Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
ต่างชาติมองเลือกตั้งเมียนมาไม่ช่วยอะไร การเมืองยังพัง นักลงทุนหมางเมิน
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

ต่างชาติมองเลือกตั้งเมียนมาไม่ช่วยอะไร การเมืองยังพัง นักลงทุนหมางเมิน

27 ม.ค. 69
16:34 น.
แชร์

ในที่สุด การเลือกตั้ง 3 รอบที่กินเวลายาวนานกว่าหนึ่งเดือนของเมียนมา ก็สิ้นสุดลงไปแล้วเมื่อวันอาทิตย์ที่ 25 มกราคมที่ผ่านมา โดยพรรค USDP ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกองทัพ ออกมาอ้างว่าคว้าชัยชนะไปได้อย่างถล่มทลาย 

หลายฝ่ายในประเทศหวังว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ อาจจะนำพาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจกลับคืนมาให้ประเทศ แม้จะถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าไม่โปร่งใสก็ตาม และยังเกิดขึ้นท่ามกลางสงครามกลางเมืองที่ยังไม่จบลง

ภายใต้รัฐธรรมนูญเมียนมาฉบับปี 2008 กองทัพจะได้รับการการันตีที่นั่งในสภา 25 เปอร์เซ็นต์ และจะได้คุมกระทรวงหลักหลายกระทรวง ซึ่งนั่นทำให้แน่นอนว่า กองทัพจะยังคงอยู่ในอำนาจ แม้ว่าผลการเลือกตั้งจะออกมาเป็นเช่นไรก็ตาม 

ด้านมาเลเซีย ซึ่งเป็นประธานอาเซียนประจำปีที่แล้ว ออกมาประกาศแล้วว่า ไม่ยอมรับผลลัพธ์การเลือกตั้งที่เกิดขึ้น โดยอ้างว่า เป็นการเลือกตั้งที่ขาดการมีส่วนร่วมของคนทุกกลุ่ม

ก่อนการเลือกตั้งเกิดขึ้น รัฐบาลทหารก็ได้สั่งยุบพรรค NLD ของนางออง ซาน ซู จี และยังควบคุมตัวผู้นำฝ่ายประชาธิปไตยหลายคน อีกทั้งสั่งห้ามไม่ให้ประชาชนวิพากษ์วิจารณ์กระบวนการเลือกตั้งด้วย

มาร์เซียล ซึ่งดำรงตำแหน่งทูตระหว่างปี 2016-2020 เปิดเผยว่า การเลือกตั้งครั้งนี้แท้จริงแล้วอาจเป็นเพียงการที่บรรดานายพลและพันธมิตร รวมถึงพรรค USDP ถอดเครื่องแบบทหารออก แล้วสวมบทบาทเป็นพลเรือนเท่านั้น 

แทนที่จะเป็นการฟื้นฟูความชอบธรรมภายในประเทศ มาร์เชียลมองว่า การเลือกตั้งดังกล่าวมีเป้าหมายไปยังเวทีภายนอกมากกว่า โดยคณะรัฐประหารต้องการสร้างการมีปฏิสัมพันธ์และการยอมรับจากประเทศในภูมิภาคและประชาคมระหว่างประเทศ โดยเฉพาะจีน

เขาเสริมว่า สำหรับประชาชนส่วนใหญ่ภายในเมียนมา โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้ง การเลือกตั้งครั้งนี้แทบจะไม่ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนใด ๆ ได้

“ประชาชนจะเพียงเปลี่ยนจากการถูกปกครองอย่างย่ำแย่และถูกกดขี่โดยทหารในเครื่องแบบ มาเป็นการถูกปกครองอย่างย่ำแย่และถูกกดขี่โดยนายพลและพวกพ้องในเสื้อผ้าพลเรือน” มาร์เชียลกล่าว

ความท้าทายทางเศรษฐกิจยังคงมีอยู่

เศรษฐกิจของเมียนมาติดขัดอย่างหนักนับตั้งแต่เกิดการรัฐประหารขึ้น แต่บรรดาธุรกิจท้องถิ่นบางแห่งก็ยังมองโลกในแง่ดีว่า การเลือกตั้งอาจนำมาซึ่งการปฏิรูปเชิงนโยบายหรือก่อให้เกิดการปฏิรูปอย่างเป็นรูปธรรม

วิกกี โบว์แมน ที่ปรึกษาอาวุโสของสถาบัน Human Rights and Business และเป็นอดีตทูตอังกฤษประจำเมียนมาระหว่างปี 2002 - 2006 มองว่า มีความหวังเล็ก ๆ ที่ว่า รัฐบาลใหม่นี้อาจจะเข้าสู่เส้นทางที่พยายามทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง และเหล่าธุรกิจหวังว่า การเลือกตั้งครั้งนี้จะเปิดพื้นที่ให้เกิดการเจรจา 

เธอบอกว่า เจ้าหน้าที่เริ่มออกไปพูดคุยกับธุรกิจท้องถิ่น เพื่อถามว่า อยากจะเห็นการเปลี่ยนแปลงอะไร อย่างไรก็ตาม เธอย้ำว่า การเลือกตั้งดังกล่าวไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจหลัก ๆ ที่เกิดขึ้นของเมียนมาได้จริง 

ปัญหาการขาดแคลนพลังงาน คุณภาพสัญญาณอินเทอร์เน็ตที่ย่ำแย่ลง และโครงสร้างพื้นฐานที่เสื่อมโทรม ยังคงเป็นปัจจัยถ่วงการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง

โบว์แมนกล่าวว่า โดยพื้นฐานแล้ว ปัญหาทางการเมืองยังไม่ได้รับการแก้ไขผ่านการเลือกตั้งครั้งนี้ โดยความรุนแรงที่ดำเนินอยู่ยังคงรบกวนการค้าและบั่นทอนความมั่นคงส่วนบุคคล ส่งผลให้คนหนุ่มสาวจำนวนมากตัดสินใจออกนอกประเทศ เพื่อแสวงหางานทำ ความปลอดภัย หรือโอกาสทางการศึกษาในต่างแดน และนี่คือสิ่งที่ภาคธุรกิจกังวลอย่างมากเช่นกัน

นอกจากนี้ โบว์แมนยังชี้ให้เห็นถึงการบริหารนโยบายที่ผิดพลาดต่อเนื่องมาหลายปี ซึ่งฉุดรั้งเศรษฐกิจของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นมาตรการจำกัดการนำเข้า การควบคุมอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ และความไม่แน่นอนด้านกฎระเบียบ ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่เอื้อต่อการทุจริตและทำให้นักลงทุนลังเล

ผลที่ตามมาคือ ธุรกิจต่างชาติยังคงระมัดระวังต่อการเข้ามาลงทุน โดยเธอกล่าวว่า ผู้คนไม่ได้มองว่าเมียนมาเป็นประเทศที่ตนอยากเข้าไปลงทุนจริง ๆ  พร้อมเสริมว่า บรรยากาศแห่งความหวังที่เคยเกิดขึ้นในช่วงที่เมียนมาเปิดประเทศทางการเมืองในช่วงต้นทศวรรษ 2010 ยังไม่เคยเกิดขึ้นอีกเลย

CNA


แชร์
ต่างชาติมองเลือกตั้งเมียนมาไม่ช่วยอะไร การเมืองยังพัง นักลงทุนหมางเมิน