Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
‘มิน ออง หล่าย’ เยือนลาว หวังฟื้นเศรษฐกิจ ขณะวิกฤตทุนเทาเขย่าอาเซียน
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

‘มิน ออง หล่าย’ เยือนลาว หวังฟื้นเศรษฐกิจ ขณะวิกฤตทุนเทาเขย่าอาเซียน

5 ก.ค. 69
13:21 น.
แชร์

การเดินทางเยือนประเทศลาวอย่างเป็นทางการของ พลเอกอาวุโส มิน ออง หล่าย ผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมา ในฐานะประธานาธิบดี กำลังถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดจากบรรดานักวิเคราะห์ภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจระหว่างประเทศ เพราะนี่ไม่ใช่เพียงแค่การเดินสายทางการทูตเพื่อสร้างความชอบธรรมทางการเมืองให้กับตนเองเป็นครั้งแรก แต่คือยุทธศาสตร์การดิ้นรนครั้งสำคัญเพื่อกู้วิกฤตและฟื้นฟู "ระเบียงเศรษฐกิจและเส้นทางการค้าชายแดน" ที่พังทลายลงจากผลกระทบของสงครามกลางเมืองที่ยืดเยื้อมานานกว่า 5 ปี

เกมการค้าและการทูตบนภาคพื้นทวีปที่เมียนมาพยายามผลักดันร่วมกับเพื่อนบ้านในครั้งนี้ กลับต้องเผชิญกับขวากหนามชิ้นโตและแรงกดดันอย่างหนักจากสังคมโลก เมื่อกัมพูชา ลาว เมียนมา กำลังถูกเขย่าด้วย "วิกฤตเศรษฐกิจสีเทาข้ามชาติ" จากขบวนสแกมเมอร์ออนไลน์และการค้ามนุษย์ระดับอุตสาหกรรม จนลามไปสู่ชนวนเหตุที่ทำให้มหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกา ต้องเปิดฉากสงครามการเงินสั่งคว่ำบาตรเครือข่ายฟอกเงินครั้งใหญ่ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเนื่องถึงโครงสร้างเศรษฐกิจและการธนาคารในภูมิภาคอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

เมียนมาหวังสร้างพื้นที่ยุทธศาสตร์การค้าบกกับ จีน อินเดีย ลาว เพื่อแก้เศรษฐกิจภายใน แต่ความหวังนี้ จะสำเร็จหรือไม่? เม็ดเงินหมื่นล้านจาก "เศรษฐกิจสายมืด" ที่ซ่อนอยู่ตามแนวชายแดนเชื่อมโยงกับทุนทวิภาคีอย่างไร? 

ยุทธศาสตร์ฟื้นระเบียงเชื่อมโยง: ดึง จีน-อินเดีย-ลาว กู้วิกฤตการค้าบก

เมียนมาถือเป็นชัยภูมิที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเป็นประเทศสมาชิกอาเซียนเพียงหนึ่งเดียวที่มีพรมแดนทางบกยาวเหยียดขนาบข้างสองมหาอำนาจที่มีประชากรมากที่สุดในโลกอย่างจีนและอินเดีย ทำหน้าที่เป็น "ระเบียงทางบก" สายหลักที่จะเชื่อมโยงเม็ดเงินและการค้าจากเอเชียใต้เข้าสู่ภูมิภาคอาเซียน ทว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สงครามกลางเมืองและการสู้รบภายในประเทศได้ทำให้เส้นทางการค้าชายแดนเหล่านี้ต้องหยุดชะงักและอัมพาตไปโดยสิ้นเชิง

การเดินสายทางการทูตแบบมาราธอนของ พลเอกอาวุโส มิน ออง หล่าย จึงถูกขับเคลื่อนด้วยความจำเป็นเร่งด่วนในการกู้วิกฤตเศรษฐกิจทางการค้าผ่าน 3 จิ๊กซอว์ข้ามพรมแดน:

  • ลาว (จิ๊กซอว์ฝั่งตะวันออก): การเยือนนครหลวงเวียงจันทน์ในครั้งนี้ เพื่อเข้าร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) หลายฉบับ รวมถึงความร่วมมือด้านเทคโนโลยีอวกาศ นัยสำคัญคือการกระชับความสัมพันธ์กับรัฐเผด็จการพรรคเดียวที่มีความใกล้ชิด เพื่อเปิดประตูการค้าฝั่งตะวันออกและสร้างแนวร่วมทวิภาคีบนภาคพื้นทวีป
  • จีน (ท่อน้ำเลี้ยงอสังหาฯ และโครงสร้างพื้นฐาน): ก่อนหน้านี้ มิน ออง หล่าย ได้เข้าพบประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ณ กรุงปักกิ่ง และคว้าข้อตกลงร่วมกันไปถึง 18 ฉบับ ครอบคลุมทั้งด้านการค้า สาธารณสุข และโครงสร้างพื้นฐาน โดยจีนยังคงยึดนโยบายไม่แทรกแซงกิจการภายใน แลกกับการที่เมียนมาต้องรับประกันเสถียรภาพและความปลอดภัยตามแนวชายแดนร่วมที่เป็นเส้นทางผ่านของโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (Belt and Road Initiative)
  • อินเดีย (ยุทธศาสตร์ชิงพื้นที่คืนเพื่อเปิดด่านการค้า): ในการเดินทางเยือนอินเดียอย่างเป็นทางการเพื่อเข้าพบนายกรัฐมนตรี นเรนทรา โมดี ทั้งสองฝ่ายได้หารือเพื่อรื้อฟื้นการค้าข้ามพรมแดนและการเชื่อมโยงผ่านพรมแดนทางบกที่ยาวถึง 1,643 กิโลเมตร สะท้อนให้เห็นจากความเคลื่อนไหวล่าสุดที่กองทัพเมียนมากำลังโหมกำลังทหารอย่างหนักเพื่อยึดคืนพื้นที่ยุทธศาสตร์จากกองกำลังกลุ่มต่อต้าน หวังเคลียร์เส้นทางและเปิดด่านการค้าอินเดีย-เมียนมาที่ปิดตายมาหลายปีให้กลับมาดำเนินธุรกิจได้อีกครั้ง

การดิ้นรนสร้างเครือข่ายความร่วมมืออย่างเป็นทางการนี้ แสดงให้เห็นว่าเมียนมากำลังใช้ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของประเทศเพื่อนบ้านมาเป็นเครื่องต่อรองเพื่อสร้างความชอบธรรมให้แก่รัฐบาลทหาร ทว่าเส้นทางเศรษฐกิจที่ตั้งเป้าไว้นี้ กลับมีฉากหลังที่ทับซ้อนอยู่บนเครือข่ายธุรกิจผิดกฎหมายข้ามชาติที่ยากจะสลัดออก

ท่อน้ำเลี้ยงไซเบอร์หมื่นล้านกับการไล่บี้ทางการเงินของสหรัฐฯ

แม้ผู้นำเมียนมาจะพยายามผลักดันการค้าที่ถูกกฎหมาย แต่ฉากหลังของกลุ่มประเทศ เมียนมา ลาว กัมพูชา กำลังติดปัญหาเศรษฐกิจสายมืด" ขนาดยักษ์ โดยรายงานล่าสุดในเดือนมิถุนายน 2026 พบว่า ยังมีเหยื่อต่างชาติตกค้างและถูกบังคับให้ทำงานในศูนย์คอลเซ็นเตอร์ บริเวณชายแดนไทย-เมียนมา โดยเฉพาะพื้นที่เมียวดี อีกกว่า 5,300 คน เม็ดเงินนอกระบบมหาศาลจากธุรกิจผิดกฎหมายระดับอุตสาหกรรมนี้ ได้กลายเป็นท่อน้ำเลี้ยงแฝงค้ำจุนเศรษฐกิจท้องถิ่นและกลุ่มติดอาวุธในพื้นที่ ซึ่งยากต่อการกวาดล้างเนื่องจากความขัดแย้งภายในประเทศ

ภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดนี้ ได้สร้างความเสียหายเฉพาะแก่พลเมืองสหรัฐฯ สูงถึง 1 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2024 พุ่งขึ้นจากปีก่อนถึง 66% จนนำไปสู่มาตรการโต้กลับทางการเงินครั้งใหญ่ โดยกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้ประกาศคว่ำบาตรบุคคล 9 ราย และองค์กร 26 แห่งที่มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่อย่าง Prince Group ในกัมพูชา ซึ่งเคยถูกระบุว่าเป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ เพื่อตัดวงจรท่อน้ำเลี้ยงหลักที่เชื่อมโยงกับศูนย์หลอกลวงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

นอกจากนี้ กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ยังได้ทำการยึดบัญชีระบบคลาวด์คอมพิวติ้งของเครือข่าย Huione Group ในกัมพูชา ซึ่งทำหน้าที่เป็น "กระดูกสันหลังทางเทคโนโลยี" ที่ขบวนการเหล่านี้ใช้ในการโยกย้าย เคลื่อนย้าย และปกปิดทรัพย์สิน โดยเฉพาะการฟอกเงินที่ได้จากการฉ้อโกงการลงทุนสกุลเงินดิจิทัล เพื่อนำกลับเข้าสู่ระบบธนาคารพาณิชย์ปกติ การเปิดศึกหักดิบทางการเงินของสหรัฐฯ ในครั้งนี้ จึงเป็นการส่งสัญญาณเตือนและสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจดิจิทัลและการธนาคารทั่วทั้งภูมิภาคอาเซียน

รอยร้าวในอาเซียน: ผลประโยชน์ที่สวนทางกับเอกภาพภูมิภาค

การเดินเกมการทูตและเศรษฐกิจแบบแยกส่วนของ มิน ออง หล่าย ร่วมกับลาวและกัมพูชา กำลังสร้างรอยร้าวและจุดกระแสความแตกแยกภายในอาเซียนให้เด่นชัดยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการสวนทางกับจุดยืนของประธานอาเซียน อย่าง ฟิลิปปินส์ และกลุ่มประเทศภาคพื้นสมุทร ที่ยังคงพยายามผลักดัน "ฉันทามติ 5 ข้อ" เพื่อกดดันให้เมียนมายุติความรุนแรงและปล่อยตัว ออง ซาน ซูจี 

การที่กลุ่มประเทศบนภาคพื้นทวีปที่มีลักษณะการปกครองเฉพาะตัว ยินดีที่จะเปิดประตูต้อนรับและกระชับความร่วมมือทวิภาคีเพื่อผลประโยชน์ส่วนตน จึงทำให้ภาพลักษณ์ "ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน" ของอาเซียนกลายเป็นเพียงสิ่งลวงตา

ในท้ายที่สุด ความพยายามฟื้นระเบียงเศรษฐกิจและการค้าชายแดนของเมียนมาเพื่อกู้วิกฤตประเทศ คงไม่อาจประสบความสำเร็จได้โดยง่าย ตราบใดที่ดินแดนแถบนี้ยังคงถูกตราหน้าว่าเป็น "แดนสวรรค์ของทุนเทาข้ามชาติ" และยังถูกไล่บี้ตัดวงจรทางการเงินอย่างหนักจากชาติตะวันตก ซึ่งแรงกดดันและการคว่ำบาตรเหล่านี้รังแต่จะบีบบังคับให้โครงสร้างเศรษฐกิจของทั้งเมียนมา ลาว และกัมพูชา ต้องเดินเข้าสู่ร่มเงาและพึ่งพาอิทธิพลเบ็ดเสร็จของทุนจีนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ในอนาคต


แชร์
‘มิน ออง หล่าย’ เยือนลาว หวังฟื้นเศรษฐกิจ ขณะวิกฤตทุนเทาเขย่าอาเซียน