
ทุกปีในช่วงตรุษจีน ภาพการเดินทางแบบเนื่องแน่น ผู้คนแบกกระเป๋าต่อคิวที่สถานีรถไฟ สนามบิน หรือแม้แต่ป้ายรถประจำทาง เกิดขึ้นเป็นประจำโดยเฉพาะในเมืองใหญ่ คนหนุ่มสาวต่างเร่งรีบกลับไปยังบ้านเกิดให้ทันมื้อค่ำวันรวมญาติ ซึ่งเป็นการกลับบ้านประจำปีที่มีรากฐานมาจากความเชื่ออันแรงกล้าที่ว่า ลูกหลานควรกลับไปหาผู้หลักผู้ใหญ่เพื่อก้าวเข้าสู่ปีใหม่พร้อมกัน
ทว่าในปีนี้ กระแสการเดินทางกลับไหลไปในทิศทางตรงกันข้ามมากขึ้นเรื่อย ๆ แทนที่จะเป็นหนุ่มสาวแย่งกันจองตั๋ว เบียดเสียดขึ้นขนส่งสาธารณะ กลับกลายเป็นพ่อแม่ ปู่ย่า ผู้สูงอายุ เดินทางเข้ามาในเมืองใหญ่ที่ลูกหลานพำนักอยู่ หรือทำงานอยู่ จนเกิดเป็นเทรนด์ที่เรียกว่า Reverse Reunion หรือ ‘การรวมญาติแบบย้อนศร’ ในวันตรุษจีน
แม้ปีนี้ รัฐบาลจีนภายใต้คำสั่งของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง จะประกาศขยายวันหยุดเพิ่มให้กับเทศกาลตรุษจีน ปี 2026 ให้ยาวนานถึง 9 วัน ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจที่มุ่งเน้นการเพิ่มยอดการบริโภคภายในประเทศผ่านภาคการท่องเที่ยวและบริการ โดยต้องการอาศัยช่วงเวลาที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์นี้เป็นแรงจูงใจให้ประชาชนออกไปใช้จ่ายและเดินทางมากขึ้นเพื่อแก้ปัญหาภาวะเศรษฐกิจซบเซา
แต่ตัวเลขของการเดินทางกลับต่างจังหวัดลดลงอย่างมาก สถิติที่เพิ่มขึ้นอย่างน่าสนใจกลายเป็นการเดินทางจากต่างจังหวัดเข้าเมืองมากขึ้น ข้อมูลที่เผยแพร่โดย Meituan Travel ระบุว่า เส้นทางท่องเที่ยวในลักษณะนี้พุ่งสูงขึ้นประมาณ 35% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า Spotlight ชวนสำรวจเทรนด์ใหม่ เกิดอะไรขึ้นกับสังคมจีน และส่งผลต่อเศรษฐกิจอย่างไร
หนึ่งในผู้ที่กำลังเปลี่ยนโฉมหน้าประเพณีนี้คือ โจว ซ่งหลิน และลูกชายวัย 42 ปีของเขาที่ชื่อ โจ ซึ่งทำงานเป็นที่ปรึกษาด้านประชาสัมพันธ์ของบริษัทเอกชน เมื่อวันหยุดประจำปีใกล้เข้ามา ทั้งคู่ก็เริ่มทำกิจวัตรช่วงเทศกาลตามปกติ นั่นคือการอยู่บ้าน ทำอาหารง่าย ๆ และทานขนมหวานด้วยกัน เพียงแต่ปีนี้ พวกเขาไม่ได้อยู่ที่บ้านเกิดในเมืองฉางซา มณฑลหูหนาน ทางตอนกลางของจีน แต่ลงมาทางใต้ที่เมืองกวางโจว ซึ่งเป็นที่ที่โจอาศัยอยู่และยังเป็นหนึ่งในเมืองเศรษฐกิจสำคัญของจีน
สำหรับโจ การตัดสินใจเชิญพ่อให้ลงมาพักด้วยกันที่เมืองกวางโจวในช่วงตรุษจีนถือเป็นการแก้ปัญหาที่ตอบโจทย์ชีวิตจริงได้รอบด้าน โดยมีเหตุผลสำคัญคือ ภาระหน้าที่การงาน ที่ทำให้เขาไม่สามารถปลีกตัวกลับบ้านเกิดได้นานนัก ประกอบกับสภาพอากาศของกวางโจวทางตอนใต้ที่อบอุ่นและเป็นมิตรต่อสุขภาพผู้สูงอายุมากกว่าความหนาวเย็นจัดในมณฑลหูหนาน
เขายังถือโอกาสนี้เปิดบ้านใหม่เพื่อต้อนรับคุณพ่อไปในตัว ซึ่งในมุมมองของเขานั้น การให้คุณพ่อเป็นฝ่ายเดินทางมาหาไม่เพียงแต่จะสมเหตุสมผลกว่าในเชิงความสะดวกสบาย แต่ยังช่วยลดความเสี่ยงจากการเบียดเสียดของผู้คนมหาศาลในช่วงเทศกาล ทำให้การเดินทางของคุณพ่อ "สะดวก ปลอดภัย ไม่ซับซ้อน และไม่เหนื่อยจนเกินไป" เมื่อเทียบกับการที่เขาต้องฝ่าฝูงชนเพื่อเดินทางย้อนกลับไปยังชนบทด้วยตัวเอง
นักวิเคราะห์กล่าวว่า ตัวเลขการเดินทางแบบ "รวมญาติย้อนศร" ที่เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงที่ลึกซึ้งของสังคมชาวจีน รวมถึงกระแสการย้ายถิ่นฐาน และชีวิตครอบครัวแบบปี 2026 เนื่องจากคนจีนรุ่นใหม่นับล้านคนยังคงปักหลักอยู่ในศูนย์กลางเมืองขนาดใหญ่ แม้ในช่วงวันหยุดที่สำคัญที่สุดของปีเจ้า ลี่เถา นักวิจัยอาวุโสจากสถาบันเอเชียตะวันออก มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (NUS) ชี้ให้เห็นว่า “การให้ความสำคัญของการรวมญาตินั้น มุ่งไปที่การได้อยู่ด้วยกันมากขึ้น มากกว่าที่จะสนใจว่าการอยู่ด้วยกันนั้น เกิดขึ้นที่ไหน”
เซิ่น ฮั่น ศาสตราจารย์ด้านการจัดการการท่องเที่ยวจากมหาวิทยาลัยฟูตัน กล่าวว่า แนวโน้มนี้ได้รับความนิยมมากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยมีปัจจัยหนุนจากการเชื่อมต่อด้านคมนาคมที่ดีขึ้นและแนวคิดที่เปลี่ยนไปเกี่ยวกับบทบาทในครอบครัว “การเชื่อมต่อที่ดีขึ้นทั่วประเทศจีน ทำให้พ่อแม่ที่สูงอายุเดินทางระยะไกลได้ง่ายขึ้นมาก” เธอกล่าว
การเปลี่ยนแปลงนี้ส่งสัญญาณถึงการขยับออกจากกระแสการย้ายถิ่นฐานแบบทางเดียว ไปสู่ความคล่องตัวแบบสองทางที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้นในช่วงเทศกาล ซึ่งไม่เพียงแต่เปลี่ยนรูปแบบการเดินทาง แต่ยังรวมถึงแนวคิดเรื่องความกตัญญูที่ยึดถือกันมานานด้วย
ในช่วงพีคของวันหยุด ที่นั่งในเส้นทางท่องเที่ยวยอดนิยมมักจะขายหมดภายในไม่กี่นาที แต่ปีนี้ หวัง ยู โปรแกรมเมอร์วัย 31 ปี ได้เชิญพ่อแม่จากหูหนานมาเยี่ยมเขาที่เซินเจิ้น
“ตั๋วรถไฟความเร็วสูงหาได้ง่ายกว่าช่วงที่คนแห่กันกลับบ้าน และอยู่ที่นี่พวกท่านก็สบายกว่าด้วย” เขากล่าวกับ CNA พร้อมเสริมว่า เขาวางแผนจะพาพ่อแม่ไปเที่ยวชมสถานที่ยอดนิยมอย่าง สวนสาธารณะอ่าวเซินเจิ้น หาดเสี่ยวเหมยซา และสวนพฤกษศาสตร์เซียนหู
ทั้งนี้ ตั๋วรถไฟความเร็วสูงเที่ยวเดียวจากฉางซาไปเซินเจิ้นราคาประมาณ 450 หยวน หรือประมาณ 2,000 บาท ซึ่งราคาพอ ๆ กับการเดินทางจากเซินเจิ้นกลับไปฉางซา เมื่อเวลาและค่าใช้จ่ายทางการเงินใกล้เคียงกัน นักเดินทางหลายคนจึงเลือกทางเลือกที่ให้ความสะดวกสบายและความยืดหยุ่นมากกว่า
แพลตฟอร์มการจองในประเทศยอดนิยมอย่าง 12306 China Railway พบว่า ตั๋วจากเซินเจิ้นไปยังเมืองต่าง ๆ เช่น จือป๋อ ในมณฑลซานตง และบางส่วนของมณฑลเหอหนาน ขายหมดเกลี้ยงตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์ ในขณะที่ที่นั่งในเส้นทางย้อนศรบางเส้นทางยังมีว่างอยู่ในราคาที่ใกล้เคียงกัน
นักวิเคราะห์กล่าวว่า ข้อจำกัดเหล่านี้ได้ผลักดันให้หลายครอบครัวสลับทิศทางการเดินทาง โดยพ่อแม่เป็นฝ่ายเดินทางเข้าเมืองเพื่อหลีกเลี่ยงความแออัดและความเครียดจากการจองตั๋ว ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า คนจีนรุ่นใหม่กระจุกตัวอยู่ในเมืองใหญ่มากขึ้นเรื่อยๆ และยังตั้งข้อสังเกตว่าพ่อแม่ที่เกษียณแล้วมีตารางเวลาที่ยืดหยุ่นกว่าลูก ๆ ที่มักเผชิญกับข้อจำกัดด้านการทำงานที่รัดตัวกว่า
ขนาดครอบครัวที่เล็กลงและโครงสร้างครัวเรือนที่เปลี่ยนไป ยังช่วยลดแรงกดดันที่ลูก ๆ ต้องกลับบ้านในช่วงวันหยุด ทำให้การจัดเตรียมการรวมญาติที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้นกลายเป็นเรื่องที่สังคมยอมรับได้
การย้ายเข้าอพาร์ตเมนต์ใหม่แรงบันดาลใจให้ กัว เสวี่ยฉิน พนักงานไอทีวัย 34 ปีในเซินเจิ้น เป็นเจ้าบ้านรับรองพ่อแม่ในช่วงตรุษจีนเป็นครั้งแรกในปีนี้ กล่าวว่า “ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหน ขอแค่ได้อยู่ด้วยกัน มันก็เหมือนกันนั่นแหละ”
เฉิน โบ นักวิจัยอาวุโสจากสถาบันเอเชียตะวันออกของ NUS ชี้ให้เห็นถึงการขยายตัวของความเป็นเมือง อย่างรวดเร็วตลอดหลายทศวรรษทั่วประเทศจีน และกฎระเบียบการจดทะเบียนครัวเรือน ที่ผ่อนปรนลง ซึ่งช่วยเสริมสร้างความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของเมืองให้กับคนรุ่นใหม่
“ตอนนี้หลายคนมองว่าสถานที่ที่พวกเขาทำงานและอาศัยอยู่คือบ้าน” เขากล่าว “การพาพ่อแม่มาที่นั่นก็เป็นสัญญาณของการยอมรับในอัตลักษณ์นั้นเช่นกัน”
จี้ เหวินลี่ อาสาสมัครท้องถิ่นที่สถานีรถไฟเซินเจิ้นเหนือ เปิดเผยว่า ตอนนี้เธอเห็นผู้โดยสารสูงอายุเดินทางมากขึ้นในช่วงเทศกาล เพื่อไปหาลูก ๆ ในเมืองใหญ่ แม้ว่านักเดินทางส่วนใหญ่ยังคงกลับบ้านเกิดในช่วงตรุษจีน แต่การเปลี่ยนผ่านไปสู่การ "รวมญาติย้อนศร" นั้นเริ่มเห็นได้ชัดเจนขึ้น แม้ว่าอาจจะต้องใช้เวลาอีกหลายปีกว่าจะกลายเป็นกระแสหลักก็ตาม
เทรนด์นี้ยังส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจ โดยข้อมูลจาก Fliggy แพลตฟอร์มจองทริปเที่ยวของจีน พบว่า ยอดจองโรงแรมระดับหรูพุ่งสูงขึ้นเกือบ 70% ขณะที่โรงแรมใกล้สวนสนุกเพิ่มขึ้นถึง 94% สะท้อนถึงความนิยมในการฉลองแบบ "พักและเที่ยว" ในเมืองใหญ่ ซึ่งเป็นการรวมเวลาครอบครัวเข้ากับการพักผ่อนหย่อนใจ
ด้าน Meituan Travel พบว่ายอดจองโรงแรมข้ามเมืองที่เข้าพักนานกว่า 2 วัน เพิ่มขึ้นประมาณ 65% โดยกว่า 60% เป็นการจองแบบครอบครัว ทำให้ห้างสรรพสินค้าและผู้ค้าปลีกในปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ และเซินเจิ้น ต่างออกโปรโมชั่นดึงดูดกลุ่มครอบครัวที่มารวมตัวกันในเมือง รวมถึงมีบริการพิเศษสำหรับผู้สูงอายุ เช่น รถรับส่งและการดูแลแบบใกล้ชิด
อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์อย่าง ทอมมี่ วู มองว่าการอุดหนุนจากภาครัฐหรือโปรโมชั่นจากบริษัทต่างๆ เป็นเพียงตัวช่วยส่งเสริมตามพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของประชาชน มากกว่าจะเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก เนื่องจากต้องใช้เวลาอีกสักพักกว่ารูปแบบนี้จะกลายเป็นกระแสหลักอย่างแท้จริง
การรวมญาติย้อนศรเป็นเพียงส่วนหนึ่งของวิวัฒนาการตรุษจีนในยุคปัจจุบัน หลายครอบครัวเริ่มมองว่าไม่มีสูตรสำเร็จที่ "ถูกต้อง" เพียงอย่างเดียว บางคนเลือกไม่เดินทาง หรือบางคนเลือกเปลี่ยนการรวมญาติเป็นการไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ แทน
สวี่ อวี้หมิน ผู้เชี่ยวชาญด้านประชาสัมพันธ์ในเซินเจิ้น เล่าว่าปีที่แล้วเธอพาแม่และป้าไปเที่ยวเกาะใกล้ ๆ แต่ปีนี้เธอเลือกไปเที่ยวกับเพื่อนที่ยูนนาน และค่อยนัดรวมตัวกับครอบครัวในภายหลัง ความยืดหยุ่นนี้สะท้อนว่าสำหรับคนรุ่นใหม่ การกลับบ้านเกิดในชนบทไม่ใช่หนทางเดียวในการสร้างความหมายให้เทศกาลอีกต่อไป