอบโต้ทันทีหลังคำตัดสิน โดยโพสต์บน Truth Social โจมตีศาลอุทธรณ์ว่า “เต็มไปด้วยอคติทางการเมือง” พร้อมยืนยันว่า ศาลฎีกาจะเข้าข้างเขาแน่นอน เขาย้ำว่า หากภาษีเหล่านี้ถูกยกเลิก สหรัฐฯ จะเผชิญ “หายนะอย่างสิ้นเชิง” และอาจถึงขั้น “ทำลายประเทศ”

ขณะที่ทำเนียบขาวยังคงยืนกรานว่า ภาษีดังกล่าวยังมีผลบังคับใช้ และเชื่อมั่นว่าท้ายที่สุดแล้ว ฝ่ายทรัมป์จะชนะคดีนี้

อนาคตการค้าโลกยังสั่นคลอน

การค้าระหว่างประเทศที่มีมูลค่าหลายล้านล้านดอลลาร์กำลังถูกดึงเข้าสู่ข้อพิพาททางกฎหมายครั้งนี้ หากมีคำตัดสินสุดท้ายให้เพิกถอนภาษีของทรัมป์จริง จะทำให้ ข้อตกลงการค้าหลายฉบับที่ทรัมป์หมายมั่นปั้นมือไว้อย่างมากต้องสั่นคลอนหรือพังทลายลง และฝ่ายบริหารก็จะต้องเผชิญกับแรงกดดันให้คืนเงินภาษีที่ได้เก็บไปแล้วอีกด้วย 

ดังนั้นคดีนี้ไม่ได้มีแค่ประเด็นทางกฎหมายเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงทิศทางการค้าระหว่างประเทศในอนาคต หากศาลฎีกาตัดสินยืนตามศาลอุทธรณ์จริง ภาษีที่ทรัมป์ใช้เป็นเครื่องมือกดดันคู่ค้าจะต้องถูกยกเลิก ส่งผลให้ โครงสร้างการค้าโลกอาจเปลี่ยนไปอีกครั้ง

ดร.พิพัฒน์ มอง  IEEPA ไม่ใช่ “ใบเบิกทาง” สำหรับภาษีนำเข้าถาวร

ด้าน ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตรชัย  หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร  แสดงความเห็นผ่าน. FB เกี่ยวกับกรณีกระบวนการของกฏหมายกำลังสั่นคลอนภาษีทรัมป์ดังนี้ 

ศาลอุทธรณ์เบรกทรัมป์: IEEPA ไม่ใช่ “ใบเบิกทาง” สำหรับภาษีนำเข้าถาวร
ดราม่าเอย จบซับซ้อนยิ่งขึ้น นี่คือฉากหนึ่งของ การคานอำนาจในรัฐธรรมนูญสหรัฐ —ฝ่ายบริหารอยากใช้อำนาจเต็มมือ แต่ถูกศาลเข้ามา “เบรก” ไว้ เพื่อรักษาอำนาจตั้งภาษีนำเข้าให้เป็นสิทธิของสภาคองเกรส 

งานนี้ไม่ได้จบง่ายๆ แน่นอนเพราะสิ่งที่ถูกหยุดคือ นโยบายภาษีหลักของทรัมป์เอง
ศาลอุทธรณ์กลางของสหรัฐฯ (Federal Appeal Court) มีคำตัดสินในคดี V.O.S. Selections v. Trump โดย ยืนยันตามศาลชั้นต้น ว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ ไม่มีอำนาจตามกฎหมาย IEEPA (International Emergency Economic Powers Act) ที่จะออกคำสั่งเก็บภาษีนำเข้ากับเกือบทุกประเทศในโลกแบบไม่มีกำหนดเวลา

ศาลอุทธรณ์มองยังไง?
ศาลชี้ว่าเจตนารมณ์ของ IEEPA คือ รับมือภัยฉุกเฉินเฉพาะหน้า เช่น การคว่ำบาตรผู้ก่อการร้าย การแช่แข็งทรัพย์สินต่างชาติ หรือการห้ามขนส่งสินค้าบางชนิด

คำว่า “regulate imports” ในกฎหมาย ไม่ได้หมายถึงการสร้างตารางภาษีนำเข้าใหม่ทั้งระบบ เพราะการจัดเก็บภาษีเป็นหน้าที่ของสภาคองเกรส

พูดสั้นๆ คือ IEEPA เป็น emergency tool ไม่ใช่ trade law และไม่ใช่ shortcut ที่ประธานาธิบดีจะใช้เลี่ยงสภาได้

แล้วต่อไปจะเกิดอะไรขึ้น?

1. เรื่องนี้ถึงครูสมศรีแน่นอน คดีนี้เป็นหัวใจของนโยบายเศรษฐกิจที่ทรัมป์ใช้หาเสียง การขึ้นศาลสูงสุด (Supreme Court) จึงเลี่ยงไม่ได้

2. ระหว่างนี้ภาษีอาจจะยังอยู่ต่อแม้ศาลอุทธรณ์จะบอกว่า IEEPA ใช้ไม่ได้ แต่ศาลก็ออก administrative stay ทำให้ภาษีของทรัมป์ ยังบังคับใช้ต่อไปจนกว่าคดีจะถึงที่สุด ศาลฎีกาก็มีแนวโน้มสูงที่จะทำแบบเดียวกัน เพื่อเลี่ยงความปั่นป่วน เช่น หากยกเลิกภาษีวันนี้ แต่ปีหน้าศาลกลับคำ ทุกอย่างจะปั่นป่วนสองรอบ

3. ถ้าศาลฎีกายืนตามศาลอุทธรณ์ ไม่ได้แปลว่าภาษีจะหายไปเลยทันที เพราะทรัมป์ยังมี กฎหมายการค้าอื่นๆ ในมือ เช่น

 • Section 232 (อ้างความมั่นคงแห่งชาติ)

 • Section 301 (ตอบโต้การค้าไม่เป็นธรรม)

เพียงแต่การใช้กฎหมายเหล่านี้ ซับซ้อนและต้องผ่านขั้นตอนมากกว่า ต่างจาก IEEPA ที่สามารถออกคำสั่งได้ทันที ทำให้การดำเนินนโยบาย “reciprocal tariffs” ยากขึ้นและช้าลง
แปลว่าการค้าโลกยังต้องแบกรับภาษีของทรัมป์ต่อไปในระหว่างที่คดียังไม่สิ้นสุด ความไม่แน่นอนยังอยู่เต็มๆ ถ้าศาลฎีกายืนตาม จะเป็นการย้ำว่า ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ไม่สามารถใช้กฎหมายฉุกเฉินเปลี่ยนนโยบายการค้าได้ตามใจ แต่ก็ไม่ใช่ว่าภาษีจะหายไป เพราะยังมี Section 232 และ 301 ที่เป็น “ช่องทางสำรอง” อยู่

นอกจากนี้เรื่องนี้เป็นเรื่องดราม่าทางการเมืองแน่นอน ฝ่ายสนับสนุนทรัมป์อาจใช้เรื่องนี้โจมตีว่า “ศาลขัดขวางการปกป้องอเมริกา” ขณะที่ฝ่ายตรงข้ามมองว่านี่คือชัยชนะของระบบถ่วงดุลอำนาจ

ไปไงต่อ
คดีนี้ไม่ได้เป็นแค่เรื่องของ “ตัวเลขภาษี” แต่สะท้อนภาพใหญ่ของ การเมืองการค้าในศตวรรษที่ 21—การต่อสู้ระหว่างอำนาจฝ่ายบริหารที่ต้องการความยืดหยุ่นเต็มมือ กับระบบกฎหมาย–สภาที่พยายามรักษากติกาไว้ และศาลกลายเป็น “ด่านสุดท้าย” ในการตีความว่าขอบเขตอำนาจอยู่ตรงไหน

คำถามคือ… ถ้าศาลฎีกายืนตามศาลอุทธรณ์จริง โลกการค้าจะสงบลง หรือเพียงแค่บังคับให้ทรัมป์เปลี่ยนสนามไปใช้อาวุธทางกฎหมายอื่น? และถ้าศาลกลับคำ เปิดไฟเขียวให้ IEEPA ใช้เก็บภาษีได้ถาวรจริง ๆ นั่นจะเป็นการเปลี่ยนโฉมอำนาจประธานาธิบดีอเมริกันครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งเลยทีเดียว

อ้างอิงข้อมูล  : CNBC , Bloomberg, FB ดร.พิพัฒน์

แชร์
ภาษีทรัมป์เสี่ยงล่ม! เมื่อศาลอุทธรณ์ตัดสินว่าทรัมป์ใช้อำนาจเกินขอบเขต