
ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่กำลังดำเนินอยู่ เป็นอุปสรรคสำคัญต่ออุตสาหกรรมการบินทั่วโลก เนื่องจากสนามบินในภูมิภาคนี้เป็นศูนย์กลางการบินระดับโลกที่สำคัญ รองรับปริมาณการจราจรทางอากาศประมาณ 10% ของโลก การปิดน่านฟ้าและความเสียหายของโครงสร้างพื้นฐานด้านการบิน จึงส่งผลกระทบต่อเส้นทางการบินระหว่างยุโรปกับเอเชีย รวมถึงการเชื่อมต่อทั่วโลก
นอกจากการหยุดชะงักของการดำเนินงานแล้ว ความขัดแย้งยังส่งผลกระทบต่ออุปสงค์ ผ่านราคาน้ำมันที่ปรับสูงขึ้น และความกังวลด้านความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น ซึ่งกระตุ้นให้ผู้โดยสารบางส่วนเลื่อนหรือยกเลิกการเดินทาง หรือเปลี่ยนไปใช้เส้นทางที่สั้นลง
ทริสเรทติ้งวิเคราะห์ว่า การลดลงของการเดินทางระยะไกล ประกอบกับค่าโดยสารเครื่องบินที่สูงขึ้น ชี้ให้เห็นถึงสภาพแวดล้อมด้านอุปสงค์ที่ท้าทายในช่วงที่เหลือของปี โดยเห็นได้ชัดในเส้นทางที่มีอุปทานจำกัด เช่น กรุงเทพฯ–ยุโรป ซึ่งค่าโดยสารเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา
ขณะเดียวกัน สายการบินบางแห่งในเอเชียอาจได้รับผลดีในระยะสั้น จากการที่ผู้โดยสารเปลี่ยนเส้นทางมาใช้เครือข่ายของสายการบินเหล่านั้น (บินต่อเครื่อง) ท่ามกลางกำลังการบินที่ตึงตัว
สำหรับอุตสาหกรรมการบินในประเทศไทยยังอยู่ระหว่างการฟื้นตัว จำนวนผู้โดยสารทางอากาศระหว่างประเทศรวมที่ท่าอากาศยานของท่าอากาศยานไทย (AOT) ในปี 2568 เพิ่มขึ้น 0.1% จากปีก่อนหน้า เป็น 76.7 ล้านคน ซึ่งยังต่ำกว่าระดับก่อนการระบาดของโควิด-19 (ปี 2562) ซึ่งอยู่ที่ 85.8 ล้านคน ราว 10%
ทริสเรทติ้งมองว่า หากความขัดแย้งในตะวันออกกลางยืดเยื้อ จะกระทบต่อการเชื่อมต่อทางอากาศ ดันราคาน้ำมันให้สูงขึ้น และกดดันกำลังซื้อของภาคครัวเรือน ซึ่งจะบั่นทอนความเชื่อมั่นในการเดินทาง และเป็นอุปสรรคต่อการฟื้นตัว
ในด้านจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ ทริสเรทติ้งประเมินว่า ความขัดแย้งส่งผลกระทบทั้งตลาดระยะไกลและระยะใกล้ แต่ในระดับที่แตกต่างกัน โดยคาดว่าตลาดระยะใกล้จะช่วยบรรเทาผลกระทบจากการหดตัวของนักท่องเที่ยวระยะไกล
ภายใต้สมมติฐานที่ความขัดแย้งยืดเยื้อ 3 เดือน จำนวนนักท่องเที่ยวระยะไกลที่เดินทางเข้าประเทศไทย (รวมยุโรป 71% และตะวันออกกลาง 6%) อาจลดลงประมาณ 4% จากปีก่อนหน้า
หากสถานการณ์ยืดเยื้อนานกว่า 6 เดือน ผลกระทบจะรุนแรงขึ้น โดยจำนวนนักท่องเที่ยวระยะไกลอาจลดลงประมาณ 8% จากปีก่อนหน้า เนื่องจากความไม่แน่นอนที่ยืดเยื้อจะบั่นทอนความเชื่อมั่น และทำให้ผู้เดินทางรับภาระค่าโดยสารที่สูงขึ้นได้ยากขึ้น
ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวระยะใกล้ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน แม้จะได้รับผลจากการปิดน่านฟ้าน้อยกว่า แต่ค่าโดยสารที่เพิ่มขึ้นจะยังคงกดดันผู้โดยสารที่อ่อนไหวต่อราคา อย่างไรก็ตาม คาดว่าผลกระทบจะน้อยกว่าตลาดระยะไกลอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากระยะทางที่สั้นกว่า การแข่งขันด้านราคาที่สูงกว่าในกลุ่มสายการบินต้นทุนต่ำ และความยืดหยุ่นในการปรับเปลี่ยนเวลาเดินทางหรือจุดหมายปลายทางภายในภูมิภาคที่ทำได้ง่ายกว่าการบินระยะทางไกล
ภายใต้สถานการณ์ที่ท้าทายนี้ ทริสเรทติ้งมองว่า การฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวชาวจีน และการเติบโตต่อเนื่องของนักท่องเที่ยวชาวอินเดีย จะช่วยลดแรงกดดันด้านลบได้ แม้ยังไม่สามารถชดเชยช่องว่างได้ทั้งหมดในระยะใกล้
ขณะเดียวกัน อุปสงค์ในประเทศกำลังเข้ามาช่วยชดเชย โดยจำนวนผู้โดยสารทางอากาศภายในประเทศสูงกว่าระดับก่อนโควิด-19 แล้วตั้งแต่ปี 2567 และในปี 2568 ก็เพิ่มขึ้น 8.9% จากปีก่อนหน้า ซึ่งสอดคล้องกับการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวภายในประเทศ
ในปี 2569 ทริสเรทติ้งคาดว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐจะช่วยหนุนอุปสงค์เพิ่มเติม โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) มีแผนเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาโครงการตั๋วเครื่องบินไป-กลับภายในประเทศฟรีสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ควบคู่กับมาตรการอีกชุดหนึ่งสำหรับคนไทย ดังนั้น เส้นทางบินภายในประเทศ ซึ่งได้รับผลกระทบจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์น้อยกว่า อาจได้รับประโยชน์จากนักท่องเที่ยวที่เลือกเลื่อนหรือเปลี่ยนการเดินทางระหว่างประเทศ
สายการบินหลักของไทยได้ทยอยขยายฝูงบินตั้งแต่ต้นปี 2569 โดยคาดว่าจำนวนเครื่องบินรวมจะเพิ่มเป็น 284 ลำ หรือเติบโต 12% จากปีก่อนหน้า
ทริสเรทติ้งมองว่า การขยายตัวดังกล่าวเกิดขึ้นในจังหวะที่มีความเปราะบาง เนื่องจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางทำให้อุปสงค์ชะลอลง ดังนั้น การเพิ่มกำลังการบินอย่างรวดเร็วอาจทำให้การแข่งขันรุนแรงขึ้น และทำให้การรักษาระดับค่าโดยสารที่เพิ่มขึ้นเพื่อชดเชยต้นทุนเชื้อเพลิงทำได้ยากขึ้น แม้สายการบินจะสามารถเลื่อนรับมอบเครื่องบินได้ แต่แรงกดดันจากกำลังการบินส่วนเกินยังคงเป็นข้อกังวลในระยะสั้น
ในด้านโอกาส สายการบินในไทยอาจได้รับการชดเชยบางส่วนจากการปรับเส้นทางบินที่หลีกเลี่ยงน่านฟ้าตะวันออกกลาง โดยเครื่องบินที่จัดสรรเส้นทางใหม่สามารถรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นได้ แต่ข้อจำกัดด้านสล็อตการบินทั้งต้นทางและปลายทางจะจำกัดความเร็วในการปรับตารางบิน และจำกัดศักยภาพในการเติบโต
ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นหลังความขัดแย้งในตะวันออกกลางปะทุ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อโครงสร้างต้นทุนของสายการบิน ซึ่งทริสเรทติ้งระบุว่า ต้นทุนน้ำมันอากาศยานเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ผันผวนมากที่สุด และเป็นหนึ่งในปัจจัยฉุดรั้งผลกำไรที่สำคัญ โดยในอดีตที่ผ่านมา สัดส่วนต้นทุนน้ำมันเคยสูงถึงประมาณ 40% ของต้นทุนทั้งหมดในช่วงที่ราคาน้ำมันอากาศยานปรับขึ้นสูง
อย่างไรก็ตาม การแทรกแซงของรัฐบาลอาจช่วยบรรเทาผลกระทบให้กับสายการบินได้ การลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันอากาศยานสำหรับเที่ยวบินภายในประเทศ ซึ่งคล้ายกับมาตรการที่เคยใช้ในช่วงโควิด-19 และยังคงเป็นเครื่องมือทางนโยบายที่อาจช่วยบรรเทาต้นทุนของสายการบินได้บางส่วน หากสถานการณ์เลวร้ายลงไปอีก
ทริสเรทติ้งมองว่า แม้สายการบินจะสามารถชดเชยต้นทุนบางส่วนผ่านค่าธรรมเนียมเชื้อเพลิง แต่การแข่งขันที่สูงจำกัดความสามารถในการผลักภาระต้นทุนไปยังผู้โดยสาร ทั้งนี้ ภายใต้สถานการณ์ความขัดแย้ง 3 เดือน คาดว่าค่าโดยสารเฉลี่ยอาจเพิ่มขึ้นราว 10%-15% ต่อปี
ในระยะสั้น ความต้องการเดินทางมีแนวโน้มทรงตัว เนื่องจากผู้โดยสารที่วางแผนล่วงหน้ามักไม่ยกเลิกการเดินทาง ซึ่งช่วยพยุงรายได้ของสายการบินชั่วคราว อย่างไรก็ตาม ผู้โดยสารที่อ่อนไหวต่อราคาอาจเลื่อนการเดินทาง เปลี่ยนไปจุดหมายปลายทางที่ราคาต่ำกว่า หรือเปลี่ยนจากเส้นทางบินระยะไกลเป็นเส้นทางระยะใกล้ ซึ่งทั้งหมดนี้จะส่งผลให้รายได้ของสายการบินลดลง
ทริสเรทติ้งยังไม่คาดว่าค่าโดยสารที่สูงจะยืนอยู่ได้นาน เมื่ออุปสงค์ปรับเปลี่ยน สายการบินจะต้องปรับราคาลงเพื่อรักษาอัตราการบรรทุกผู้โดยสาร ทำให้ช่วงเวลาที่อัตรากำไรได้อานิสงส์จากค่าโดยสารสูงมีจำกัด
นอกจากค่าธรรมเนียมเชื้อเพลิงแล้ว สายการบินยังพึ่งพารายได้เสริมมากขึ้นเรื่อย ๆ เช่น ค่าเลือกที่นั่ง ค่าธรรมเนียมสัมภาระ และการอัปเกรดบนเครื่อง เพื่อรักษาระดับกำไรเมื่อราคาค่าโดยสารหลักลดลง เนื่องจากรายได้เสริมเหล่านี้เป็นแหล่งรายได้ที่ค่อนข้างคงที่ จึงกลายเป็นเกราะป้องกันที่สำคัญต่อความผันผวนของราคาค่าโดยสาร