Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
ส่องเลือกตั้งต่างแดนไปไกล เอสโตเนีย โหวตออนไลน์ สหรัฐฯ ตั้งคูหาบนอวกาศ
โดย : ปิยมาส วงศ์พลาดิสัย

ส่องเลือกตั้งต่างแดนไปไกล เอสโตเนีย โหวตออนไลน์ สหรัฐฯ ตั้งคูหาบนอวกาศ

6 ก.พ. 69
13:32 น.
แชร์

Spotlight มัดรวมการเลือกตั้งแบบ ‘อะไรใหม่ ๆ’ ที่เกิดขึ้นจริงในต่างประเทศ ตั้งแต่การโหวตออนไลน์ได้ 100% ไปจนถึงการเลือกตั้งที่แพงที่สุดในโลกมาให้คุณได้ว้าวกัน! เพราะในขณะที่เราคุ้นเคยกับการเดินเข้าคูหาไปกากบาทบนกระดาษ แต่ในมุมอื่นของโลก ประชาธิปไตยเขากำลังขยับเพดานไปไกลกว่านั้น บางที่แค่คลิกเดียวจากบ้านก็จบ หรือบางที่ต้องทุ่มงบมหาศาลเพื่อรักษาความยุติธรรมให้เข้าถึงทุกซอกทุกมุมของประเทศ จนกลายเป็นสถิติที่โลกต้องจารึก

ก่อนจะก้าวไปสำรวจความว้าวในระดับสากล สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับพลเมืองไทยคือ การเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการออกเสียงประชามติที่จะเกิดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ซึ่งการเลือกตั้งครั้งนี้มีความพิเศษกว่าครั้งก่อน 

ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะได้รับบัตรลงคะแนนถึง 3 ใบ โดยแบ่งเป็น บัตรสีเขียว สำหรับเลือก สส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง บัตรสีชมพู สำหรับเลือก สส. แบบบัญชีรายชื่อ (เลือกพรรคการเมือง) และห้ามลืมขั้นตอนสำคัญคือการเดินวนไปรับบัตรใบที่ 3 คือ บัตรสีเหลือง เพื่อใช้สำหรับการออกเสียงประชามติพ่วงมาด้วย ดังนั้นการตรวจสอบสิทธิและจดจำสีบัตรให้แม่นยำจึงเป็นเรื่องจำเป็น เพื่อป้องกันความสับสนและมั่นใจว่าได้ใช้สิทธิครบถ้วนทุกประเด็นก่อนออกจากหน่วยเลือกตั้ง

ระหว่างที่เตรียมตัวรอลงเลือกตั้งในครั้งนี้ มาอ่านเรื่องราวสนุกๆ กันว่าการเลือกตั้งในต่างแดนมีความน่าสนใจ และมีแง่มุมที่คาดไม่ถึงอย่างไรบ้าง

เอสโตเนีย: โหวตง่าย ๆ ผ่านมือถือได้ 100%

ที่เอสโตเนีย การเลือกตั้งไม่ใช่เรื่องไปต่อคิวที่คูหา แต่เป็นเรื่องของ "ความสะดวก" ระดับสูงสุด เพราะนี่คือประเทศแรกของโลกที่นำระบบ i-Voting (Internet Voting) มาใช้ตั้งแต่ปี 2005 และพัฒนาจนสมบูรณ์แบบที่สุดในปี 2017 ระบบนี้ถูกออกแบบมาเพื่อชีวิตยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง ขอเพียงมีคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟนที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต บัตรประชาชน (ID-Card) พร้อมเครื่องอ่าน หรือใช้ระบบยืนยันตัวตนสุดล้ำอย่าง Mobile-ID และ Smart-ID พลเมืองก็สามารถใช้สิทธิจากเตียงนอน ร้านกาแฟ หรือแม้แต่ตอนไปพักร้อนอยู่ที่อีกซีกโลกหนึ่งได้ทันที

ความง่ายนี้สะท้อนผ่านสถิติการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภาปี 2023 ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ เพราะเป็นครั้งแรกที่มีผู้ใช้สิทธิโหวตผ่านออนไลน์สูงถึง 51% แซงหน้าการเดินไปคูหาแบบดั้งเดิมไปเรียบร้อยแล้ว

แต่ที่ว้าวที่สุดคือ ระบบนี้เข้าใจธรรมชาติของคนที่อาจเปลี่ยนใจได้ตลอดเวลา เพราะเอสโตเนียอนุญาตให้ผู้มีสิทธิโหวต มีสิทธิที่จะ "เปลี่ยนใจ" ได้ตลอดสัปดาห์การเลือกตั้ง ชาวเอสโตเนียจะเข้าระบบไปแก้ผลโหวตกี่รอบก็ได้หากเกิดเปลี่ยนใจในภายหลัง โดยระบบจะยึดเอา "การโหวตครั้งสุดท้าย" เป็นคะแนนจริงเท่านั้น 

อย่างไรก็ตาม หน่วยเลือกตั้งแบบออฟไลน์ก็ยังมีให้บริการตามปกติ แต่หากใครหย่อนบัตรเลือกตั้งที่คูหา ก็จะเปลี่ยนใจไม่ได้แล้ว ระบบจะยึดคะแนนจากคูหาเป็นหลัก และคะแนนออนไลน์ทั้งหมดก็จะกลายเป็นโมฆะทันที เพื่อป้องกันการลงคะแนนซ้ำซ้อน

อินเดีย: การเลือกตั้งฝ่าภูมิศาสตร์สุดโหด 

เมื่อพูดถึงการเลือกตั้งที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์มวลมนุษยชาติ คงไม่มีที่ไหนเทียบเท่า "อินเดีย" ด้วยจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งเกือบ 1,000 ล้านคน ทำให้การจัดการเลือกตั้งแต่ละครั้งเปรียบเสมือนภารกิจระดับช้างที่ต้องใช้เวลาดำเนินการนานเกือบ 2 เดือน ซึ่งเขาไม่ได้ลงคะแนนวันเดียวจบแบบบ้านเรา แต่แบ่งการเลือกตั้งออกเป็นถึง 7 รอบ เพื่อหมุนเวียนกำลังเจ้าหน้าที่และหน่วยรักษาความปลอดภัยไปทั่วประเทศที่มีสภาพภูมิประเทศหลากหลายตั้งแต่อุทยานแห่งชาติที่หนาทึบไปจนถึงยอดเขาสูงเสียดฟ้าในแถบเทือกเขาหิมาลัย

ความว้าวที่เป็นเอกลักษณ์ของอินเดียคือ "กฎเหล็ก" ของคณะกรรมการการเลือกตั้งที่ระบุว่า ต้องไม่มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งคนใดต้องเดินทางไกลเกิน 2 กิโลเมตรเพื่อไปใช้สิทธิ ทำให้เราได้เห็นภาพเจ้าหน้าที่เลือกตั้งยอมบุกป่าฝ่าดง แบกเครื่องลงคะแนนอิเล็กทรอนิกส์ (EVM) ขึ้นหลังล่อ หรือนั่งเรือพายข้ามแม่น้ำ เพื่อไปตั้งหน่วยเลือกตั้งให้กับผู้มีสิทธิเลือกตั้งเพียง "คนเดียว" ที่อาศัยอยู่กลางป่าลึกมาแล้ว

นอกจากความโหดด้านโลจิสติกส์แล้ว การเลือกตั้งอินเดียยังครองสถิติ "การเลือกตั้งที่แพงที่สุดในโลก" โดยในศึกเลือกตั้งครั้งล่าสุดมีการคาดการณ์ว่า งบประมาณที่ใช้ทั้งหมด ทั้งจากภาครัฐและพรรคการเมืองพุ่งสูงไปถึง 1.35 ล้านล้านรูปี (หรือประมาณ 5 แสนล้านบาท) ซึ่งตัวเลขนี้ไม่ได้ถูกใช้ไปกับแค่การโฆษณาเท่านั้น แต่รวมถึงค่าจ้างเจ้าหน้าที่กว่า 15 ล้านคน และเครื่องลงคะแนนกว่า 5 ล้านเครื่อง เพื่อให้มั่นใจว่ากระบวนการประชาธิปไตยในดินแดนภารตะจะดำเนินไปได้อย่างทั่วถึงและโปร่งใสที่สุด

บราซิล: ไม่ไปเลือกตั้ง ชีวิตพังกว่าที่คิด

การเลือกตั้งที่บราซิล ไม่ใช่แค่เพียงการใช้สิทธิที่เป็น "ทางเลือก" แต่เป็น "หน้าที่บังคับ" ตามกฎหมายสำหรับพลเมืองอายุ 18-70 ปี หากใครคิดจะละเลยสิทธินี้ ขอบอกว่าผลที่ตามมาอาจทำให้ชีวิตประจำวันกลายเป็นฝันร้ายได้เลย

บราซิลใช้ระบบการเลือกตั้งที่เข้มงวดที่สุดแห่งหนึ่งในโลก หากพลเมืองไม่ไปใช้สิทธิและไม่แจ้งเหตุผลที่สมควรภายในระยะเวลาที่กำหนด ก็จะต้องเจอกับสถานะ "ไม่สมบูรณ์" ในฐานข้อมูลราษฎร์ ซึ่งส่งผลกระทบเป็นโดมิโน ตั้งแต่การถูกระงับไม่ให้ทำพาสปอร์ตหรือต่ออายุพาสปอร์ต ทำให้เดินทางออกนอกประเทศไม่ได้ ถูกตัดสิทธิในการกู้ยืมเงินจากธนาคารของรัฐ หรือแม้แต่การหมดสิทธิสอบเข้าทำงานในหน่วยงานราชการ และสำหรับนักศึกษาอาจถึงขั้นลงทะเบียนเรียนในมหาวิทยาลัยของรัฐไม่ได้เลยทีเดียว

แม้ตัวเลขค่าปรับอาจดูไม่สูงนัก แต่ขั้นตอนการไปปลดล็อกสถานะตัวเองเพื่อให้กลับมาทำธุรกรรมทางการเงินหรือเดินทางได้ตามปกติมีความยุ่งยากและกินเวลามหาศาล อย่างไรก็ตาม ความโหดของกฎหมายก็มาพร้อมกับความไฮเทค เพราะบราซิลคือเจ้าแห่งความเร็วในการนับคะแนน ด้วยเครื่องลงคะแนนอิเล็กทรอนิกส์ (Urna Eletrônica) ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ แม้จะมีคนโหวตนับร้อยล้านคน แต่บราซิลสามารถประกาศผลผู้นำประเทศได้ภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังปิดหีบ ชนิดที่ว่ายังไม่ทันข้ามคืนก็ได้รู้ชื่อประธานาธิบดีคนใหม่แล้ว

แกมเบีย: เข้าคูหา ปาลูกแก้ว! ประชาธิปไตยกับเสียงกริ๊ง

แกมเบียมีวิธีการเลือกตั้งที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์มากที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง ภายใต้ระบบ Marble Voting หรือที่ Spotlight ขอเรียกว่า “เข้าคูหา ปาลูกแก้ว” แม้แกมเบียจะเป็นประเทศที่มีพื้นที่เล็กที่สุดบนแผ่นดินใหญ่ของทวีปแอฟริกา เพียงประมาณ 11,000 ตารางกิโลเมตรแต่จำนวนประชากรกว่า 2.8 ล้านคนกลับมีวิถีการเลือกตั้งที่เข้มแข็งและน่าทึ่งที่สุดอย่างหนึ่งของโลก 

ในขณะที่ประเทศอื่นพัฒนาไปสู่ระบบดิจิทัล แต่แกมเบียยังคงยึดมั่นกับระบบที่ใช้มาตั้งแต่ปี 1965 นั่นคือการใช้ "ลูกแก้ว"แทนบัตรเลือกตั้ง เพื่อแก้ปัญหาพื้นฐานเรื่องอัตราการไม่อ่านออกเขียนได้ของประชากรในอดีต ให้ทุกคนเข้าถึงสิทธิได้อย่างเท่าเทียมโดยไม่ต้องใช้ตัวหนังสือแม้แต่ตัวเดียว 

เมื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งมาถึงคูหาจะได้รับลูกหินแก้วใสคนละ 1 ลูก จากนั้นต้องเดินเข้าไปในที่ลับตาซึ่งมีถังเหล็ก แต่ละถังจะทาสีและติดรูปถ่ายของผู้สมัครไว้ชัดเจน เมื่อหย่อนลูกหินลงในท่อของถังที่เลือก ลูกหินจะวิ่งไปกระทบกับ "กระดิ่ง" ที่ติดตั้งไว้ภายในจนเกิดเสียงดัง "กริ๊ง" ซึ่งเสียงนี้เองคือสัญญาณยืนยันความโปร่งใสที่ทำให้เจ้าหน้าที่และตัวแทนพรรคการเมืองที่อยู่ด้านนอกรับรู้ได้ทันทีว่ามีการลงคะแนนเกิดขึ้นจริง และป้องกันการแอบหย่อนลูกหินมากกว่าหนึ่งลูกได้อย่างเบ็ดเสร็จ

สำหรับการนับคะแนนที่รวดเร็ว เจ้าหน้าที่จะเทลูกหินออกจากถังเหล็กมาวางบน "ถาดหลุม" ที่ออกแบบมาเฉพาะ มักมี 200 หรือ 500 หลุมต่อถาด ทำให้การสรุปคะแนนทำได้เพียงแค่ดูว่าเต็มถาดหรือไม่ แทนการมานั่งนับทีละใบให้เสียเวลา แม้ในช่วงหลังจะมีความพยายามนำบัตรกระดาษมาใช้ตามมาตรฐานสากล แต่ชาวแกมเบียส่วนใหญ่กลับปฏิเสธและยืนยันจะใช้ระบบลูกหินต่อไป เพราะพวกเขาเชื่อมั่นในความโปร่งใสที่ตรวจสอบได้ด้วยหูและตาตัวเอง จนกลายเป็นความภูมิใจและสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมการเมืองที่ไม่มีใครเหมือน

สหรัฐฯ-รัสเซีย: เลือกตั้งจากอวกาศ มีอยู่จริง

การเลือกตั้งจากอวกาศไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นในภาพยนตร์ Sci-Fi แต่มีอยู่จริงและเกิดขึ้นหลายครั้งแล้ว โดยสถิติแรกของมวลมนุษยชาติไม่ได้เกิดขึ้นที่สหรัฐอเมริกาอย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่เป็น "รัสเซีย" ที่ปาดหน้าสร้างประวัติศาสตร์ในปี 1996 เมื่อนักบินอวกาศสองคนคือ ยูรี อูซาชอฟ และ ยูริ โอนุฟเรนโก ที่ประจำการอยู่บนสถานีอวกาศเมียร์ (Mir) ได้ใช้สิทธิเลือกตั้งประธานาธิบดีรัสเซีย ซึ่งผู้ชนะในตอนนั้นคือ บอริส เยลต์ซิน 

วิธีการในยุคนั้นเน้นความเรียบง่ายแต่ "เปิดเผย" เนื่องจากนักบินต้องประกาศชื่อผู้สมัครที่ตนเลือกผ่านวิทยุสื่อสารลงมายังศูนย์ควบคุมบนโลก เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตัวแทนเป็นผู้กากบาทลงในบัตรเลือกตั้งใบจริงแทน ทำให้การเลือกตั้งนอกโลกครั้งแรกนั้นไม่ใช่ความลับสำหรับคนในศูนย์ควบคุมเลยแม้แต่น้อย

เมื่อเทคโนโลยีอวกาศก้าวหน้าขึ้น ระบบการโหวตก็ถูกพัฒนาให้ "ส่วนตัว" และปลอดภัยมากขึ้น ด้วยระบบ i-voting โดยเฉพาะฝั่ง NASA ของสหรัฐอเมริกาที่ผลักดันกฎหมายอนุญาตให้นักบินอวกาศเลือกตั้งได้จริงตั้งแต่ปี 1997 เป็นต้นมา รูปแบบในปัจจุบันจะเปลี่ยนจากการประกาศเสียงผ่านวิทยุ มาเป็นการส่ง "บัตรเลือกตั้งดิจิทัล" ที่มีการเข้ารหัสลับส่วนบุคคล (Secure Electronic Ballot) ผ่านดาวเทียม TDRS ลงมายังศูนย์ควบคุมภารกิจ ข้อมูลเหล่านี้จะถูกส่งตรงไปยังหน่วยงานเลือกตั้งในพื้นที่โดยไม่มีใครสามารถแอบเปิดดูรหัสลับระหว่างทางได้ 

เคท รูบินส์ นักบินอวกาศหญิงที่เคยโหวตจากอวกาศมาแล้วถึงสองครั้ง
เคท รูบินส์ นักบินอวกาศหญิงที่เคยโหวตจากอวกาศมาแล้วถึงสองครั้ง

ล่าสุด ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ปี 2024 ที่ผ่านมา นักบินอวกาศอย่าง บัตช์ วิลมอร์ และ ซูนิตา วิลเลียมส์ ที่ต้องประจำการอยู่บนสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) นานกว่ากำหนด ได้ส่งไฟล์ลงคะแนนกลับมายังโลกเพื่อร่วมตัดสินอนาคตของประเทศเช่นกัน 

รวมถึงเคท รูบินส์ นักบินอวกาศหญิงที่เคยโหวตจากอวกาศมาแล้วถึงสองครั้ง ได้กล่าวทิ้งท้ายประโยคเด็ดเพื่อเตือนสติชาวโลกทุกคนไว้ว่า “หากพวกเราสามารถโหวตจากอวกาศได้ ฉันก็เชื่อว่าพวกคุณที่อยู่บนพื้นดินก็ทำได้เช่นกัน” ซึ่งกลายเป็นคำกล่าวที่สะท้อนว่า ไม่มีระยะทางหรืออุปสรรคใดจะมาพรากสิทธิหน้าที่พลเมืองไปจากเราได้ตราบเท่าที่เรายังให้ความสำคัญกับมัน


แชร์
ส่องเลือกตั้งต่างแดนไปไกล เอสโตเนีย โหวตออนไลน์ สหรัฐฯ ตั้งคูหาบนอวกาศ