
สมเด็จ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา โพสต์ข้อความระบุว่า ประเทศกัมพูชา ได้รับการจัดอันดับให้เป็นประเทศที่มีสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติที่ดีที่สุดเป็นอันดับ 1 ของโลกประจำปี 2026 จากผลการสำรวจและการจัดอันดับระดับโลกโดย U.S. News & World Report ซึ่งรายงานดังกล่าวได้ประเมินถึงความพยายามของกัมพูชาในการรักษาความสมดุลได้อย่างยอดเยี่ยมระหว่างการพัฒนาและการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมที่ดี การมีอากาศบริสุทธิ์ การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน
ดร. อาง สุผลเฬต (Eang Sophalleth) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ความสำเร็จในครั้งนี้นับเป็นเกียรติยศอันยิ่งใหญ่สำหรับประชาชนและประเทศกัมพูชาในด้านสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติบนเวทีสากล ท่านรัฐมนตรีได้กล่าวเพิ่มเติมว่า การที่กัมพูชาได้รับการจัดอันดับให้เป็นประเทศที่มีสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติที่ดีที่สุดในโลกนั้น สะท้อนให้เห็นถึงปัจจัยหลักในการเป็นผู้นำ การปกป้อง และการวางรากฐานด้านสิ่งแวดล้อมที่เป็นเลิศของ สมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน รักษาการประมุขรัฐ ประธานวุฒิสภา และอดีตนายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา
ผลงานและเกียรติยศเหล่านี้ถือเป็นมรดกอันล้ำค่าที่ได้ส่งต่อมายังรัฐบาลวาระที่ 7 ภายใต้การนำของ สมเด็จมหาบวรธิบดี ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ซึ่งกำลังสานต่อการดำเนินงานตาม «ยุทธศาสตร์เบญจโกณ» (Pentagonal Strategy) ระยะที่ 1 โดยสมเด็จนายกรัฐมนตรีได้ให้การสนับสนุน การนำทาง และกำหนดทิศทางอันสูงสุดในการขับเคลื่อนการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาที่ยั่งยืนในกัมพูชาอยู่เสมอ จนนำไปสู่ผลสำเร็จใหม่ ๆ ในด้านสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง
ดร. อาง สุผลเฬต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสิ่งแวดล้อม กล่าวเน้นย้ำว่า
"ยุทธศาสตร์จักรวาล (Circular Strategy) มีเสาหลัก 3 ประการ คือ ความสะอาด ความเขียวขจี และความยั่งยืน ซึ่งในส่วนของ 'ความสะอาด' เองก็มีเสาหลัก 3 ประการเช่นกัน ได้แก่ ความสะอาดในกาย ความสะอาดนอกกายภายในประเทศกัมพูชา และความสะอาดบนเวทีสากล ในเวลานี้ ความสะอาดทั้ง 3 ประการกำลังปรากฏให้เห็นเป็นรูปธรรมแล้ว ผลลัพธ์นี้เป็นผลงานจากความมุ่งมั่นพยายามในการปกป้องและดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติของกัมพูชาโดยสมเด็จเดโช และสืบทอดต่อโดยสมเด็จมหาบวรธิบดี ฮุน มาเนต"
ทั้งนี้ ตามรายงานการศึกษาและวิจัยของ U.S. News & World Report ซึ่งเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ SEA Infographics ระบุว่า กัมพูชาเป็นประเทศที่มีสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติที่ดีที่สุดในโลก และในทำนองเดียวกัน กัมพูชาก็ได้รับการจัดอันดับให้เป็นประเทศที่มีสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติที่ดีที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) อีกด้วย
ปัจจุบัน ประเทศกัมพูชามีการบริหารจัดการพื้นที่คุ้มครองธรรมชาติมากถึง 73 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่กว่า 7 ล้านเฮกตาร์ (หรือประมาณ 41% ของพื้นที่ประเทศทั้งหมด) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ป่าไม้ได้รับการปกป้องและอนุรักษ์ผ่านการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด เพื่อเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าและความหลากหลายทางชีวภาพ
กระทรวงสิ่งแวดล้อมได้ใช้ความพยายามอย่างยิ่งในการร่วมมือกับกระทรวง สถาบันที่เกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน บริหารราชการส่วนท้องถิ่น และอำนาจปกครองในทุกระดับ รวมถึงชุมชนในพื้นที่คุ้มครองธรรมชาติ ตลอดจนพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ เพื่อร่วมกันรับประกันความยั่งยืนของภาคสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติในกัมพูชาสำหรับการดำรงชีวิต สอดคล้องกับนโยบายและยุทธศาสตร์ของรัฐบาล โดยผ่านการเสริมสร้างและขยายผลการดำเนินงานตาม «ยุทธศาสตร์จักรวาลด้านสิ่งแวดล้อม» ที่มุ่งเน้นความสะอาด ความเขียวขจี และความยั่งยืน
ในขณะเดียวกัน กัมพูชาได้ส่งเสริมการฟื้นฟูป่าไม้ โดยกระทรวงสิ่งแวดล้อมได้ผลักดันกิจกรรมการเพาะพันธุ์และแจกจ่ายต้นกล้าให้แก่ประชาชนนำไปปลูกอย่างน้อย 1 ล้านต้น ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นการฟื้นฟูป่าและเพิ่มพื้นที่สีเขียวเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างความยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ยกระดับเศรษฐกิจชุมชน และตอบสนองต่อเป้าหมายของกัมพูชาในการเป็นประเทศที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2050 อีกด้วย
Advertisement