Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
สื่อปินส์รายงาน สายการบินแถลง ชายไร้บ้านกทม. ไม่ใช่กัปตันของสายการบิน

สื่อปินส์รายงาน สายการบินแถลง ชายไร้บ้านกทม. ไม่ใช่กัปตันของสายการบิน

1 ส.ค. 69
10:51 น.
แชร์

ไม่ใช่กัปตัน! สื่อฟิลิปปินส์รายงาน สายการบินฟิลิปปินส์ แถลง ชายไร้บ้านที่ กทม. ไม่ใช่กัปตันของสายการบิน ยัน ตัวจริงยังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่

จากกรณีที่มีการนำเสนอข้อมูลบนโลกโซเชียล ถีงการพบอดีตกัปตันสายการบินดังในฟิลิปปินส์ ตกอับกลายเป็นคนไร้บ้าน ได้รับบาดเจ็บนอนอยู่ใต้บันไดทางขึ้น BTS เพลินจิต ซึ่งต่อมาทางมูลนิธิกระจกเงา ได้พาไปรักษาที่โรงพยาบาล ซึ่งถูกดูแลอย่างใกล้ชิดจากทางแพทย์และพยาบาล

ล่าสุดทาง สื่อฟิลิปปินส์อย่าง Philippine News Agency ได้รายงานข่าวว่า สายการบินแห่งชาติฟิลิปปินส์ (Philippine Airlines หรือ PAL) แถลงเมื่อวันศุกร์ (31 กรกฎาคม 2026) ว่ารายงานข่าวของสื่อไทยที่ระบุว่า "อดีตนักบิน" ของสายการบินกลายเป็นคนไร้บ้านในกรุงเทพฯ นั้นไม่เป็นความจริง

"ข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง กัปตัน Larry Malpaya ยังคงปฏิบัติหน้าที่เป็นนักบินของสายการบิน Philippine Airlines อยู่ในปัจจุบัน และไม่ใช่บุคคลที่ถูกกล่าวถึงหรือปรากฏในรายงานข่าวดังกล่าว" สายการบินระบุ

ทั้งนี้ PAL ได้แจ้งไปยังสื่อไทย Thai PBS World ให้ดำเนินการแก้ไขรายงานข่าวและโพสต์บนโซเชียลมีเดียที่เกี่ยวข้องทั้งหมดโดยทันที เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมูลอันเป็นเท็จแพร่กระจายออกไปอีก

ขณะที่ทางเพจ มูลนิธิกระจกเงา ได้ออกมาโพสต์ถึงชายคนดังกล่าวซึ่งกำลังเป็นที่สนใจในสังคมอยู่ในขณะนี้ โดยมีข้อความว่า "เขาเป็นผู้ป่วยถูกพูดถึงอย่างมากในโลกออนไลน์"

ถูกถามถึงว่าเขาเป็นใครกันแน่ หลายข้อมูลบอกว่าเขาเป็นนักบิน เขาเป็นคนชาติไหน หน้าตาไม่ใช่คนไทย หลายข้อมูลบอกว่าคนฟิลิปปินส์ อะไรที่ทำให้เขาต้องมาเร่ร่อนอยู่ข้างถนน หลายข้อมูลบอกว่าเพราะเจ๊งเล่นหุ้น

ในฐานะที่กระจกเงาให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยคนดังกล่าว กระจกเงาจะขอเล่าในเรื่องที่สังคมไม่ค่อยได้ถาม

เราช่วยเหลือเขาได้อย่างไร ???

ทั้งๆ ที่มีหน่วยงานลงมาให้ความช่วยเหลือแต่ไม่เคยได้ไปถึงโรงพยาบาล…

ก่อนลงพื้นที่เรามีสมมุติฐานอย่างหนึ่งจากการทำงานกับผู้ป่วยจิตเวชเร่ร่อนมานับ 10 ปี เราพบว่ามีผู้ป่วยจิตเวชเร่ร่อนหลายคนที่สภาพร่างกายมีปัญหา มีแผลติดเชื้อ และก็พบว่าทุกคนไม่ได้สนใจต่อบาดแผลของตัวเองแต่อย่างใด หลายคนให้ข้อมูลบิดเบือนกับบาดแผลนั้น มีอยู่เคสหนึ่งเขาระบุตัวเองว่า ร่างนี้ไม่ใช่ร่างของเขา ร่างของเขาถูกเก็บอยู่ในห้องแช่แข็ง

ดังนั้นเมื่อลงพื้นที่เคสนี้ เราจึงสังเกตทั้งอาการเจ็บป่วยของเขา แผลที่ติดเชื้อ และพฤติกรรมที่พอชี้ได้ว่ามีปัญหาสุขภาพจิต เราไม่พบการพูดคนเดียว แต่มีข้อมูลจากผู้คนแถวนั้นที่บอกว่าเขาพูดคนเดียวบ่อยครั้ง เขาวานให้ไปซื้อแคปซูลมะระขี้นกด้วยเหตุผลเอามารักษาแผลที่น่าจะเกิดจากเบาหวาน มีข้อมูลที่บอกว่าเขามักจะบอกว่าแผลนี้อีก 3-4 วัน ก็หาย มีหลายครั้งที่มีคนมาทำแผล หลังคนทำแผลจากไป เขาแกะออกในทันที หรือในวันที่น้ำเหลืองน้ำเลือดออกมาผิดปกติ เขาจะนำมันมาปาดตามเนื้อตัว เมื่อได้ข้อมูลดังนั้นเราจึงประสานตำรวจเพื่อนำส่งรักษาตาม พรบ.สุขภาพจิต ทันที เมื่อตำรวจมาถึง รถพยาบาลมาถึง ตัวผู้ป่วยไม่ปฏิเสธการรักษาใดๆ ยินยอมไปรักษา

เมื่อถึงโรงพยาบาลทางกาย เรายืนยันสิทธิ์ความเป็นมนุษย์ของผู้ป่วยที่จะได้เข้ารับการรักษาอย่างเร่งด่วน การเข้ารับการตรวจวินิจฉัยและรักษาโรคทางกายจึงเป็นความจำเป็นเร่งด่วนในอันดับแรก อันดับต่อไปคือ เข้ารับการตรวจวินิจฉัยรักษาโรคทางจิตเวช

เขาเป็นอย่างไรบ้างในตอนนี้ ???

ตอนนี้ทางผู้ป่วยถูกดูแลอย่างใกล้ชิดจากทางแพทย์และพยาบาล และถูกดูแลอย่างใกล้ชิดในด้านทางสังคมจากทางนักสังคมสงเคราะห์ของโรงพยาบาลหนึ่ง

แล้วหลังจากสิ้นสุดการรักษา จะเอาอย่างไรต่อ ???

เรื่องดังกล่าวทางฝ่ายสังคมสงเคราะห์ของโรงพยาบาล จะเป็นกลไกหลักในการนำสืบ หาตัวตนที่ถูกต้องของผู้ป่วย ชื่อ นามสกุล ที่อยู่ของครอบครัว อาชีพ ข้อมูลทางสังคมอื่นๆ สัญชาติ รวมถึงประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดูแลผู้ป่วยคนนี้ เมื่ออาการทางร่างกายและอาการทางจิต (ถ้ามี) ถูกรักษาและทุเลาเบาบางลง และทางมูลนิธิกระจกเงาจะเข้าช่วยสนับสนุนในการสืบค้นตัวตนของผู้ป่วย และประสานกับหน่วยงานในครั้งนี้ด้วย ซึ่งใน 2 วันที่ผ่านมา เราได้รับการติดต่อจากหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสถานทูตของประเทศที่ปรากฏเป็นข้อมูลในข่าวออนไลน์ และเรากระจกเงารับประกันว่าเราจะไม่ให้เขาต้องตกหล่นมาอยู่ที่ข้างถนนอีกครั้งอย่างแน่นอน

คำถามสุดท้ายที่มูลนิธิกระจกเงาอยากชวนสังคมตั้งคำถามที่ไปให้ได้มากไปกว่า คำถามว่า เขาเป็นใครกันแน่ และชีวิตทำไมถึงตกต่ำลงขนาดนี้ มาเป็นคำถามที่ถามดังๆ ว่า ทำไมในช่วงเวลาเกิน 1 อาทิตย์ มนุษย์ 1 คนพร้อมกับสภาพร่างกายที่อ่อนแอและแผลที่เห็นได้ชัดเจน ทั้งภาพและกลิ่นนั้น ทำไมเขาถึงไม่สามารถเข้าสู่การรักษาได้ตั้งแต่วันแรกที่มีผู้พบเห็น หรือมีหน่วยงานของรัฐมาลงพื้นที่ในวันแรกนั้นได้ มันต้องมีอะไรผิดปกติหรือไม่ในระบบการช่วยเหลือผู้คน มันต้องมีอะไรผิดปกติใช่หรือไม่ ที่มนุษย์ต้องตกอยู่ในชะตากรรมเช่นนี้

เราหวังว่านี่จะเป็นคำถามที่สังคมสนับสนุนและนำไปถามต่อกับผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะรัฐที่เราสังกัดอยู่

หมายเหตุข้อมูล : เรื่องอาชีพ สัญชาติ ของผู้ป่วยรายนี้นั้น ทางมูลนิธิกระจกเงาไม่ได้ทำการนำเสนอข้อมูลดังกล่าว เพราะเราทราบดีว่าตัวผู้ป่วยยังไม่พร้อมในการให้ข้อมูล แต่ที่ถูกนำเสนอในข่าวออนไลน์นั้น เกิดจากสำนักข่าวออนไลน์สำนักหนึ่งได้นำมาจากเฟซบุ๊กของพลเมืองดีท่านหนึ่งที่เข้าไปคุยกับผู้ป่วย และได้นำไปนำเสนอในเฟซบุ๊กส่วนตัว

ข้อมูล : Philippine News Agency / มูลนิธิกระจกเงา

Advertisement

แชร์
สื่อปินส์รายงาน สายการบินแถลง ชายไร้บ้านกทม. ไม่ใช่กัปตันของสายการบิน