จากสงครามและความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ลากยาวตั้งแต่ต้นปี สร้างความปั่นป่วนให้แก่เศรษฐกิจโลกเป็นอย่างหนัก โดยเฉพาะราคาน้ำมัน ที่เป็นต้นทุนหลักของอุตสาหกรรมการบิน ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการยกเลิกและต้องปรับเปลี่ยนเส้นทางบิน ซึ่งนำไปสู่ต้นทุนที่เพิ่มขึ้น และสุดท้ายส่งผลให้ราคาตั๋วเครื่องบินแพงขึ้นสำหรับผู้โดยสาร
แต่ล่าสุดกลุ่มบริษัทเอมิเรตส์ ได้เปิดเผยผลประกอบการ (สิ้นสุด ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569) สร้างสถิติผลประกอบการสูงสุด ทั้งด้านผลกำไร รายได้ และสถานะเงินสด ท่ามกลางความท้าทายและความผันผวน
- มีกำไรสุทธิก่อนหักภาษี (PBT) อยู่ที่ 6.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 7% จากปีที่ผ่านมา พร้อมอัตรากำไรก่อนหักภาษีที่ 16.2%
- รายได้รวมของกลุ่มบริษัทอยู่ที่ 4.10 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 3% จากปีที่ผ่านมา
- มีระดับสินทรัพย์เงินสดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1.62 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 12% จากปีที่ผ่านมา
- EBITDA อยู่ที่ 1.12 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนถึงศักยภาพการดำเนินธุรกิจและความสามารถในการทำกำไรที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง
ส่องความสำเร็จของ ‘เอมิเรตส์’ สายการบินทำกำไรสูงที่สุดในโลก
- เปิดให้บริการ 4 จุดหมายปลายทางใหม่ ได้แก่ดานัง (Da Nang), หางโจว (Hangzhou), เสียมราฐ (Siem Reap) และ เซินเจิ้น (Shenzhen) พร้อมเพิ่มความถี่เที่ยวบินในเส้นทางเดิมเพื่อตอบสนองต่อความต้องการเดินทางที่เพิ่มสูงขึ้น
- มีเครือข่ายเส้นทางบินของสายการบินครอบคลุม 152 เมือง ใน 80 ประเทศทั่วโลก และขยายความร่วมมือกับพันธมิตรสายการบิน ผ่านข้อตกลง codeshare จำนวน 32 ราย รวมถึงพันธมิตรด้านการเชื่อต่อเที่ยวบิน (interline partners) อีก 117 ราย เพื่อเชื่อมต่อสู่จุดหมายปลายทางกว่า 1,700 เมือง
- รับมอบเครื่องบิน Airbus A350 จำนวน 15 ลำ ส่งผลให้ในวันที่ 31 มีนาคมเอมิเรสต์ มีเครื่องบิน Airbus A350 ให้บริการรวม 19 ลำ ครอบคลุม 21 จุดหมายปลายทางทั่วโลก
- ประกาศความร่วมมือกับ Starlink เพื่อติดตั้งระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงบนเครื่องบินทั่วฝูงบิน และติดตั้งบนเครื่องบิน 21 ลำ
- โครงการปรับปรุงห้องโดยสารบนเครื่องบิน มูลค่า 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีเครื่องบินจำนวน 91 ลำ ที่ผ่านการปรับปรุงห้องโดยสารครั้งใหญ่เรียบร้อยแล้ว
- ขนส่งสินค้ารวม 2.4 ล้านตันทั่วโลก เพิ่มขึ้น 3% จากปี ที่ผ่านมา โดย แผนกขนส่งสินค้าของสายการบินยังได้ขยายเครือข่ายเส้นทางบินสำหรับเครื่องบินขนส่งสินค้า (freighter network) ครอบคลุม 44 จุดหมายปลายทาง
ชีค อาห์เหม็ด บิน ซาอีด อัล มักตูม ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเอมิเรตส์และ กลุ่มบริษัทเอมิเรตส์ กล่าวถึงแนวโน้มธุรกิจในปี 2026 - 2027 เพิ่มเติมว่า “ปัจจัยพื้นฐานทางธุรกิจของเรายังคงแข็งแกร่ง โมเดลธุรกิจที่ได้รับการพิสูจน์แล้วของกลุ่มบริษัทเอมิเรตส์ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง เช่นเดียวกับบทบาทของดูไบในฐานะศูนย์กลางสำคัญของการค้า การเดินทาง และเศรษฐกิจโลก ขณะที่ความมุ่งมั่นของเราในการก้าวสู่การเป็นองค์กรที่ดีที่สุดในโลก และการสร้างคุณค่าให้กับผู้คนทั่วโลก ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง”