
วันที่ 30 มิ.ย. 69จากกรณี สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า หญิงชาวไทยวัย 26 ปี ซึ่งเป็นพนักงานสายการบิน ถูกตั้งข้อหาลักลอบนำเข้าเฮโรอีนมากกว่า 1 กิโลกรัม ที่สนามบินเมลเบิร์น เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. 69 ซึ่งกระเป๋าเดินทาง 12 ใบของเธอถูกตรวจสอบ โดยเจ้าหน้าที่กองกำลังพิทักษ์ชายแดนออสเตรเลีย (ABF) พบเฮโรอีนอยู่ประมาณ 500,000 ดอลลาร์
ต่อมา ศาลมีคำสั่งไม่ให้ประกันตัวหญิงชาวไทยคนดังกล่าว และมีกำหนดขึ้นศาลแขวงเมลเบิร์นอีกครั้งในวันที่ 14 ก.ย. 69 ตามที่มีการนำเสนอข่าวไปก่อนหน้านี้
ต่อมาเฟซบุ๊กเพจ “First Class Hunter” โพสต์ข้อความถึงกรณีดังกล่าวว่า พีคแบบพีคที่สุด สงสารสายการบินจากใจ
แอดว่านี่คือเหตุการณ์ที่รุนแรง แบบไม่สามารถให้อภัยได้ แถลงการณ์จากตำรวจฝั่งออสฯ หนักแน่นมาก เนื้อหาล้วนๆ ทำให้แถลงการณ์ของเราก่อนหน้า ดูแบบจะว่าเรื่องนี้เป็นการกระทำส่วนบุคคลทั้งหมด ก็อาจจะไม่ถูกนะ ลองวิเคราะห์ดู
1. ผู้ต้องหา คือ พนักงาน คุณป้า ใช่หรือไม่?
2. เครื่องที่ถูกใช้ ก็คือเครื่องของสายการบินเราใช่หรือไม่?
3. สนามบินที่ต้นทาง ก็คือBKK ใช่หรือไม่?
ถ้าคำตอบคือ ใช่ ทั้งหมด คำถามคือ ต่อให้เป็นการกระทำของบุคคล แล้วเราปล่อยให้เกิดเรื่องแบบนี้ได้ยังไง? สายการบินคือเสี่ยงโดนแบนมาก ใครมีตั๋วไปออส ก็คงร้อนๆ หนาวๆ ผู้บริหารตอนนี้คงปวดหัวหนัก ภาพลักษณ์ที่สั่งสมมา ทำให้แบรนด์ตอนนี้ คือแบบ เราไม่รู้เลยว่า เหตุการณ์นี้จะถูกขยายผลไปอีกแค่ไหน เช่น คุณทำมากี่ครั้ง? มีใครในขบวนการนี้? อย่างไรก็ตาม พวกเราก็ไม่ควรด่วนตัดสิน ให้เรื่องราวเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม
ขอสรุปแถลงการณ์จากฝั่งออส (เนื้อหาจากกรรมกรข่าว)
1. ผู้ต้องหาเป็นหญิงชาวไทยวัย 26 ปี ซึ่งอยู่ระหว่างการปฏิบัติหน้าที่บนเที่ยวบินระหว่างประเทศ เดินทางมาถึงสนามบินเมลเบิร์น เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2569
2. เธอถูกเจ้าหน้าที่กองกำลังชายแดนออสเตรเลีย (ABF) เรียกตรวจสัมภาระ
3. เจ้าหน้าที่ ABF พบสิ่งผิดปกติภายในกระเป๋าผ้า (tote bag) จำนวน 12 ใบ เมื่อตรวจอย่างละเอียด พบผงสีขาวซุกซ่อนอยู่ตามซับในของกระเป๋า ซึ่ง คือ "เฮโรอีน" มูลค่า ราว 11 ล้านบาท
4. เธอถูกตั้ง 2 ข้อหาหนัก คือ นำเข้าและครอบครองยาเสพติดควบคุมชายแดนในปริมาณเชิงพาณิชย์ แต่ละข้อหามีโทษจำคุกสูงสุด 25 ปี
5. ผู้ต้องหาถูกส่งตัวฝากขังตั้งแต่วันที่ 26 มิถุนายน และมีกำหนดขึ้นศาลแขวงเมลเบิร์นอีกครั้ง ในวันที่ 14 ก.ย. 2569
6. ทางตำรวจมีมาตรการไม่ประนีประนอมต่อบุคคลที่ใช้ตำแหน่งหน้าที่ที่ได้รับความไว้วางใจมาเอื้อประโยชน์ต่อกิจกรรมผิดกฎหมาย เราจะเดินหน้ากวาดล้างบุคคลที่ใช้สถานะทางสังคม หรือหน้าที่การงานมาสนับสนุนการค้ายาเสพติดอย่างไม่หยุดยั้ง ตำรวจย้ำ "ไม่ว่าคุณจะมีตำแหน่งหรือยศระดับใด หากพยายามฝ่าฝืนกฎหมาย คุณจะต้องเผชิญกับบทลงโทษอย่างถึงที่สุด เราจะใช้ทั้งระบบข่าวกรองและเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อเฝ้าระวังและรักษาความมั่นคงของพรมแดนอย่างเข้มงวดต่อไป"
ขอบคุณข้อมูล : เพจ “First Class Hunter”
Advertisement