Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
ออสเตรเลียคุมยาเข้มแต่ให้ตรวจPill Testing?ปราบไม่หมด ก็ต้องลดเสียชีวิต
โดย : ปาณิสรา สุทธิกาญจนวงศ์

ออสเตรเลียคุมยาเข้มแต่ให้ตรวจPill Testing?ปราบไม่หมด ก็ต้องลดเสียชีวิต

4 ก.ค. 69
13:47 น.
แชร์

"ออสเตรเลีย" เป็นหนึ่งในประเทศที่ใช้กฎหมายยาเสพติดค่อนข้างเข้มงวด โดยเฉพาะกับ “ผู้ค้า” และ “ผู้นำเข้ายาเสพติด” ภาพนี้เห็นได้ชัดจากรายการ Border Security: Australia’s Front Line สารคดีเรียลลิตี้ของออสเตรเลียที่ตามติดการทำงานของเจ้าหน้าที่สนามบิน ศุลกากร และหน่วยตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าประเทศนี้จริงจังกับการสกัดกั้นยาเสพติดมากเพียงใด

แต่ในอีกด้านหนึ่ง ออสเตรเลียก็มีภาพที่ดูย้อนแย้งอย่างน่าสนใจ เพราะบางรัฐและเขตปกครองมีบริการที่เรียกว่า Pill Testing หรือ Drug Checking ซึ่งเปิดให้ “ผู้ใช้ยา” นำสารที่ตนมีมาตรวจกับหน่วยงานที่ได้รับอนุญาต เพื่อดูว่าสารนั้นคืออะไร มีสิ่งเจือปนอันตรายหรือไม่ และมีความเสี่ยงต่อร่างกายอย่างไร โดยผู้เข้ารับบริการไม่ต้องกังวลว่าจะถูกจับหรือถูกแจ้งความจากการนำสารมาตรวจ

อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลออสเตรเลียสนับสนุนการใช้ยาเสพติด เพราะยาเสพติดยังคงเป็นสิ่งผิดกฎหมาย และการค้า การนำเข้า หรือการลักลอบจำหน่ายยังมีโทษรุนแรง เพียงแต่แนวคิดของรัฐในบางพื้นที่แยก “ผู้ค้า” ออกจาก “ผู้ใช้” อย่างชัดเจน

รัฐบาลออสเตรเลียมองว่า ผู้ค้าเป็นปัญหาอาชญากรรมที่สร้างผลกระทบต่อสังคม จึงใช้กฎหมายระดับรัฐบาลกลางเล่นงานอย่างหนัก ทำให้สนามบินออสเตรเลียตรวจเข้ม ศุลกากรก็ตรวจละเอียด

แต่สำหรับผู้ใช้ยา บางรัฐมองว่าไม่ใช่ทุกคนควรถูกจัดวางไว้ในฐานะอาชญากรเพียงอย่างเดียว หลายคนอาจเป็นกลุ่มที่ต้องการความช่วยเหลือด้านสุขภาพ การบำบัด การให้คำปรึกษา หรืออย่างน้อยที่สุดคือการเข้าถึงข้อมูลที่ช่วยลดความเสี่ยงต่อชีวิต แนวคิดนี้จึงนำไปสู่มาตรการอย่าง Pill Testing

สิ่งที่ผู้เขียนอยากเล่าในบทความนี้ มาจากช่วงเวลาที่เขตปกครอง ACT หรือ Australian Capital Territory เริ่มนำร่องมาตรการ Pill Testing ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับที่ผู้เขียนกำลังศึกษาต่ออยู่ในออสเตรเลีย และมีโอกาสได้ฟัง Shane Rattenbury สส. จากพรรค Greens เข้ามาพูดคุยกับนักศึกษาในมหาวิทยาลัย เพื่ออธิบายแนวคิดและเหตุผลเบื้องหลังนโยบายนี้โดยตรง

บทความนี้ SPOTLIGHT จึงอยากชวนผู้อ่านทำความเข้าใจว่า ทำไมประเทศที่คุมยาเสพติดเข้มอย่างออสเตรเลีย จึงยอมให้มี Pill Testing ในบางพื้นที่ ภายใต้แนวคิดที่ว่า เมื่อปราบให้หมดไม่ได้ สิ่งที่รัฐทำได้คือพยายามลดการเสียชีวิตให้ได้มากที่สุด

เกิดอะไรขึ้นกับออสเตรเลีย ทำไมรัฐบาลถึงมีโมเดล Pill Testing ?

จุดเริ่มต้นสำคัญของแนวคิด Pill Testing ในออสเตรเลียมาจากปัญหาการเสียชีวิตจากการใช้ยาเกินขนาด โดยเฉพาะในเทศกาลดนตรีและงานคอนเสิร์ต ซึ่งเป็นพื้นที่ที่พบการใช้สารอย่าง MDMA หรือ Ecstasy อยู่บ่อยครั้ง

แนวคิดนี้ไม่ได้เริ่มจากนักการเมืองหรือรัฐบาลโดยตรง แต่ถูกผลักดันอย่างจริงจังโดย David Caldicott แพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉินจาก Australian National University ผู้ทำงานในห้องฉุกเฉินมาหลายปี และพบผู้ป่วยจำนวนมากที่มีอาการรุนแรงจากการใช้ยาในเทศกาลดนตรี

สิ่งที่เขาพบซ้ำ ๆ คือ ผู้ใช้จำนวนมากไม่รู้ว่าสารที่ซื้อมานั้นมีอะไรอยู่ข้างในบ้าง ยาเม็ดที่หน้าตาเหมือนกันอาจมีสารคนละชนิด ความแรงต่างกัน หรือมีสารเจือปนที่เสี่ยงกว่า ผู้ใช้จำนวนไม่น้อยไม่รู้ว่าสารเหล่านั้นจะส่งผลต่อร่างกายอย่างไร และแต่ละคนก็มีความทนทานต่อสารไม่เท่ากัน

ในความเป็นจริง ผู้ใช้ยาแทบไม่มีทางเดินเข้าไปถามแพทย์ตรง ๆ ว่า ร่างกายของตนรับสารชนิดนี้ได้มากแค่ไหน หรือสารที่อยู่ในมือมีความเสี่ยงเพียงใด เพราะกลัวการถูกดำเนินคดีและการถูกตีตราทางสังคม ช่องว่างตรงนี้ทำให้ Caldicott เริ่มรณรงค์เรื่อง Pill Testing อย่างจริงจังตั้งแต่ปี 2015

ข้อมูลจากงานวิจัยของ Australian National University ยังสะท้อนปัญหานี้อย่างชัดเจน โดยพบว่าระหว่างปี 2000-2019 มีผู้เสียชีวิต 64 รายหลังเข้าร่วมเทศกาลดนตรีหรือคอนเสิร์ต และในกลุ่มการเสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับยา มากกว่า 73% พบว่า MDMA เป็นหนึ่งในสารที่เกี่ยวข้อง แม้หลายกรณีจะมีการใช้หลายสารร่วมกันก็ตาม

อีกเหตุผลสำคัญคือ ตลาดยาเปลี่ยนแปลงเร็วมาก ยาเม็ดที่หน้าตาเหมือนเดิมอาจไม่ใช่สารเดิม ความเข้มข้นอาจเปลี่ยน หรืออาจมีสารใหม่ที่มีความเสี่ยงสูงกว่าเดิม หากรัฐใช้แต่มาตรการจับกุมเพียงอย่างเดียว ก็อาจไม่สามารถทำให้ทุกคนหยุดใช้ยาได้ทั้งหมด

แต่หากผู้ใช้ยาเข้ามาอยู่ในระบบที่รัฐมองเห็น เจ้าหน้าที่ก็จะมีโอกาสตรวจพบสารอันตรายที่กำลังแพร่ระบาด และสามารถประกาศเตือนภัยสาธารณะได้เร็วขึ้น ขณะเดียวกัน แพทย์ นักจิตวิทยา และผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพก็จะมีโอกาสพูดคุยกับผู้ใช้ยาโดยตรง นี่คือหลักคิดสำคัญของ Pill Testing

Pill Testing คืออะไร ทำไมออสเตรเลียถึงเข้มกับ “คนขาย” ไม่ใช่ “คนเสพ” ?

Pill Testing หรือ Drug Checking คือบริการที่ให้ผู้ใช้สามารถนำยาเสพติดที่ซื้อมา เช่น MDMA, Ecstasy หรือยาเม็ดต่าง ๆ ไปตรวจได้ว่า

  • เป็นสารอะไร
  • มีสารอันตรายปนหรือไม่
  • ความเข้มข้นสูงผิดปกติหรือเปล่า

หลังจากตรวจแล้ว เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจะให้ข้อมูลเรื่องความเสี่ยง พร้อมคำแนะนำด้านสุขภาพ แต่ไม่ได้บอกว่าสารนั้น “ใช้ได้อย่างปลอดภัย” เพราะในทางสาธารณสุข ไม่มีการใช้ยาเสพติดที่ปลอดภัย 100%

อย่างไรก็ตาม Pill Testing เป็นนโยบายที่ถกเถียงกันอย่างมากในออสเตรเลีย และไม่ใช่ทุกรัฐที่เห็นด้วย ประเด็นนี้สะท้อนความแตกต่างระหว่างสองแนวคิดหลัก คือ Zero Tolerance และ Harm Reduction

ฝ่ายที่ยึดแนวคิด Zero Tolerance หรือการไม่ยอมรับยาเสพติดโดยเด็ดขาด มองว่า Pill Testing อาจทำให้วัยรุ่นเข้าใจผิดว่าสารที่ “ผ่านการตรวจ” แล้วปลอดภัย และอาจกลายเป็นการส่งสัญญาณว่ารัฐยอมรับการใช้ยาเสพติด วิธีที่ปลอดภัยที่สุดในมุมนี้คือการไม่ใช้ยาเลย

ในทางกลับกัน ฝ่ายที่สนับสนุน Harm Reduction มองว่า ต่อให้ยาเสพติดผิดกฎหมาย แต่ในโลกจริงยังมีคนใช้อยู่ การปฏิเสธความจริงข้อนี้อาจทำให้รัฐพลาดโอกาสสำคัญในการช่วยชีวิตคน ดังนั้น หากหยุดการใช้ยาไม่ได้ทั้งหมด อย่างน้อยควรทำให้ผู้ใช้ได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง ได้เจอผู้เชี่ยวชาญ และมีโอกาสตัดสินใจทิ้งสารนั้นก่อนเกิดอันตราย

ทำไม Pill Testing ไม่ได้มีในทุกรัฐของออสเตรเลีย?

ออสเตรเลียเป็นประเทศระบบสหพันธรัฐ กฎหมายยาเสพติดจึงมีทั้งระดับประเทศและระดับรัฐหรือเขตปกครอง รัฐบาลกลางมีบทบาทสำคัญในการจัดการการนำเข้า การค้าข้ามพรมแดน และอาชญากรรมร้ายแรง ขณะที่รัฐและเขตปกครองมีอำนาจดูแลเรื่องโทษการครอบครอง การบังคับใช้กฎหมาย และบริการสาธารณสุขในพื้นที่

นั่นทำให้แต่ละรัฐมีท่าทีต่อ Pill Testing แตกต่างกันอย่างมาก บางพื้นที่เลือกทดลองและพัฒนาเป็นบริการถาวร บางพื้นที่ยังคัดค้าน และบางพื้นที่เคยเริ่มแล้วแต่ยกเลิกภายหลังเมื่อรัฐบาลเปลี่ยน

รัฐ ACT

รัฐ ACT ซึ่งมีแคนเบอร์ราเป็นเมืองหลวง เป็นพื้นที่แรกของออสเตรเลียที่ทดลอง Pill Testing อย่างเป็นทางการ โดยเริ่มนำร่องในปี 2018 ภายในงานเทศกาลดนตรี Groovin the Moo นี่ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ออสเตรเลียที่มีโมเดล Pill Testing ที่ดำเนินการอย่างถูกกฎหมาย ผู้ที่นำสารมาตรวจจะไม่ถูกจับกุม และสามารถเลือกได้ว่าจะทิ้งสารนั้นหรือเอากลับไป

ถึงแม้รัฐบาล ACT จะประกาศกรอบกฎหมายและมาตรการคุ้มครองไว้อย่างชัดเจน แต่ในทางปฏิบัติ ประชาชนจำนวนไม่น้อยก็ยังไม่สบายใจ เพราะคำถามสำคัญคือ หากนำยาไปตรวจแล้วถูกจับขึ้นมาจะทำอย่างไร

ด้วยเหตุนี้ รัฐบาล ACT จึงพยายามสร้างความเชื่อมั่นผ่านการให้ข้อมูลกับประชาชน โดยเฉพาะในมหาวิทยาลัย และนี่เองที่ทำให้ผู้เขียนมีโอกาสได้ฟังเรื่องนี้ด้วยตนเองในห้องเลกเชอร์ของมหาวิทยาลัย ต้องยอมรับว่าครั้งแรกที่ได้ฟังค่อนข้างตกใจ เพราะไม่คิดว่าจะได้ยิน สส. พูดเรื่อง Pill Testing อย่างเปิดเผยและจริงจังเช่นนี้ โดยเฉพาะเมื่อมาจากสังคมไทยที่เราถูกสอนมาโดยตลอดว่ายาเสพติดเป็นสิ่งผิดกฎหมายและมีโทษรุนแรงมาก

หลังการทดลองในปี 2018 รัฐบาล ACT มองว่าโครงการนี้ไม่ได้ทำให้การใช้ยาเพิ่มขึ้น ไม่ได้ก่อให้เกิดเหตุร้ายจากบริการ แต่ช่วยให้เจ้าหน้าที่มีข้อมูลว่าสารอันตรายชนิดใดกำลังแพร่ระบาด และเปิดโอกาสให้ผู้ใช้ยาได้เข้าถึงบุคลากรทางการแพทย์

ACT จึงทดลองอีกครั้งในปี 2019 และต่อยอดเป็น CanTEST ในปี 2022 ซึ่งเป็นศูนย์ตรวจยาถาวรแห่งแรกของออสเตรเลีย บริการนี้ฟรี ถูกกฎหมาย ไม่แจ้งตำรวจ และมีแพทย์กับนักจิตวิทยาให้คำปรึกษา รัฐบาล ACT ระบุว่า มีการตรวจสารมากกว่า 2,900 ตัวอย่าง พบการทิ้งสารมากกว่า 300 ครั้ง และผู้เข้ารับบริการราว 1 ใน 10 ตัดสินใจทิ้งสารทันทีหลังทราบว่ามีสารเจือปนที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย

รัฐ Victoria

Victoria ซึ่งมีเมลเบิร์นเป็นเมืองหลวง เริ่มทดลอง Pill Testing โดยมีทั้งจุดตรวจในเทศกาลดนตรีและจุดตรวจถาวรในเมือง บริการนี้เน้นการตรวจสารควบคู่กับการให้ข้อมูลและคำแนะนำด้านสุขภาพ

รัฐ New South Wales หรือ NSW

New South Wales (NSW) ซึ่งมีซิดนีย์เป็นเมืองหลวง เดิมเป็นรัฐที่คัดค้าน Pill Testing มานาน แต่หลังการประชุม NSW Drug Summit 2024 ผู้เชี่ยวชาญเสนอให้ทดลองมาตรการนี้เพื่อลดการเสียชีวิตจากยาในเทศกาลดนตรี ต่อมารัฐบาล Labor ได้เริ่มโครงการทดลอง 12 เดือนในเทศกาลดนตรีประมาณ 12 แห่ง ตั้งแต่ปี 2025 และขณะนี้อยู่ระหว่างการประเมินผล

รัฐ Queensland

รัฐ Queensland ซึ่งมีบริสเบนเป็นเมืองหลวง เคยมี Pill Testing ในปี 2024 ภายใต้รัฐบาลชุดเดิม โดยมีทั้งจุดตรวจในเทศกาลและศูนย์ถาวร แต่หลังเปลี่ยนรัฐบาลในปี 2025 โครงการถูกยกเลิก และมีการออกกฎหมายห้าม Pill Testing โดยให้เหตุผลว่าไม่มีการใช้ยาเสพติดที่ปลอดภัย และการตรวจยาอาจทำให้ประชาชนเข้าใจผิดว่ารัฐรับรองการใช้ยา

รัฐ South Australia

รัฐ South Australia ซึ่งมีแอดิเลดเป็นเมืองหลวง ระบุว่ายังไม่สนับสนุนและยังไม่มีแผนนำ Pill Testing มาใช้

รัฐ Tasmania

รัฐ Tasmania ซึ่งมีโฮบาร์ตเป็นเมืองหลวง ยังไม่มีบริการ Pill Testing แม้จะมีแรงเรียกร้องหลังเกิดการเสียชีวิตในเทศกาลดนตรี แต่รัฐบาลยังไม่เดินหน้าโมเดลนี้

รัฐ Western Australia และรัฐ Northern Territory

รัฐ Western Australia ซึ่งมีเพิร์ธเป็นเมืองหลวง และ รัฐ Northern Territory ซึ่งมีดาร์วินเป็นเมืองหลวง ยังไม่มีบริการ Pill Testing อย่างเป็นทางการ แม้ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขจะเรียกร้องให้พิจารณามาตรการนี้เป็นระยะ

เมื่อปราบไม่หมด รัฐบางแห่งจึงเลือก “ลดความตาย”

เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ จะเห็นได้ว่า Pill Testing ในออสเตรเลียไม่ใช่นโยบายที่ทุกพื้นที่เห็นตรงกัน แต่เป็นพื้นที่ถกเถียงสำคัญระหว่างสองวิธีคิด ฝ่ายหนึ่งเชื่อว่ารัฐต้องไม่ยอมอ่อนข้อให้ยาเสพติด เพราะการตรวจยาอาจถูกตีความว่าเป็นการเปิดทางให้คนใช้ยา อีกฝ่ายหนึ่งเชื่อว่า ต่อให้รัฐเข้มงวดเพียงใด ก็ยังมีคนบางส่วนที่ใช้ยาอยู่ดี และภารกิจของสาธารณสุขคือทำอย่างไรให้คนกลุ่มนี้ไม่เสียชีวิต

ออสเตรเลียเองไม่ได้เป็นประเทศแรกที่มี Pill Testing เพราะปัจจุบันมีหลายประเทศที่ใช้มาตรการลักษณะนี้ โดยส่วนใหญ่อยู่ในยุโรป ซึ่งเริ่มใช้มาตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1990 รวมถึงมีในอเมริกาเหนือ โอเชียเนีย และบางประเทศในอเมริกาใต้

แนวคิดสำคัญของ Pill Testing ไม่ใช่การผลักดันให้คนหันมาใช้ยาเสพติด และไม่ได้ทำให้ยาเสพติดกลายเป็นสิ่งถูกกฎหมาย แต่ตั้งอยู่บนความจริงที่ว่า แม้ยาเสพติดจะผิดกฎหมาย คนบางส่วนก็ยังใช้ยาอยู่ รัฐบางแห่งจึงเลือกเพิ่มอีกหนึ่งด่านความปลอดภัย เพื่อให้คนรู้ว่าสิ่งที่กำลังจะนำเข้าสู่ร่างกายคืออะไร มีความเสี่ยงเพียงใด และอาจเปลี่ยนใจทิ้งมันก่อนที่จะสายเกินไป

อ้างอิง : UNSW

Alcohol and Drug Foundation

Pill Testing Australia

Parliament of Australia

Australian Institute of Health and Welfare

ABC News

Health Victoria

แชร์
ออสเตรเลียคุมยาเข้มแต่ให้ตรวจPill Testing?ปราบไม่หมด ก็ต้องลดเสียชีวิต