
เคยสังเกตไหมว่า ทำไมบางคนมีรายได้สูงตลอดชีวิตการทำงาน แต่พอถึงวัยเกษียณกลับเผชิญปัญหาเงินไม่พอใช้? ปัญหานี้มักเกิดจากการมองข้ามรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ในการวางแผนการเงิน ทำให้ผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วาดฝันไว้
เพื่ออุดรอยรั่วทางการเงิน วันนี้ผมจะพาไปจัดระเบียบผ่านแนวคิด "3 เสาหลัก" ที่จะช่วยให้การเงินมั่นคงของคุณตั้งแต่เริ่มต้นไปจนถึงบั้นปลายชีวิต พร้อมเจาะลึกบทพิสูจน์โมเดลพอร์ตเกษียณ 10 ล้านบาท ว่าการถอนเงินออกมาใช้จ่ายทุกปีนั้นสามารถทำได้รอดตลอดรอดฝั่งจริงหรือไม่
การวางแผนเกษียณที่ดีและจะไปถึงเป้าหมายได้นั้น การเงินของคุณควรมีองค์ประกอบสำคัญ 3 ส่วน ได้แก่
เมื่อปั้นพอร์ตได้สำเร็จตามเป้าหมายที่ 10 ล้านบาท หลายคนมักใช้ทฤษฎี "ถอนเงินมาใช้ทุกปี ปีละ 5% แล้วปล่อยให้เงินที่เหลือเติบโตต่อไป" แต่คำถามยอดฮิตคือ... ทำได้จริงไหม? แล้วถ้าเกิดวิกฤติหุ้นตกช่วงเกษียณพอดีจะทำอย่างไร?
ความกังวลนี้มีชื่อเรียกว่า Sequence of Returns Risk (ความเสี่ยงของลำดับผลตอบแทน) หรือการที่ตลาดหุ้นดันมาติดลบอย่างหนักในช่วงที่เราเริ่มถอนเงินมาใช้พอดี ซึ่งอาจทำให้พอร์ตเกษียณพังทลายเร็วกว่าปกติ
เพื่อไขข้อข้องใจผมและทีมงานได้สร้างแบบจำลองสถานการณ์ตลาดหุ้นถึง 10,000 เหตุการณ์ โดยอ้างอิงข้อมูลผลตอบแทนย้อนหลัง 33 ปี (ปี 1993 ถึง 2025) เป็นการนำพอร์ตลงทุนแบบผสมผสาน (สัดส่วนหุ้น 80% และตราสารหนี้ 20%) มาทำ Stress Test เพื่อจำลองการถอนเงินใช้ในช่วง 30 ปีหลังเกษียณ ซึ่งมีการคำนวณเผื่อวิกฤติที่อาจหนักกว่าในอดีตเข้าไปด้วย
ผลลัพธ์จากการทดลอง พบว่า การถอนปีละ 5% (ตามมูลค่าพอร์ต)สามารถทำได้จริง โดยแบ่งตามสถานการณ์ได้ดังนี้:
โดยสรุปแล้ว ผมย้ำว่าแผนการเงินรับมือได้ หากเรารู้จักปรับตัว สถิติทั้งหมดนี้ชี้ให้เห็นว่า โอกาสที่เงิน 10 ล้านจะหายวับไปในทันทีนั้นเกิดขึ้นได้ยากมากๆ และในชีวิตจริง หากเราโชคร้ายตกไปอยู่ในกลุ่ม 10% ที่เผชิญวิกฤติตลาดหุ้น มันก็เป็นเพียงสัญญาณเตือนชั่วคราว ซึ่งเราสามารถ "ปรับตัว" ได้เสมอ
เพียงแค่ลดค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือยชั่วคราวเพื่อพยุงให้พอร์ตลงทุนกลับมาเติบโต แล้วค่อยกลับมาถอนใช้ทีหลัง แผนการเงินของคุณก็จะเดินหน้าต่อไปได้จนถึงเป้าหมาย หรืออาจงอกเงยจนกลายเป็นมรดกก้อนโตส่งต่อให้ลูกหลานในอนาคตได้อย่างสมบูรณ์แบบแน่นอนครับ

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ. จิตตะ เวลธ์ จำกัด