
“ตอนนี้เด็ก Gen Z ต้องถ่ายรูปกับดอกบัว OOTD (Outfit of the Day) ต้องเป็นชุดเดรสสีขาวได้ฟิลสาวหวานละมุน Soft Girls Aesthetic และโลเคชั่นคือสะพานพุทธ และต้องมาช่วง Golden Hours สัก 4-5 โมง”
นี่คือ “เทรนด์ดอกบัว” เทรนด์ใหม่ที่เกิดขึ้นต่อคิวจากสไบกางเกงยีนส์ ชุบชีวิตปากคลองตลาดให้กลับมาคึกคักอีกครั้งไม่ต้องรอเทศกาลสำคัญอย่างวันวาเลนไทน์ หรือวันพระ
การกระแสที่เกิดขึ้นส่งผลให้ พ่อค้า-แม่ค้าที่ขายดอกบัวที่ปากคลองตลาดต่างยิ้มออก จากที่เคยขายได้ไม่เกิน 10 เข่ง ตอนนี้รับมา 40 เข่งก็ขายหมด
และเมื่อมี Demand เพิ่มขึ้นจากเทรนด์ ส่งผลให้ดอกบัวจากที่เคยขาย 40-50 บาท/ช่อ มาสู่ 100-120 บาท/ช่อ
ทีม SPOTLIGHT ได้มีโอกาสลงพื้นที่ปากคลองตลาด (2 เม.ย.69) และได้พูดคุยกับพ่อค้า-แม่ค้าขายดอกไม้ นักท่องเที่ยวชาว Gen Z ที่ได้มาถ่ายรูปเช็คอินตามเทรนด์ และพูดคุยสุด Exclusive กับคุณพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ ที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร (ด้านสิ่งแวดล้อม)
ทีม SPOTLIGHT ได้มีโอกาสพูดคุยกับเด็ก Gen Z หลายกลุ่มและพบว่าส่วนใหญ่ไม่รู้ ว่าเทรนด์ดอกบัวเริ่มต้นจากอะไร แต่เห็นคลิปและรูปภาพที่ไวรัลอยู่ในโลกออนไลน์ พวกตนเลยไม่อยากตกกระแสเลยชวนเพื่อนๆมาถ่ายรูปเช็คอินกันที่ปากคลองตลาดและสะพานพุทธ
ส่วน OOTD (Outfit of the Day) หรือการแต่งกาย ส่วนใหญ่จะเห็นเป็นโทนสีขาว หากเป็นผู้หญิงจะใส่เดรสสีขาว ส่วนผู้ชายจะใส่โทนสีเบจให้ความรู้สึกเบาสบายตา
หากเจาะมาที่สาเหตุว่าทำไมเด็กๆถึงใส่ชุดโทนนี้ นั้นเป็นเพราะว่าเรารู้สึกว่าดอกไม้คือดอกไม้ของพุทธศาสนา ที่สื่อถึงความสงบ การที่เราจะถือดอกบัวก็อยากเป็นสาวหวานสาวละมุน ซึ่งสีขาวสะท้อนภาพออกมาได้ดีที่สุด
แม้ส่วนใหญ่เด็กๆ Gen Z จะไม่รู้ว่าเทรนด์นี้เกิดขึ้นเพราะอะไร แต่พวกเขากลับพูดเป็นเสียงเดียวกันว่ารู้สึกดี ที่ได้เห็นเทรนด์นี้เกิดขึ้นถัดจากสไบกางเกงยีนส์ เพราะอยากสะท้อนความเป็นไทย เช่นเดียวกันกับดีใจที่ดอกไม้ที่ฮิตเป็นดอกบัวแทนที่จะเป็นดอกไม้อื่นๆ เพราะอยากช่วยสนับสนุนพ่อค้า-แม่ค้า และเพิ่มมูลค่าให้แก่ดอกบัว
ทุกครั้งอะไรที่เป็นกระแส คนที่ได้รับประโยชน์มากที่สุดคือพ่อค้า-แม่ค้าในระแวกนั้น อย่างที่ผ่านมาคือเทรนด์สไบกางเกงยีนส์ หลายๆร้านรายได้พุ่งขึ้นกว่าเท่าตัว เพราะมีนักท่องเที่ยวมาใช้บริการ
โดยทีม SPOTLIGHT ได้ลงพื้นที่และได้พูดคุยกับพ่อค้า-แม่ค้าที่ปากคลอดตลาด พบว่าเมื่อวันที่ 2 เม.ย.69 ช่วงเวลาประมาณ 4 โมงเย็น คึกคักมาก ทุกคนต่างยุ่งเพราะต้องพับดอกบัว เช่นเดียวกันกับมีรถมาส่งดอกบัวไม่หยุด
แม่แมว ขายดอกบัวมา 10 ปีที่ปากคลองตลาด ได้เปิดเผยว่า “เมื่อ 2 อาทิตย์ที่แล้วยอดขายแย่มาก ขายไม่ออกเลย ดอกบัวที่ขายไม่ได้แต่ละวันก็ต้องทิ้งไม่สามารถขายต่อวันต่อไปได้”
พี่ต่อ ขายดอกบัวที่ปากคลองตลาดมากว่า 30 ปี ได้เปิดเผยว่า “ตอนนี้รับมาดอกบัวมา 30-40 เข่งขายหมดทุกวัน หมดเร็วมาก ทีมงานพับดอกบัวประมาณ 10 คนก็ไม่พอ”
ส่วนลุงประดิษฐ์ เป็นพ่อค้าที่ปากคลองตลาด 40 ปี และเป็นเจ้าของสวนดอกบัวที่อยุธยาและสุพรรณบุรี ได้เผยว่า “ตนขนดอกบัวมากจากสวนของตนทั้ง 2 แห่งเพื่อมาขายที่ปากคลองตลาดโดยขนมาขายกว่า 8,000-10,000 ดอก/วัน แม้เทรนด์ที่ฮิตคือบัวแดง แต่ก็กลายเป็นความโชคดีของบัวขาวเพราะได้รับอานิสงค์ความฮิตไปด้วย”
พี่จุ๋ม ขายดอกบัวที่ปากคลองตลาดมากว่า 30 ปี ได้เปิดเผยว่า “ถ้าไม่มีเทรนด์ดอกบัวมา คิดว่าปีนี้เงียบมากเพราะใกล้ช่วงสงกรานต์แล้ว ทุกคนกลับบ้าน เด็กๆก็ไปเล่นน้ำ ส่วนปากคลองตลาดก็เงียบเหงา ดอกบัวจะขายได้ดีก็ต่อเมื่อวันสำคัญทางพุทธศาสนา”
คุณพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ ที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร (ด้านสิ่งแวดล้อม) ได้เปิดเผยว่า "อยากเชิญชวนให้ทุกคนเมื่อถ่ายรูปกับดอกบัวเสร็จให้เอาไปใช้ประโยชน์ต่อ แต่ถ้ามีความจำเป็นจริงๆที่จะต้องทิ้ง ตอนนี้กทม.ได้เตรีมถังขยะเฉพาะดอกบัวตรงริมถนนใต้แม่น้ำ ตามถนน 3-4 จุด เพราะหากเราแยกขยะดีแล้ว จะง่ายต่อกทม.ที่จะนำไปหมักปุ๋ย"
และมองว่าเทรนด์ดอกบัว คือเรื่องดีที่เกิดขึ้น เพราเป็นการโปรโมทให้คนออกมาถ่ายรูปใช้ชีวิตในพื้นที่สาธาระณะ กทม.เองก็อยากผลักดันให้คนออกมาใช้ชีวิตนอกบ้าน ตามพื้นที่สาธารณะมากขึ้น ซึ่งตอนนี้นอกเหนือจากบริเวณสะพานพุทธที่เป็นโลเคชั่นยอดฮิต ตอนนี้เริ่มเห็นคนไปถ่ายรูปที่ วัดสุดทัศน์ วัดโพธิ์ และสถานที่อื่นๆรอบกรุงเทพแล้ว ซึ่งนี่คือการโปรโมทความน่าอยู่ของเมืองโดยที่ไม่ต้องจ้างใคร