
ถ้อยแถลงล่าสุดของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ คล้ายเป็นการส่งสัญญาณว่า สงครามอิหร่านอาจจะยืดเยื้อยาวนานออกไปอีก หลังทรัมป์เผยว่า สหรัฐฯ กำลังมองหาช่องทางในการเข้ายึดน้ำมันอิหร่าน
Spotlight ชวนวิเคราะห์ว่า การที่สหรัฐฯ ทำเช่นนั้นจะผิดกฎหมายระหว่างประเทศอะไร เพราะมีกฎหมายสากลที่กำหนดกล่าวถึงอธิปไตยหรือความเป็นเจ้าของในทรัพยากรภายในประเทศนั้น ๆ อย่างชัดเจน
โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดเผยว่า สหรัฐฯ กำลังมองหาช่องทางในการเข้ายึดอุตสาหกรรมน้ำมันของอิหร่าน ซึ่งคำพูดดังกล่าวอาจจะหมายความว่า สหรัฐฯ อาจจะทำสงครามนานออกไปอีกหน่อย
ทรัมป์โพสต์ข้อความลงบนโซเชียลมีเดียเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2569 ว่า ด้วยเวลานานกว่านี้อีกหน่อย เราจะสามารถเปิดช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างง่ายดาย และยึดน้ำมัน
อย่างไรก็ตาม ยังไม่ทราบแน่ชัดว่า สหรัฐฯ จะเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างไร หลังอิหร่านปิดขวางเส้นทางดังกล่าว นับตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน และส่งผลทำให้ราคาเชื้องเพลิงทั่วโลกทะยานขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ทรัมป์ให้คำมั่นมาหลายสัปดาห์แล้วว่า สหรัฐฯ จะเปิดช่องแคบฮอร์มุซเร็ว ๆ นี้ แต่หนึ่งเดือนผ่านมา เส้นทางขนส่งน้ำมันดังกล่าวก็ดูคล้ายจะถูกปิดตาย มีเรือขนส่งเพียงไม่กี่ลำที่เดินทางผ่านได้ โดยล่าสุด ทรัมป์ก็แก้ปัญหาด้วยการสั่งให้เรือของกองทัพสหรัฐฯ จะช่วยคุ้มครองในการเดินทางผ่านช่องแคบดังกล่าว
แต่กองทัพสหรัฐฯ ยอมรับว่า ยังไม่พร้อมที่จะอารักขาเรือที่แล่นช้ามาก ๆ ผ่านเส้นทางดังกล่าว เพราะเรือเหล่านั้นสามารถตกเป็นเป้าของโดรนและขีปนาวุธอิหร่านได้ง่าย
ภายใต้หลักกฎหมายระหว่างประเทศว่าด้วย “อธิปไตยถาวรเหนือทรัพยากรธรรมชาติ” ซึ่งสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติรับรองเมื่อปี 1962 ทรัพยากรอย่างน้ำมันและแร่ธาตุ ถือเป็นของประเทศที่ทรัพยากรนั้นตั้งอยู่
มติดังกล่าวระบุว่า “การใช้สิทธิอธิปไตยของประชาชนและชาติ เหนือทรัพยากรธรรมชาติของตน จะต้องดำเนินไปบนพื้นฐานของความเคารพซึ่งกันและกัน ระหว่างรัฐที่มีความเท่าเทียมกันในอธิปไตย”
อย่างไรก็ตาม โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ได้แสดงท่าทีอย่างต่อเนื่องว่า ต้องการ “ยึดน้ำมัน” จากประเทศที่สหรัฐฯ เข้าไปมีบทบาททางทหาร ไม่ว่าจะเป็นอิรักหรือเวเนซุเอลา
แม้จะเผชิญแรงกดดันอย่างหนัก ทั้งจากการลอบสังหารเจ้าหน้าที่ระดับสูง และการโจมตีทางอากาศจากสหรัฐฯ และอิสราเอล แต่โครงสร้างอำนาจของอิหร่านยังคงอยู่ และยังสามารถควบคุมทรัพยากรธรรมชาติของประเทศได้
ขณะเดียวกัน ยังไม่มีข้อมูลยืนยันอย่างเป็นทางการว่า สหรัฐฯ มีกำลังทหารภาคพื้นดินในอิหร่าน
และทรัมป์เองก็ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดว่า จะดำเนินการควบคุมน้ำมันของอิหร่านอย่างไร
อย่างไรก็ตาม ในสหรัฐฯ เวลานี้ ประชาชนเริ่มออกมาแสดงความไม่พอใจและไม่เห็นด้วยกับการทำสงครามในอิหร่าน เพราะในช่วงเริ่มต้นของความขัดแย้ง รัฐบาลสหรัฐฯ เคยประเมินว่า สงครามจะใช้เวลาเพียง 4-6 สัปดาห์
แต่ล่าสุด สงครามกำลังเข้าสู่สัปดาห์ที่ 6 ท่ามกลางความไม่แน่นอนที่ยังคงดำเนินต่อไป